My Diary
24 hours a day
17/09/11 11:03
เล่น Tag ไดอารี่ 24
ชั่วโมงกับเพื่อนๆใน Facebook
ให้บันทึกว่าตั้งแต่ 3 ทุ่ม ถึง 3 ทุ่มของอีกคืนทำอะไรบ้าง พร้อมรูปประกอบ ที่ต้องมีรูปตอนตื่นนอน เอาแบบไม่ได้แต่งหน้า ไม่ได้เสริมอะไร ขอหน้าเพียวๆ บวมๆ ^^” รูปอาหาร 1 มื้อที่ทาน จากนั้นก็จะเพิ่มรูปอะไรก็ได้

21.00 : เรากำลังนั่งทำงานอยู่ที่ออฟฟิซ (ปกติจะเข้าออฟฟิซประมาณบ่ายสองโมงเลิกงาน 4-5 ทุ่มทุกวัน สาเหตุเพราะสามีเข้างานเป็นกะ
เพื่อจะบริหารเวลาชีวิตให้ตรงกัน เราเลยต้องเข้างานให้ตรงกับเวลาของเค้า เพื่อให้ได้มีเวลาอยู่ด้วยกันเยอะๆ ^^' โชคดีที่เราไม่ได้ทำงานรูดบัตรเหมือนคนอื่น แต่ทำงานบริษัทของตัวเอง มันเลยยืดหยุ่นเวลาได้) ระหว่างนั่งทำงานไป คุณนายแม่ป่วยเป็นกรดไหลย้อน กับความดันสูง นอนผะอืดผะอมดูละคร กลรักลวงใจ ถึงตอนที่พี่รัญจะปล่ำน้องบัวพอดิบพอดี ^^' เราเลยรับหน้าที่ดูแลคุณหลานส้มให้ทานข้าวกับท่องหนังสือ วันนี้ต้องหัดอ่านวิชาภาษาจีนเพื่อเอาไปอ่านให้เหล่าซือฟัง ไอ้เราก็อ่านไม่ออกหรอกนะ ได้แต่พยายามอ่านตามคำเขียนในหนังสือเรียน(คำอ่านเป็นภาษาอังกฤษ) ไม่รู้จะเอาไปอ่านให้ครูฟังถูกหรือเปล่านะยัยหลานตัวแสบ
22.00 : แจงกับปอกลับมาถึงบ้านหลังจากไปอัลตราซาวน์เบ่บี๋มา แจงเอารูปที่หมอปริ้นท์มาให้ดู ดูเท่าไหร่ก็ดูไม่ออก ตรงไหนเป็นตรงไหน -"- แต่แจงบอกว่า ขนาดตัวเด็กปกติ สมบูรณ์แข็งแรง แค่นี้ก็สบายใจแระ แจงซื้อขนมเอแคร์ยี่ห้อไรไม่รู้กลับมากล่องใหญ่เชียว เรากับน้องส้มฟาดกันไปคนละชิ้น อาหย่อยมว่ากกกกกกก
22.20 : งานจัดอาร์ตเวิร์คเสร็จแล้ว วันนี้มีงานเสริมต้องทำต่อคือถ่ายรูปชุดตุ๊กตาเซ็ทที่จะส่งไปโอซาก้าฝากน้องเอ๋ขายในงาน i-Doll West จัดไฟในสตูดิโอ(ฟังดูเหมือนอลังการ) จริงๆแค่เป็นห้องเก็บของใต้บันไดที่ประยุคใช้เป็นสตูดิโอของออฟฟิซเท่านั้นเอง 555
22.50 : ถ่ายรูปเสร็จก็มานั่งปริ้นท์แพ็กเก็จชุดตุ๊กตาต่อ
23.00 : คุณสามีโทรมาหาถามว่าจะกลับบ้านหรือยัง? 5 ทุ่มแล้วนะ คุยกันซักแป๊บเราก็บอกงานเสร็จแระเนี่ยเดี๋ยวเรียกแท๊กซี่ศูนย์ก็กลับเลย
23.20 : นั่งรอแท๊กซี่ 20 รถไม่มาซักที นั่งบ่นๆอยู่คนเดียว(เค้าขึ้นบ้านนอนกันหมดแล้ว ที่ออฟฟิซเป็นบ้านของพ่อแม่เราจ้า) หยิบไอโฟนขึ้นมาจะกดโทรไปด่าศูนย์ ถึงได้เห็นในรายการโทรออกว่า อีชั้นยังไม่ได้โทรไปเรียกรถเลยค่ะ เอ๋อนั่งรอรถอยู่ตั้งนาน -"- รีบโทรไปเรียกรถทันที 10 นาทีรถก็มาถึง ระหว่างทางกลับบ้านก็นั่งอ่าน Twitter ไปด้วย ซักพักไอโฟนพุชว่าพี่แหม่มอร วรรณ Mention ชื่อเราในรูปพี่เอ๋ มึนๆงงๆ ตั้งสติ อ้ออออ วันนี้คิวพี่เอ๋เขียน tagนี่นา แต่ยังไม่อ่านอะ ขอกลับถึงบ้านก่อน เปิดดูรูปเห็นน้องมิวจับชื่อเราก็ตะหงิดๆใจ
23.50 : กลับถึงบ้าน วันนี้ถึงช้ากว่าคุณสามีเล็กน้อย ปกติเราจะถึงบ้านก่อนเค้า แต่วันนี้ช้าเพราะความเอ๋อนั่นแหล่ะ คุณสามีซื้อข้าวของมาเยอะแยะ เป็นพวกข้าวสาร ของแห้ง น้ำมันพืช เค้าบอกว่า น้ำท่วมขนาดนี้ เดี๋ยวข้าวต้องแพงแน่ๆ ซื้อมาตุนไว้ก่อน รอบคอบมากเลยอะ สุดยอดสามีจริงๆ กล้วยปิ้งก็วิ่งลั้ลลามาทักทาย วิ่งวนไปวนมา ฉีกยิ้มให้ พร้อมกับงับมือเราเบาๆ ด้วยความคิดถึง ^^'
00.20 : นั่งเล่นกับกล้วยปิ้งตั้งแต่กลับถึงบ้าน ปกติก็จะทำงี้คืออยู่กะเค้าซักชั่วโมง เล่นกะเค้า เอาบอลให้เค้าเล่น พอเหนื่อยก็นั่งกับพื้นบ้านให้เค้าขึ้นมานอนบนตัวเรา หมาลาบราดอร์โตเต็มวัย น้ำหนัก 30 กว่ากิโล ขึ้นมานอนบนตัวเราทั้งตัวอะคิดดู นอนเกลือกกลิ้งเลยนะ 555 ฟัดกันไปมาจนกว่าจะหายมันเขี้ยวนั่นแหล่ะ ส่วนคุณสามีถึงบ้านก็เล่นกับหมาพอหอมปากหอมคอ จุ๊บหัวเหม่งเตะตูดหมาเบาๆพอหนุกหนานก็กระโดดไปเปิดคอมเล่นเกม มหัศจรรย์การเดินทาง เค้าติดเกมนี้มาก เล่นตลอดเวลาเลย
00.30 : เราเป็นหวัดมา 2 วันแล้วยังไม่หายดี วันนี้ไอหนักมาก คงเพราะอากาศชื้น ฝนตกหนักตลอด เลิกเล่นกับหมา ไปชงชาเอิร์ลเกรย์ร้อนๆมาจิบแก้เจ็บคอ เปิดคอม นั่งดูรูปชุดที่ตุ๊กตาที่ถ่ายมาวันนี้ แวะอ่าน Tag พี่เอ๋ และรู้ตัวแล้วว่าพี่เอ๋ tag เราชัวร์ๆ คว้าสมุดโน๊ตมาจดไว้ก่อนว่า ช่วง 3 ทุ่มจนถึงเวลานี้ทำอะไรบ้าง
00.50 : เปิดเพลงเบาๆฟัง นั่งแต่งรูปในPhotoshop คุณสามียังคงเล่นเกมอยู่ต่อไป กล้วยปิ้งรู้แล้วว่าแม่นั่งประจำโต๊ะทำงานแล้ว ก็จะมานอนอยู่ใกล้ๆ ให้ตัวเบียดเท้าเราพอดี บางทีก็นอนทับเท้าเราไว้เลย(กลัวหาย?)
1.00 : หมาปวดฉี่ พ่อแม่ก็ยังไม่นอน ประจำหน้าคอมกันคนละเครื่อง หมาเลยขอออกไปฉี่ เพลง รักไม่ต้องการเวลา ที่หนูนาร้องดังขึ้นมา เราร้องตามเบาๆ สามีถามว่าอีหนังกวนมึนโฮเนื้อเรื่องมันเป็นไงทำไมถึงคลั่งกันนัก เค้าไม่ดูเพราะเค้าบอกว่าไม่ชอบพวกรักฉาบฉวย เราเล่าเนื้อเรื่องให้เค้าฟัง เรากับเค้าเห็นตรงกันว่า การที่พระเอกทะเลาะกับแฟนที่คบกันมา 8 ปี ไปปิ๊งกับนางเอกที่เกาหลี มันไม่ใช่ความรัก แต่มันคือความหลงอารมณ์ชั่ววูบในเวลาที่หัวใจกำลังต้องการหาที่พึ่ง ฉากที่แฟนพระเอกตามไปง้อถึงเกาหลีมันถูกแล้วที่พระเอกควรจะกลับไปกับแฟนตัวเอง...วิจารณ์หนังกันเสร็จก็เงียบๆ อยู่กันคนละหน้าจอต่อ
1.20 : กล้วยปิ้งมาเรียกที่หน้าประตูขอเข้าบ้าน คุณสามีง่วงแล้วมาจุ๊บๆราตรีสวัสดิ์เรา 1 ที กอดหมาอีก 1 ทีพร้อมกับพูดว่า “น่ารักจริงจริ๊งงงงง ไอ้อวบแน่นของพ่อ” 555 แถมยังเปิดคอมตัวเองทิ้งไว้ให้เกมมันออโต้รันตัวเองได้ด้วย จะได้อัพเลเวลเร็วๆ (คลั่งเกมเกิ๊น) เอามือชี้ไปที่คอมเค้าเองแล้วพูดกะเราว่าฝากดูเกมผมด้วยนะจ๊ะ -"- วันหลังว่าจะคิดตังค์แระให้เราเฝ้าเกมตลอดๆ
1.45 : แต่งรูปทั้งหมดเสร็จแล้ว upload ขึ้น Page LittleAmelie แล้วก็ Flickr
2.30 : ระหว่างกำลังเปิดเน็ทดูโน่นดูนี่ เข้าไปคลั่งๆ ในเว็บ Lati เมื่อไหร่น้อง Byurl จะ Ship แว๊…. ก้มไปมองหมาที่นอนอืดอยู่ตรง ปลายเท้า หลับสนิท กรนคร่อกฟรี้ไปแล้ว ZZZZZ เหลือบมองนาฬิกา เฮ้ยยยย ตีสองครึ่งแว้ว ป่วยอยู่แท้ๆ เอ้อระเหยไม่ยอมนอน มันจะหายป่วยม้าย คิดได้ดังนั้นก็ปิดคอม กินยา ส่งหมาเข้าห้องนอน(กล้วยปิ้งมี ห้องนอนส่วนตัวขนาด 4x4 เมตร อยู่ชั้นล่างของบ้าน เปิดพัดลม มีมุ้งลวดกันยุงอย่างดี เติมน้ำใส่ชามไว้ให้กิน มีถาดห้องสำหรับเผื่อเค้าปวดฉิงฉ่องกลางดึกด้วย)
2.40 : เข้าห้องน้ำล้างหน้าแปรงฟัน เข้านอน ตั้งนาฬิกาปลุกที่ไอโฟนไว้ 9.30 มุดตัวเข้าผ้าห่มคว้าหมีรีลักคุมะตัวโปรดมากอด ซุกจั๊กแร้สามีแล้วนอนหลับไป 555
---------------
8.30 : คุณชายตื่นนอนแล้ว เราเงยหน้าไปมองเค้าลุกจากเตียงแป๊บนึงตาลืมไม่ค่อยจะขึ้น คว้ามือสะเปะสะปะรีลักคุมะเค้าหายไปหนายยยยย ช่างมันๆ นอนต่อ คร่อกๆๆๆ
9.09 :เราตื่นนอนแล้วก่อนนาฬิกาจะปลุก แถมเลขสวยอีกต่างหาก เอามือจัดๆผมหน่อยนึง จะถ่ายรูปก่อนลุกจากเตียง หันไปเห็นอีหมีรีลักคุมะตกอยู่ข้างเตียง คงโดนเราถีบตกเตียงไปเมื่อคืน หยิบมากอดถ่ายรูปด้วยนี่แหล่ะคู่นอนของช้าน
9.12 : เปิดประตูห้องนอนออกไป หอมกลิ่นอาหารม๊ากกกกก เดินล่องลอยไปตามกลิ่นถึงโต๊ะอาหาร เช้านี้สามีทำข้าวหน้าไก่สูตรราชวงศ์ให้กิน ของโปรดเราอีกแล้ว คุณสามีกำลังทอดกุนเชียงอยู่ในครัว เลยเดินไปจุ๊บปากขอบคุณสำหรับอาหารมื้อเช้าน่าทานซะ 1 ที ทักทายกล้วยปิ้ง แล้วเรียกมันมาประจำที่ใต้โต๊ะกินข้าว ^^'
9.15 : น้องชายโทรมาบอกว่าวันนี้ขอแรงให้เข้าออฟฟิซเร็วหน่อยเพราะทุกคนต้องออกไปทำงานตจว.กัน เหลือแม่กับพี่แม่บ้านแค่ 2 คน แม่ก็ไม่สบาย เป็นกรดไหลย้อนตั้งแต่เมื่อวานยังไม่หายเลย กลัวว่าจะรับโทรศัพท์ที่ออฟฟิซไม่ไหว (งานที่ออฟฟิซเป็นการรับฝากขายพระเครื่อง วันๆจะมีโทรศัพท์เข้าตลอดเวลาเพื่สั่งซื้อหรือแจ้งโอนเงิน) วันนี้จะชิลล์ๆออกจากบ้านบ่ายโมงเหมือนทุกวันไม่ได้แล้ว ทานข้าวเสร็จก็ต้องเตรียมตัวออกเลย
9.30 : ข้าวหน้าไก่อร่อยมาก กินจนพุงกาง ถึงเวลาให้อาหารหมาแล้ว หมานั่งรอ้ำลายหยดติ๋งๆ จากนั้นก็ชงกาแฟให้สามีและให้ตัวเองคนละแก้ว เก็บโต๊ะทานข้าวให้เรียบร้อย
9.40 : เปิดคอมซักนิด แวบดูFacebook ซักหน่อย เปิดข่าว ASTV ดูไปด้วย จิบกาแฟไปด้วย คุณสามีนั่งเล่นกีต้าร์ให้หมาฟัง หมานั่งยิ้มสงสัยพ่อจะร้องเพลงเพราะถูกใจหมามากเลยซินะ 555
10.00 : แม่โทรมาบอกว่าแย่แล้วแม่ดูข่าวเค้าบอกว่าถ.กาญจนาภิเษกมีรถบรรทุกขับชนสะพานลอยคนข้ามแถวๆบางใหญ่ รถติดยาเป็นสิบๆกิโลเลย ตายล่ะหว่าทำไงดีเราต้องไปทางนั้นซะด้วย โอ้เอ้ไม่ได้แล้ว
10.40 : แต่งตัวออกจากบ้าน คงต้องหาทางเลี่ยงไปทางถ.ราชพฤกษ์แทน ติดรถคุณสามีไปลงครึ่งทางแถว มหาลัยสยาม เรียกแท๊กซี่ไปต่อ
11.30 : แวะ The Circle ราชพฤกษ์ เพราะต้องกดเงินสดมาใช้จ่ายในออฟฟิซ แล้วก็จ่ายเงินเดือนลูกน้อง แวะจ่ายค่าบัตรเครดิตที่ KTC ซื้อกาแฟลาเต้ร้อน 94'c Coffee ขึ้นแท๊กซี่ต่อไปออฟฟิซ ระหว่างทางคุยกับคนขับแท๊กซี่ เป็นพวกเกลียดเสื้อแดง นั่งด่าเสื้อแดงด่ายิ่งลักษณ์ด่าทักษิณให้ฟังตลอดทาง รถติดแต่ก็ไม่เบื่อเพราะคุยกันถูกคอ 555
12.20 : ถึงออฟฟิซซะที เม้าท์มอยโน่นนี่นั่นกับแจงกับปอก่อนที่เค้าจะออกเดินทางไปตจว.กัน เห็นกล่องปณ.บนโต๊ะทำงาน ตอนแรกนึกว่า Lati ของเรา ที่แท้ก็กระต่าย Tokissi ของพี่เอ๋กับพี่แหม่มอรวรรณอะ >< " เซ็นเอกสารของบริษัท (เราควบตำแหน่งกรรมการผจก.กับ บก.ศิลป์ฟังดูเหมือนใหญ่โตแต่จริงๆทั้งออฟฟิซมีกันไม่ถึง 10 คน ^^')
13.00 : ได้เวลาทำงานจริงๆแล้วล่ะ อุ่นข้าวเหนียวสังขยาที่พ่อซื้อมาจากตลาดตอนเช้าทานกับลาเต้ร้อนของเรา เปิด Youtube ดูกลรักลวงใจแบบย้อนหลังไปด้วยระหว่างจัดอาร์ตเวิร์ค
14.40 : แว่บไปเข้าเว็บ lati เช็คสถานะซะหน่อย กรี๊ดกร๊าดดดดด น้อง Byurl ของเรา Ship แว้วๆๆๆๆๆ ดีใจม๊ากกก ใช้เวลาทั้งหมด 14 วัน แต่ก็นะแค่หัวเปล่าๆ ไม่ได้แต่งหน้า เลยเร็วหล่ะมั้งทีนี้ก็ค่อยมาลุ้นว่าอี Lati จะส่งของผิดออร์เดอร์เหมือนที่เพื่อนๆโดนกันมั้ย >< " ทำงานต่อไปสบายใจแล้ว
17.30 : ง่วงนอนเลยเข้า Facebook เล่นเกมซักแป๊บ ตอนนี้ยังคงติดอยู่แค่ 2 เกม Ravenwood Fair กับ Mallworld
18.00 : ทานมื้อเย็น ระหว่างนั้นน้องส้มกลับจากโรงเรียนพอดี วันนี้ไม่ต้องสอนการบ้านเพราะพรุ่งนี้เป็นวันหยุด ทานข้าวเสร็จนั่งทำงานต่อ
18.40 : App Paypal ในไอโฟน Push ชุด MSD 2 ชุดที่ลงขายไว้นานแล้ว ขายออกซะงั้น ดีใจมากเลย 555
20.00 : เรียกแท๊กซี่กลับบ้าน เพราะยังไม่หายป่วย หมดเรี่ยวแรง และนัดรับกางเกงยีนส์ของตุ๊กตาบลายธ์ที่สั่งตัดไว้ด้วย เลยจะกลับบ้านเร็วกว่าปกติ
21.00 : กลับถึงบ้านพอดี รถติดแถวๆเพชรเกษมอีกแล้วเลยใช้เวลานานกว่าจะถึงบ้าน กางเกงยีนส์ก็มาส่งพอดี เลยดีจังๆ
ขอจบแต่เพียงเท่านี้นะจ๊ะ ตอนแรกไม่คิดว่าจะเขียนยาว แต่ปรากฎว่ายาวมาก 555
ให้บันทึกว่าตั้งแต่ 3 ทุ่ม ถึง 3 ทุ่มของอีกคืนทำอะไรบ้าง พร้อมรูปประกอบ ที่ต้องมีรูปตอนตื่นนอน เอาแบบไม่ได้แต่งหน้า ไม่ได้เสริมอะไร ขอหน้าเพียวๆ บวมๆ ^^” รูปอาหาร 1 มื้อที่ทาน จากนั้นก็จะเพิ่มรูปอะไรก็ได้

21.00 : เรากำลังนั่งทำงานอยู่ที่ออฟฟิซ (ปกติจะเข้าออฟฟิซประมาณบ่ายสองโมงเลิกงาน 4-5 ทุ่มทุกวัน สาเหตุเพราะสามีเข้างานเป็นกะ
เพื่อจะบริหารเวลาชีวิตให้ตรงกัน เราเลยต้องเข้างานให้ตรงกับเวลาของเค้า เพื่อให้ได้มีเวลาอยู่ด้วยกันเยอะๆ ^^' โชคดีที่เราไม่ได้ทำงานรูดบัตรเหมือนคนอื่น แต่ทำงานบริษัทของตัวเอง มันเลยยืดหยุ่นเวลาได้) ระหว่างนั่งทำงานไป คุณนายแม่ป่วยเป็นกรดไหลย้อน กับความดันสูง นอนผะอืดผะอมดูละคร กลรักลวงใจ ถึงตอนที่พี่รัญจะปล่ำน้องบัวพอดิบพอดี ^^' เราเลยรับหน้าที่ดูแลคุณหลานส้มให้ทานข้าวกับท่องหนังสือ วันนี้ต้องหัดอ่านวิชาภาษาจีนเพื่อเอาไปอ่านให้เหล่าซือฟัง ไอ้เราก็อ่านไม่ออกหรอกนะ ได้แต่พยายามอ่านตามคำเขียนในหนังสือเรียน(คำอ่านเป็นภาษาอังกฤษ) ไม่รู้จะเอาไปอ่านให้ครูฟังถูกหรือเปล่านะยัยหลานตัวแสบ
22.00 : แจงกับปอกลับมาถึงบ้านหลังจากไปอัลตราซาวน์เบ่บี๋มา แจงเอารูปที่หมอปริ้นท์มาให้ดู ดูเท่าไหร่ก็ดูไม่ออก ตรงไหนเป็นตรงไหน -"- แต่แจงบอกว่า ขนาดตัวเด็กปกติ สมบูรณ์แข็งแรง แค่นี้ก็สบายใจแระ แจงซื้อขนมเอแคร์ยี่ห้อไรไม่รู้กลับมากล่องใหญ่เชียว เรากับน้องส้มฟาดกันไปคนละชิ้น อาหย่อยมว่ากกกกกกก
22.20 : งานจัดอาร์ตเวิร์คเสร็จแล้ว วันนี้มีงานเสริมต้องทำต่อคือถ่ายรูปชุดตุ๊กตาเซ็ทที่จะส่งไปโอซาก้าฝากน้องเอ๋ขายในงาน i-Doll West จัดไฟในสตูดิโอ(ฟังดูเหมือนอลังการ) จริงๆแค่เป็นห้องเก็บของใต้บันไดที่ประยุคใช้เป็นสตูดิโอของออฟฟิซเท่านั้นเอง 555
22.50 : ถ่ายรูปเสร็จก็มานั่งปริ้นท์แพ็กเก็จชุดตุ๊กตาต่อ
23.00 : คุณสามีโทรมาหาถามว่าจะกลับบ้านหรือยัง? 5 ทุ่มแล้วนะ คุยกันซักแป๊บเราก็บอกงานเสร็จแระเนี่ยเดี๋ยวเรียกแท๊กซี่ศูนย์ก็กลับเลย
23.20 : นั่งรอแท๊กซี่ 20 รถไม่มาซักที นั่งบ่นๆอยู่คนเดียว(เค้าขึ้นบ้านนอนกันหมดแล้ว ที่ออฟฟิซเป็นบ้านของพ่อแม่เราจ้า) หยิบไอโฟนขึ้นมาจะกดโทรไปด่าศูนย์ ถึงได้เห็นในรายการโทรออกว่า อีชั้นยังไม่ได้โทรไปเรียกรถเลยค่ะ เอ๋อนั่งรอรถอยู่ตั้งนาน -"- รีบโทรไปเรียกรถทันที 10 นาทีรถก็มาถึง ระหว่างทางกลับบ้านก็นั่งอ่าน Twitter ไปด้วย ซักพักไอโฟนพุชว่าพี่แหม่มอร วรรณ Mention ชื่อเราในรูปพี่เอ๋ มึนๆงงๆ ตั้งสติ อ้ออออ วันนี้คิวพี่เอ๋เขียน tagนี่นา แต่ยังไม่อ่านอะ ขอกลับถึงบ้านก่อน เปิดดูรูปเห็นน้องมิวจับชื่อเราก็ตะหงิดๆใจ
23.50 : กลับถึงบ้าน วันนี้ถึงช้ากว่าคุณสามีเล็กน้อย ปกติเราจะถึงบ้านก่อนเค้า แต่วันนี้ช้าเพราะความเอ๋อนั่นแหล่ะ คุณสามีซื้อข้าวของมาเยอะแยะ เป็นพวกข้าวสาร ของแห้ง น้ำมันพืช เค้าบอกว่า น้ำท่วมขนาดนี้ เดี๋ยวข้าวต้องแพงแน่ๆ ซื้อมาตุนไว้ก่อน รอบคอบมากเลยอะ สุดยอดสามีจริงๆ กล้วยปิ้งก็วิ่งลั้ลลามาทักทาย วิ่งวนไปวนมา ฉีกยิ้มให้ พร้อมกับงับมือเราเบาๆ ด้วยความคิดถึง ^^'
00.20 : นั่งเล่นกับกล้วยปิ้งตั้งแต่กลับถึงบ้าน ปกติก็จะทำงี้คืออยู่กะเค้าซักชั่วโมง เล่นกะเค้า เอาบอลให้เค้าเล่น พอเหนื่อยก็นั่งกับพื้นบ้านให้เค้าขึ้นมานอนบนตัวเรา หมาลาบราดอร์โตเต็มวัย น้ำหนัก 30 กว่ากิโล ขึ้นมานอนบนตัวเราทั้งตัวอะคิดดู นอนเกลือกกลิ้งเลยนะ 555 ฟัดกันไปมาจนกว่าจะหายมันเขี้ยวนั่นแหล่ะ ส่วนคุณสามีถึงบ้านก็เล่นกับหมาพอหอมปากหอมคอ จุ๊บหัวเหม่งเตะตูดหมาเบาๆพอหนุกหนานก็กระโดดไปเปิดคอมเล่นเกม มหัศจรรย์การเดินทาง เค้าติดเกมนี้มาก เล่นตลอดเวลาเลย
00.30 : เราเป็นหวัดมา 2 วันแล้วยังไม่หายดี วันนี้ไอหนักมาก คงเพราะอากาศชื้น ฝนตกหนักตลอด เลิกเล่นกับหมา ไปชงชาเอิร์ลเกรย์ร้อนๆมาจิบแก้เจ็บคอ เปิดคอม นั่งดูรูปชุดที่ตุ๊กตาที่ถ่ายมาวันนี้ แวะอ่าน Tag พี่เอ๋ และรู้ตัวแล้วว่าพี่เอ๋ tag เราชัวร์ๆ คว้าสมุดโน๊ตมาจดไว้ก่อนว่า ช่วง 3 ทุ่มจนถึงเวลานี้ทำอะไรบ้าง
00.50 : เปิดเพลงเบาๆฟัง นั่งแต่งรูปในPhotoshop คุณสามียังคงเล่นเกมอยู่ต่อไป กล้วยปิ้งรู้แล้วว่าแม่นั่งประจำโต๊ะทำงานแล้ว ก็จะมานอนอยู่ใกล้ๆ ให้ตัวเบียดเท้าเราพอดี บางทีก็นอนทับเท้าเราไว้เลย(กลัวหาย?)
1.00 : หมาปวดฉี่ พ่อแม่ก็ยังไม่นอน ประจำหน้าคอมกันคนละเครื่อง หมาเลยขอออกไปฉี่ เพลง รักไม่ต้องการเวลา ที่หนูนาร้องดังขึ้นมา เราร้องตามเบาๆ สามีถามว่าอีหนังกวนมึนโฮเนื้อเรื่องมันเป็นไงทำไมถึงคลั่งกันนัก เค้าไม่ดูเพราะเค้าบอกว่าไม่ชอบพวกรักฉาบฉวย เราเล่าเนื้อเรื่องให้เค้าฟัง เรากับเค้าเห็นตรงกันว่า การที่พระเอกทะเลาะกับแฟนที่คบกันมา 8 ปี ไปปิ๊งกับนางเอกที่เกาหลี มันไม่ใช่ความรัก แต่มันคือความหลงอารมณ์ชั่ววูบในเวลาที่หัวใจกำลังต้องการหาที่พึ่ง ฉากที่แฟนพระเอกตามไปง้อถึงเกาหลีมันถูกแล้วที่พระเอกควรจะกลับไปกับแฟนตัวเอง...วิจารณ์หนังกันเสร็จก็เงียบๆ อยู่กันคนละหน้าจอต่อ
1.20 : กล้วยปิ้งมาเรียกที่หน้าประตูขอเข้าบ้าน คุณสามีง่วงแล้วมาจุ๊บๆราตรีสวัสดิ์เรา 1 ที กอดหมาอีก 1 ทีพร้อมกับพูดว่า “น่ารักจริงจริ๊งงงงง ไอ้อวบแน่นของพ่อ” 555 แถมยังเปิดคอมตัวเองทิ้งไว้ให้เกมมันออโต้รันตัวเองได้ด้วย จะได้อัพเลเวลเร็วๆ (คลั่งเกมเกิ๊น) เอามือชี้ไปที่คอมเค้าเองแล้วพูดกะเราว่าฝากดูเกมผมด้วยนะจ๊ะ -"- วันหลังว่าจะคิดตังค์แระให้เราเฝ้าเกมตลอดๆ
1.45 : แต่งรูปทั้งหมดเสร็จแล้ว upload ขึ้น Page LittleAmelie แล้วก็ Flickr
2.30 : ระหว่างกำลังเปิดเน็ทดูโน่นดูนี่ เข้าไปคลั่งๆ ในเว็บ Lati เมื่อไหร่น้อง Byurl จะ Ship แว๊…. ก้มไปมองหมาที่นอนอืดอยู่ตรง ปลายเท้า หลับสนิท กรนคร่อกฟรี้ไปแล้ว ZZZZZ เหลือบมองนาฬิกา เฮ้ยยยย ตีสองครึ่งแว้ว ป่วยอยู่แท้ๆ เอ้อระเหยไม่ยอมนอน มันจะหายป่วยม้าย คิดได้ดังนั้นก็ปิดคอม กินยา ส่งหมาเข้าห้องนอน(กล้วยปิ้งมี ห้องนอนส่วนตัวขนาด 4x4 เมตร อยู่ชั้นล่างของบ้าน เปิดพัดลม มีมุ้งลวดกันยุงอย่างดี เติมน้ำใส่ชามไว้ให้กิน มีถาดห้องสำหรับเผื่อเค้าปวดฉิงฉ่องกลางดึกด้วย)
2.40 : เข้าห้องน้ำล้างหน้าแปรงฟัน เข้านอน ตั้งนาฬิกาปลุกที่ไอโฟนไว้ 9.30 มุดตัวเข้าผ้าห่มคว้าหมีรีลักคุมะตัวโปรดมากอด ซุกจั๊กแร้สามีแล้วนอนหลับไป 555
---------------
8.30 : คุณชายตื่นนอนแล้ว เราเงยหน้าไปมองเค้าลุกจากเตียงแป๊บนึงตาลืมไม่ค่อยจะขึ้น คว้ามือสะเปะสะปะรีลักคุมะเค้าหายไปหนายยยยย ช่างมันๆ นอนต่อ คร่อกๆๆๆ
9.09 :เราตื่นนอนแล้วก่อนนาฬิกาจะปลุก แถมเลขสวยอีกต่างหาก เอามือจัดๆผมหน่อยนึง จะถ่ายรูปก่อนลุกจากเตียง หันไปเห็นอีหมีรีลักคุมะตกอยู่ข้างเตียง คงโดนเราถีบตกเตียงไปเมื่อคืน หยิบมากอดถ่ายรูปด้วยนี่แหล่ะคู่นอนของช้าน
9.12 : เปิดประตูห้องนอนออกไป หอมกลิ่นอาหารม๊ากกกกก เดินล่องลอยไปตามกลิ่นถึงโต๊ะอาหาร เช้านี้สามีทำข้าวหน้าไก่สูตรราชวงศ์ให้กิน ของโปรดเราอีกแล้ว คุณสามีกำลังทอดกุนเชียงอยู่ในครัว เลยเดินไปจุ๊บปากขอบคุณสำหรับอาหารมื้อเช้าน่าทานซะ 1 ที ทักทายกล้วยปิ้ง แล้วเรียกมันมาประจำที่ใต้โต๊ะกินข้าว ^^'
9.15 : น้องชายโทรมาบอกว่าวันนี้ขอแรงให้เข้าออฟฟิซเร็วหน่อยเพราะทุกคนต้องออกไปทำงานตจว.กัน เหลือแม่กับพี่แม่บ้านแค่ 2 คน แม่ก็ไม่สบาย เป็นกรดไหลย้อนตั้งแต่เมื่อวานยังไม่หายเลย กลัวว่าจะรับโทรศัพท์ที่ออฟฟิซไม่ไหว (งานที่ออฟฟิซเป็นการรับฝากขายพระเครื่อง วันๆจะมีโทรศัพท์เข้าตลอดเวลาเพื่สั่งซื้อหรือแจ้งโอนเงิน) วันนี้จะชิลล์ๆออกจากบ้านบ่ายโมงเหมือนทุกวันไม่ได้แล้ว ทานข้าวเสร็จก็ต้องเตรียมตัวออกเลย
9.30 : ข้าวหน้าไก่อร่อยมาก กินจนพุงกาง ถึงเวลาให้อาหารหมาแล้ว หมานั่งรอ้ำลายหยดติ๋งๆ จากนั้นก็ชงกาแฟให้สามีและให้ตัวเองคนละแก้ว เก็บโต๊ะทานข้าวให้เรียบร้อย
9.40 : เปิดคอมซักนิด แวบดูFacebook ซักหน่อย เปิดข่าว ASTV ดูไปด้วย จิบกาแฟไปด้วย คุณสามีนั่งเล่นกีต้าร์ให้หมาฟัง หมานั่งยิ้มสงสัยพ่อจะร้องเพลงเพราะถูกใจหมามากเลยซินะ 555
10.00 : แม่โทรมาบอกว่าแย่แล้วแม่ดูข่าวเค้าบอกว่าถ.กาญจนาภิเษกมีรถบรรทุกขับชนสะพานลอยคนข้ามแถวๆบางใหญ่ รถติดยาเป็นสิบๆกิโลเลย ตายล่ะหว่าทำไงดีเราต้องไปทางนั้นซะด้วย โอ้เอ้ไม่ได้แล้ว
10.40 : แต่งตัวออกจากบ้าน คงต้องหาทางเลี่ยงไปทางถ.ราชพฤกษ์แทน ติดรถคุณสามีไปลงครึ่งทางแถว มหาลัยสยาม เรียกแท๊กซี่ไปต่อ
11.30 : แวะ The Circle ราชพฤกษ์ เพราะต้องกดเงินสดมาใช้จ่ายในออฟฟิซ แล้วก็จ่ายเงินเดือนลูกน้อง แวะจ่ายค่าบัตรเครดิตที่ KTC ซื้อกาแฟลาเต้ร้อน 94'c Coffee ขึ้นแท๊กซี่ต่อไปออฟฟิซ ระหว่างทางคุยกับคนขับแท๊กซี่ เป็นพวกเกลียดเสื้อแดง นั่งด่าเสื้อแดงด่ายิ่งลักษณ์ด่าทักษิณให้ฟังตลอดทาง รถติดแต่ก็ไม่เบื่อเพราะคุยกันถูกคอ 555
12.20 : ถึงออฟฟิซซะที เม้าท์มอยโน่นนี่นั่นกับแจงกับปอก่อนที่เค้าจะออกเดินทางไปตจว.กัน เห็นกล่องปณ.บนโต๊ะทำงาน ตอนแรกนึกว่า Lati ของเรา ที่แท้ก็กระต่าย Tokissi ของพี่เอ๋กับพี่แหม่มอรวรรณอะ >< " เซ็นเอกสารของบริษัท (เราควบตำแหน่งกรรมการผจก.กับ บก.ศิลป์ฟังดูเหมือนใหญ่โตแต่จริงๆทั้งออฟฟิซมีกันไม่ถึง 10 คน ^^')
13.00 : ได้เวลาทำงานจริงๆแล้วล่ะ อุ่นข้าวเหนียวสังขยาที่พ่อซื้อมาจากตลาดตอนเช้าทานกับลาเต้ร้อนของเรา เปิด Youtube ดูกลรักลวงใจแบบย้อนหลังไปด้วยระหว่างจัดอาร์ตเวิร์ค
14.40 : แว่บไปเข้าเว็บ lati เช็คสถานะซะหน่อย กรี๊ดกร๊าดดดดด น้อง Byurl ของเรา Ship แว้วๆๆๆๆๆ ดีใจม๊ากกก ใช้เวลาทั้งหมด 14 วัน แต่ก็นะแค่หัวเปล่าๆ ไม่ได้แต่งหน้า เลยเร็วหล่ะมั้งทีนี้ก็ค่อยมาลุ้นว่าอี Lati จะส่งของผิดออร์เดอร์เหมือนที่เพื่อนๆโดนกันมั้ย >< " ทำงานต่อไปสบายใจแล้ว
17.30 : ง่วงนอนเลยเข้า Facebook เล่นเกมซักแป๊บ ตอนนี้ยังคงติดอยู่แค่ 2 เกม Ravenwood Fair กับ Mallworld
18.00 : ทานมื้อเย็น ระหว่างนั้นน้องส้มกลับจากโรงเรียนพอดี วันนี้ไม่ต้องสอนการบ้านเพราะพรุ่งนี้เป็นวันหยุด ทานข้าวเสร็จนั่งทำงานต่อ
18.40 : App Paypal ในไอโฟน Push ชุด MSD 2 ชุดที่ลงขายไว้นานแล้ว ขายออกซะงั้น ดีใจมากเลย 555
20.00 : เรียกแท๊กซี่กลับบ้าน เพราะยังไม่หายป่วย หมดเรี่ยวแรง และนัดรับกางเกงยีนส์ของตุ๊กตาบลายธ์ที่สั่งตัดไว้ด้วย เลยจะกลับบ้านเร็วกว่าปกติ
21.00 : กลับถึงบ้านพอดี รถติดแถวๆเพชรเกษมอีกแล้วเลยใช้เวลานานกว่าจะถึงบ้าน กางเกงยีนส์ก็มาส่งพอดี เลยดีจังๆ
ขอจบแต่เพียงเท่านี้นะจ๊ะ ตอนแรกไม่คิดว่าจะเขียนยาว แต่ปรากฎว่ายาวมาก 555
|
สิงหาคม เดือนแห่งความรักของเรา
19/08/10 23:10
ถึงใครจะบอกว่าเดือนกุมภาเป็นเดือนแห่งความรัก
สำหรับเราเดือนนี้ต่างหากล่ะ
เดือนแห่งความรักจริงๆ เพราะเดือนนี้มีวันแม่ วันที่เราจะได้ระลึกถึงแม่
แถมเดือนนี้ยังเป็นเดือนที่เราแต่งงาน วันที่ 31 ยังเป็นวันเกิดน้องชายด้วย
ดังนั้นทุกสิงหาคมของทุกปี เราจะรู้สึกได้ถึงความรักความอบอุ่นตลบอบอวล
เมื่อวันแม่ได้พาแม่ไปซื้อจักรเย้บผ้าที่แม่อยากได้มานาน
ดูท่าทางเธอจะปลาบปลื้มมาก ได้กราบเท้าท่าน ได้พาท่านไปทานอาหารอร่อยๆ
จริงๆแล้ว เราได้เจอกับแม่แทบทุกวัน เราก็รักแม่ทุกวันอยู่แล้ว แต่ปีนึงจะแสดงออกมาเป็นพิเศษ
ซักหนึ่งวัน คงไม่เหนือบ่ากว่าแรงที่ลูกควรจะทำหรอกใช่มั้ย? ขอบคุณแม่ที่ดูแลลูกๆมานะคะ >_< "
ถัดมาอีกไม่กี่วัน 18 สิงหาคม ก็เป็นวันครบรอบแต่งงานของเรา ปีนี้เป็นปีที่ 8
ก่อนวันครบรอบเราไปเดทกัน 1 วันเต็มๆ ดูหนัง ช็อปปิ้ง หม่ำอาหารอร่อยๆ เราให้พระหลวงพ่อผินะ วัดสนมลาว
เป็นของขวัญวันครบรอบปีนี้ ตอนแรกคุณสามีก็งงๆ เมียลงทุนจัง หลวงพ่อผินะท่านมีดีทางคุ้มครองภัย
เมตตาสูง อยากให้เค้าปลอดภัย ขับรถกลางคืนบ่อยๆ น่ากลัวเหลือเกิน อย่างน้อยท่านก็จะได้ปกป้อง
คนที่เรารักให้ปลอดภัย อยู่กับเราไปนานๆไงเนอะ ^_^ พอวันครบรอบมาถึง สามีก็เซอไพรส์เรา
ด้วยดอกกุหลาบช่อโต น่าจะช่อใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยให้เรามาเลยแหล่ะ จริงๆได้ดอกไม้จากเค้าหลายช่อแล้ว
แต่รู้สึกช่อนี้จะมาแบบเต็มๆดอกกุหลาบเป็นกำเลย ปลื้มใจที่ซู้ดดดดดดดดดดด รักสามีมากนะคะ จุ๊บๆ
เดือนแห่งความรักจริงๆ เพราะเดือนนี้มีวันแม่ วันที่เราจะได้ระลึกถึงแม่
แถมเดือนนี้ยังเป็นเดือนที่เราแต่งงาน วันที่ 31 ยังเป็นวันเกิดน้องชายด้วย
ดังนั้นทุกสิงหาคมของทุกปี เราจะรู้สึกได้ถึงความรักความอบอุ่นตลบอบอวล
เมื่อวันแม่ได้พาแม่ไปซื้อจักรเย้บผ้าที่แม่อยากได้มานาน
ดูท่าทางเธอจะปลาบปลื้มมาก ได้กราบเท้าท่าน ได้พาท่านไปทานอาหารอร่อยๆ
จริงๆแล้ว เราได้เจอกับแม่แทบทุกวัน เราก็รักแม่ทุกวันอยู่แล้ว แต่ปีนึงจะแสดงออกมาเป็นพิเศษ
ซักหนึ่งวัน คงไม่เหนือบ่ากว่าแรงที่ลูกควรจะทำหรอกใช่มั้ย? ขอบคุณแม่ที่ดูแลลูกๆมานะคะ >_< "
ถัดมาอีกไม่กี่วัน 18 สิงหาคม ก็เป็นวันครบรอบแต่งงานของเรา ปีนี้เป็นปีที่ 8
ก่อนวันครบรอบเราไปเดทกัน 1 วันเต็มๆ ดูหนัง ช็อปปิ้ง หม่ำอาหารอร่อยๆ เราให้พระหลวงพ่อผินะ วัดสนมลาว
เป็นของขวัญวันครบรอบปีนี้ ตอนแรกคุณสามีก็งงๆ เมียลงทุนจัง หลวงพ่อผินะท่านมีดีทางคุ้มครองภัย
เมตตาสูง อยากให้เค้าปลอดภัย ขับรถกลางคืนบ่อยๆ น่ากลัวเหลือเกิน อย่างน้อยท่านก็จะได้ปกป้อง
คนที่เรารักให้ปลอดภัย อยู่กับเราไปนานๆไงเนอะ ^_^ พอวันครบรอบมาถึง สามีก็เซอไพรส์เรา
ด้วยดอกกุหลาบช่อโต น่าจะช่อใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยให้เรามาเลยแหล่ะ จริงๆได้ดอกไม้จากเค้าหลายช่อแล้ว
แต่รู้สึกช่อนี้จะมาแบบเต็มๆดอกกุหลาบเป็นกำเลย ปลื้มใจที่ซู้ดดดดดดดดดดด รักสามีมากนะคะ จุ๊บๆ
โฮ่ๆๆๆ
14/04/10 18:24
หายไปจากการเขียนบล็อกเป็นเดือนเพราะงานยุ่งมากมาย
>_< "
โปรเจ็คท์ในหัวสมองล้นทะลักอีกแล้ว เดือนมีนาก็มีทั้งงานหนังสือ
งานทำชุดตุ๊กตาขายในงาน Doll แค่นี้ก็เพียบจนไม่มีเวลาหายใจ
เพิ่งจะซาๆ ไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเองน้า แถมเมื่อกลางเดือนที่แล้วยังเกิดปัญหา
เรื่องเข้าใจผิดกันกับที่รักจนทะเลาะกันเป็นเรื่องเป็นราว
แต่สรุปทั้งหมดทั้งมวล ก็แค่เพราะมันเกิดความระแวงสะสมของเราเอง
จนเมื่อมันถึงจุดพี้คก็เลยทะเลาะกัน ก็จะไม่ให้ระแวงได้ไงอะ
คุณที่รักเล่นผอมลงๆทุกวัน หล่อวันหล่อคืน จนสาวๆมากรี๊ดกร๊าด
หน้า Facebook ไม่ว่างเว้นจากสาวๆเลย เราก็เครียดนะ จะมาเซย์กู้ดไนท์อะไรกันนักหนา
เดี๋ยวนี้พวกชอบแย่งสามีชาวบ้านมันเยอะ พวกแม่ค้าขายขนมครก ประเภท
หยอดวันละนิดละหน่อย พอหนุกๆ ก็เยอะ ยิ่งเห็นว่าเรากับที่รักหวีทกัน ยิ่งมาหยอดเพิ่มขึ้น
โรคจิตใช่ม้ายยยยย นึกถึงยัยโฉมจากซิทคอม “เนื้อคู่อยากรู้ว่าใคร” มากๆเลยอะ
ยิ่งมีเจ้าของยิ่งอยากแย่ง แย่งได้แล้วก็ทิ้ง โรคจิตมาก อย่างในคลิปนี้ หุหุ
แต่ทุกสิ่งทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี เพราะเรากับที่รักคุยกันเคลียร์ใจกัน ไม่ปล่อยให้คาใจ
สุดท้ายเราก็หวีทกันเหมือนเดิม แถมรู้สึกว่าจะหวีทมากขึ้นกว่าเก่าซะอีกน้า
ปกติที่รักชอบทำอาหารให้เรากินอยู่แล้ว พอช่วงหลังจากเกิดเรื่องไม่เข้าใจกัน
ที่ีรักยิ่งขยันสปอยเราด้วยของหย่อยๆใหญ่เลย แต่ละเมนูอร่อยๆน่ากินๆทั้งนั้นมาดูกันน้า
เอาตัวอย่างเมนูเด็ดๆที่เค้าทำให้เรากินมาอวดกันหน่อย อิอิ



บางคนตกใจนึกว่าเอารูปจากเว็ปไหน เพราะมันดูน่ากินเกินเหตุ 555จริงๆทั้งหมดที่เห็นคือฝีมือคุณที่รักจริงๆ ไม่ได้หน้าตาดีอย่างเดียวนะ อร่อยมากๆด้วยล่ะ ^_^
พอเราถามว่าทำให้กินบ่อยๆ ไม่เหนื่อยเหรอ ซื้อกินบ้างก็ได้ เค้าก็บอกว่าเค้าสนุก
ยิ่งเห็นเราชอบยิ่งรู้สึกดีใจอยากทำเมนูแปลกๆใหม่ๆไปเรื่อย อะๆ ปล่อยเค้าๆ เค้าชอบของเค้าอะนะ
เฮ้ออออออ ก็ทั้งใจดีทั้งเอาใจเก่งอย่างงี้ไง มันถึงได้มีแต่คนอยากแย่งอะ พ่อคู้ณณณณณ
โปรเจ็คท์ในหัวสมองล้นทะลักอีกแล้ว เดือนมีนาก็มีทั้งงานหนังสือ
งานทำชุดตุ๊กตาขายในงาน Doll แค่นี้ก็เพียบจนไม่มีเวลาหายใจ
เพิ่งจะซาๆ ไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเองน้า แถมเมื่อกลางเดือนที่แล้วยังเกิดปัญหา
เรื่องเข้าใจผิดกันกับที่รักจนทะเลาะกันเป็นเรื่องเป็นราว
แต่สรุปทั้งหมดทั้งมวล ก็แค่เพราะมันเกิดความระแวงสะสมของเราเอง
จนเมื่อมันถึงจุดพี้คก็เลยทะเลาะกัน ก็จะไม่ให้ระแวงได้ไงอะ
คุณที่รักเล่นผอมลงๆทุกวัน หล่อวันหล่อคืน จนสาวๆมากรี๊ดกร๊าด
หน้า Facebook ไม่ว่างเว้นจากสาวๆเลย เราก็เครียดนะ จะมาเซย์กู้ดไนท์อะไรกันนักหนา
เดี๋ยวนี้พวกชอบแย่งสามีชาวบ้านมันเยอะ พวกแม่ค้าขายขนมครก ประเภท
หยอดวันละนิดละหน่อย พอหนุกๆ ก็เยอะ ยิ่งเห็นว่าเรากับที่รักหวีทกัน ยิ่งมาหยอดเพิ่มขึ้น
โรคจิตใช่ม้ายยยยย นึกถึงยัยโฉมจากซิทคอม “เนื้อคู่อยากรู้ว่าใคร” มากๆเลยอะ
ยิ่งมีเจ้าของยิ่งอยากแย่ง แย่งได้แล้วก็ทิ้ง โรคจิตมาก อย่างในคลิปนี้ หุหุ
แต่ทุกสิ่งทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี เพราะเรากับที่รักคุยกันเคลียร์ใจกัน ไม่ปล่อยให้คาใจ
สุดท้ายเราก็หวีทกันเหมือนเดิม แถมรู้สึกว่าจะหวีทมากขึ้นกว่าเก่าซะอีกน้า
ปกติที่รักชอบทำอาหารให้เรากินอยู่แล้ว พอช่วงหลังจากเกิดเรื่องไม่เข้าใจกัน
ที่ีรักยิ่งขยันสปอยเราด้วยของหย่อยๆใหญ่เลย แต่ละเมนูอร่อยๆน่ากินๆทั้งนั้นมาดูกันน้า
เอาตัวอย่างเมนูเด็ดๆที่เค้าทำให้เรากินมาอวดกันหน่อย อิอิ



บางคนตกใจนึกว่าเอารูปจากเว็ปไหน เพราะมันดูน่ากินเกินเหตุ 555จริงๆทั้งหมดที่เห็นคือฝีมือคุณที่รักจริงๆ ไม่ได้หน้าตาดีอย่างเดียวนะ อร่อยมากๆด้วยล่ะ ^_^
พอเราถามว่าทำให้กินบ่อยๆ ไม่เหนื่อยเหรอ ซื้อกินบ้างก็ได้ เค้าก็บอกว่าเค้าสนุก
ยิ่งเห็นเราชอบยิ่งรู้สึกดีใจอยากทำเมนูแปลกๆใหม่ๆไปเรื่อย อะๆ ปล่อยเค้าๆ เค้าชอบของเค้าอะนะ
เฮ้ออออออ ก็ทั้งใจดีทั้งเอาใจเก่งอย่างงี้ไง มันถึงได้มีแต่คนอยากแย่งอะ พ่อคู้ณณณณณ
ความคืบหน้าเรื่องการไดเอ็ทของเรา ^_^
14/01/10 00:01
นับจากวันที่เริ่มต้นเล่น Wii`
เมื่อ 4
เดือนก่อน
เราเล่นจริงจังบ้าง
ไม่จริงจังบ้าง
ยิ่งช่วงก่อนปีใหม่ ทั้งงานยุ่งสุด เพราะต้องรีบปิดเล่มก่อนกลางเดือน ธ.ค. เพื่อจัดการเรื่องย้ายออฟฟิศ
พอย้ายออฟฟิศมามาที่ใหม่ก็มีเ้รื่องให้ต้องจัดการมากมาย จนไม่มีอารมณ์จะออกกำลังกายจริงๆจังๆ
โชคดีว่า เมื่อเดือนที่แล้วได้เริ่มต้นทำ Banana Diet ควบคู่ไปด้วยทำให้ยังสามารถควบคุมน้ำหนัก
ไม่ให้กลับไปอืดเท่าเดิมได้ และกราฟน้ำหนักของเราเริ่มดิ่งตัวลดลงอย่างชัดเจน
มาดูรูปเมื่อ 4 เดือนก่อนของเรากันค่ะ รูปนี้เราหนัก 91.5 ก.ก. 555 เป็นไงล่ะ
ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อนเลยนะ เพราะอับอายที่ตัวเลขมันขึ้นหลักเลข 9 แล้ว สุขภาพก็แย่มาก
(เราสูง 165 ซ.ม.) ค่า BMI ตอนนั้น 30 กว่าๆ โดยประมาณ
เทียบกับรูปที่เพิ่งถ่ายวันนี้ค่ะ น้ำหนัก 87.6 ก.ก. ลดลงไปประมาณ 4 กิโล
จะเห็นได้ว่าหน้าเล็กลง เอวเล็กลงไปเยอะเลย ที่ชอบBanana Diet คือ ทำให้ระบบขับถ่ายดีมาก
ไม่มีอาการท้องอืดตอนเย็น อาการ กรดไหลย้อน หายไปหมดเลย สิวก็ขึ้นน้อยลง
ผิวสดใสขึ้นจนคนทักเยอะมาก ร่างกายก็เคลื่อนไหวได้กระฉับกระเฉงขึ้น
ตั้งใจไว้ว่าจะสู้ต่อไป ไม่ต้องถึงขนาดเพรียวลมเท่าสมัยสาวๆหรอกนะ ขอแค่ให้เหลือซัก 60 กว่า ก็ดีใจแทบตายแล้ว
จะพยายามอัพเดทเรื่องราวการลดน้ำหนักทุกวีค เพราะในหนังสือเค้าก็บอกให้เราทำแบบนี้
จะได้รู้ว่าอีกมากแค่ไหนจะถึงเป้าหมาย จะตั้งใจเข้มงวดกับการลดน้ำหนักให้มากกว่านี้นะ (สัญญากับตัวเอง)
กลัวว่าจะตามคุณสามีที่ตอนนี้ลดน้ำหนักจนผอมกว่าเราตั้งหลายกิโลแล้วไม่ทัน ต้องฮึดหน่อยแล้ว >_<
นอกจากเรื่องไดเอ็ทของเราแล้ว วันนี้อยากเอารูปออฟฟิศของเราที่แต่งจนเกือบจะเสร็จสมบูรณ์แล้วมาให้ดู
ก็เหลือแค่เรื่องติดตั้งระบบเครื่องคิดเงิน ระบบโทรศัพท์ของ AIS ที่ไม่มีสัญญาณ ระบบอินเตอร์เน็ทที่ยังเน่าๆ
นอกนั้นก็เกือบเสร็จหมดแล้ว รวมทั้งเรื่องตามหาพนักงานเสมียน 1 คน และกราฟฟิกดีไซเนอร์เพิ่มอีก 1 คน
ใครสนใจก็email มาหาเราได้ค่ะ รับเฉพาะพนักงานประจำนะคะ weenakanya@yahoo.com
รูปทั้งหมดมีอยู่ตามลิ้งค์นี้ค่ะ
ยิ่งช่วงก่อนปีใหม่ ทั้งงานยุ่งสุด เพราะต้องรีบปิดเล่มก่อนกลางเดือน ธ.ค. เพื่อจัดการเรื่องย้ายออฟฟิศ
พอย้ายออฟฟิศมามาที่ใหม่ก็มีเ้รื่องให้ต้องจัดการมากมาย จนไม่มีอารมณ์จะออกกำลังกายจริงๆจังๆ
โชคดีว่า เมื่อเดือนที่แล้วได้เริ่มต้นทำ Banana Diet ควบคู่ไปด้วยทำให้ยังสามารถควบคุมน้ำหนัก
ไม่ให้กลับไปอืดเท่าเดิมได้ และกราฟน้ำหนักของเราเริ่มดิ่งตัวลดลงอย่างชัดเจน
มาดูรูปเมื่อ 4 เดือนก่อนของเรากันค่ะ รูปนี้เราหนัก 91.5 ก.ก. 555 เป็นไงล่ะ
ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อนเลยนะ เพราะอับอายที่ตัวเลขมันขึ้นหลักเลข 9 แล้ว สุขภาพก็แย่มาก
(เราสูง 165 ซ.ม.) ค่า BMI ตอนนั้น 30 กว่าๆ โดยประมาณ
เทียบกับรูปที่เพิ่งถ่ายวันนี้ค่ะ น้ำหนัก 87.6 ก.ก. ลดลงไปประมาณ 4 กิโล
จะเห็นได้ว่าหน้าเล็กลง เอวเล็กลงไปเยอะเลย ที่ชอบBanana Diet คือ ทำให้ระบบขับถ่ายดีมาก
ไม่มีอาการท้องอืดตอนเย็น อาการ กรดไหลย้อน หายไปหมดเลย สิวก็ขึ้นน้อยลง
ผิวสดใสขึ้นจนคนทักเยอะมาก ร่างกายก็เคลื่อนไหวได้กระฉับกระเฉงขึ้น
ตั้งใจไว้ว่าจะสู้ต่อไป ไม่ต้องถึงขนาดเพรียวลมเท่าสมัยสาวๆหรอกนะ ขอแค่ให้เหลือซัก 60 กว่า ก็ดีใจแทบตายแล้ว
จะพยายามอัพเดทเรื่องราวการลดน้ำหนักทุกวีค เพราะในหนังสือเค้าก็บอกให้เราทำแบบนี้
จะได้รู้ว่าอีกมากแค่ไหนจะถึงเป้าหมาย จะตั้งใจเข้มงวดกับการลดน้ำหนักให้มากกว่านี้นะ (สัญญากับตัวเอง)
กลัวว่าจะตามคุณสามีที่ตอนนี้ลดน้ำหนักจนผอมกว่าเราตั้งหลายกิโลแล้วไม่ทัน ต้องฮึดหน่อยแล้ว >_<
นอกจากเรื่องไดเอ็ทของเราแล้ว วันนี้อยากเอารูปออฟฟิศของเราที่แต่งจนเกือบจะเสร็จสมบูรณ์แล้วมาให้ดู
ก็เหลือแค่เรื่องติดตั้งระบบเครื่องคิดเงิน ระบบโทรศัพท์ของ AIS ที่ไม่มีสัญญาณ ระบบอินเตอร์เน็ทที่ยังเน่าๆ
นอกนั้นก็เกือบเสร็จหมดแล้ว รวมทั้งเรื่องตามหาพนักงานเสมียน 1 คน และกราฟฟิกดีไซเนอร์เพิ่มอีก 1 คน
ใครสนใจก็email มาหาเราได้ค่ะ รับเฉพาะพนักงานประจำนะคะ weenakanya@yahoo.com
รูปทั้งหมดมีอยู่ตามลิ้งค์นี้ค่ะ
ออฟฟิศของเราค่ะ
สนพ.ทรัพย์สยาม


มุมสวยๆ
น่ารักๆ
ของออฟฟิศเราเป็นไงบ้างคะ
สวยเนอะ
คุณนายแม่เห่อโคมไฟดอกไม้ของเค้ามากเช็ดทุกวันเลย
ต่อมาก็โต๊ะทำงานของเราเองค่ะ เห็นดอกไม้เต็มโต๊ะงี้
ก็คงรู้ว่าเจ้าของโต๊ะหวานแหววแค่ไหน 555

เรื่องเล่าในวัยเยาว์
10/01/10 21:20
โดนมอบหมายงานจากปุ๋ม sunkissadventure
ให้ทำ tag
วันเด็กกันในกลุ่มเพื่อนๆMultiply
รู้สึกว่าน่าสนุกดี ถึงจะกลัวโดนแซวว่า คนที่พูดถึงความหลังคือคนที่เริ่มแก่แล้ว แต่พอได้ลองมานั่งค้นหารูปถ่ายเก่าๆ
ลองนึกถึงเหตุการณ์ตอนนั้น มันก็รู้สึกอบอุ่น สนุกสนาน ประทับใจ เลยอยากเอามาใส่ไว้ในบล็อกส่วนตัวด้วย ไหนๆก็เขียนซะยาวขนาดนี้แล้ว
วิธีการเล่น Tag นี้คือ
ให้คุณตอบคำถามเหล่านี้...10 ข้อแล้วนำ Tag นี้ส่งต่อเพื่อนของคุณอีกสองคน (ทีละน้อยๆพอ)
โดยนำรูปวัยเด็กของคุณ ไปแปะไว้ที่ Guestbook ของคนที่คุณต้องการส่งต่อ ...แล้วก็รออ่านของเค้า หุหุ
...
1.ลงรูปตอนเด็ก พร้อมเล่าเรื่อง
ตอบ รูปเยอะหน่อยนะก๊าบบบบ มาดูกันเลย
รูปที่ 1. หนูป๊อปปี้ติดอ่าง 555 ดูหน้าตาก็รู้ว่าเมามันขนาดไหน
รูปที่ 2. อายุขวบกว่าๆ ไปเที่ยวทะเลครั้งแรกที่พังงา ข้างหลังคือเขาตะปู ที่แสนโด่งดัง
รูปที่ 3. รูปต่อเนื่องจากรูปที่ 2 ชอบพ่อกับแม่รูปนี้มากอะ พ่อก็ดูเท่ แม่ก็น่ารัก
ตอนนั้นพ่อกับแม่เพิ่ง อายุ 22-23 เองนะ
ส่วนคนที่อุ้มเราอยู่เนี่ยแม่บอกว่าเค้าเป็นเพื่อนสนิทของพ่อ
รูปที่ 4. งานวันเกิดตอนอายุ 3 ขวบ เรากับพ่อเกิดวันเดียวกันเลยได้จัดงานวันเกิดพร้อมกันไปเลย
รูปนี้ คนที่อุ้มเราเป็นเพื่อนที่ทำงานของพ่อ (รู้สึกว่าจะเป็นตุ๊ดนะฮ้า)
ที่หลับอย่างนี้เพราะดึกมากแล้วคุณผู้ใหญ่ทั้งหลายก็ไม่หยุด ปาร์ตี้กันซะที
เด็กเลยหลับก่อนเลยจ้า คร่อกกกกกกก
รูปที่ 5. 3 ขวบ ครึ่ง ไปถ่ายแบบ เสื้อผ้าเด็ก Little Wacoal ที่พัทยา
แม่เล่าให้ฟังว่า เค้าใช้วิธีแต่งตัวให้เด็กๆ แล้วปล่อยให้เราเล่นกันอย่างอิสระ
แล้วช่างภาพก็จะตามเก็บรูปเด็กๆเอง
เราขำรูปนี้เพราะสงสัยว่าตัวเองโพสท่าอะไรเนี่ย? เซ็กซี่หรือไง 555
รูปที่ 6. วันเดียวกันกับรูปที่ 5 แต่เปลี่ยนเสื้อผ้าอีกชุดนึง เด็กผู้ชายที่มุมภาพชื่อ บี เป็นเด็กลูกครึ่ง อเมริกันไทย
บ้านเราอยู่ใกล้กัน แม่ก็เลยพามาถ่ายแบบด้วย บี อายุน้อยกว่าเราปีนึง แม่เล่าว่า
บีชอบเรามาก เวลาเดินไปไหนก็จะเดินตามมากอดคอไปจุ๊บแก้มตลอด 555 แฟนคนแรกนั่นเอง
รูปที่ 7. อยู่ อ.1 อันนี้ถ่ายแฟชั่นในสตูดิโอค่ะ เริ่มจะโพสท่าเป็นแล้ว มีการพัฒนานะนี่
รูปที่ 8. รูปนี้ก็ถ่ายแฟชั่นเหมือนกัน ดูเป็นนางแบบขึ้นมาอีกเสต็ปใช่ป่าว
แม่บอกว่าชอบรูปนี้มาก แม่เล่าว่าตอนนั้นเราถ่ายแฟชั่นเยอะจนรู้งาน
พอแต่งตัวเสร็จ ก็ยืนโพสท่าได้เลย แหะๆ
รูปที่ 9. รูปนี้อยู่ อ.1 เหมือนกัน เราไปปาร์ตี้ชุดนอนกับเพื่อนค่ะ
555 ไม่ช่ายยยจริงๆคือไปถ่ายแฟชั่นชุดนอนเด็ก
ของ Little Wacoal เหมือนกันค่ะ คนที่ชื่อ พี่นัทในรูปเป็นลูกพี่ลูกน้องของเรา
พี่นัทกับเราสนิทกันมาก ชื่อก็คล้ายกัน พี่นัทชื่อ วีณะพัตรา คุณยายตั้งให้ทั้งคู่เลยค่ะ
รูปที่ 10. จำไม่ได้ว่างานอะไร น่าจะเป็นงานปีใหม่ที่บริษัทแม่ค่ะ รูปนี้แม่สวยมากเราชอบมากๆ
รูปที่ 11. ไปเที่ยวทะเลที่ไหนก็ไม่รู้ ที่เลือกรูปนี้เพราะนึกถึงตอนเด็กๆ แม่จะชอบซื้อเสื้อผ้า
ให้เรากับน้องใส่เหมือนๆกัน จนรู้สึกว่าตอนเด็กๆ เราแต่งตัวเหมือนเด็กผู้ชายจังเลยอะ
รูปที่ 12. ป.5 ไปรับรางวัลประกวดวาดภาพที่เดอะมอลล์ราชดำริ (เกิดทันกันมั้ย?)
ตอนป.4-ม.2 เราเรียนตีเทนนิส แล้วต่อด้วยว่ายน้ำทุกอาทิตย์ จนตัวผอมๆดำๆ แขนขายาวเก้งก้าง
ไม่ค่อบชอบหน้าตาตัวเองช่วงนั้นเลย มันเป็นช่วงกึ่งๆเด็กๆกึ่งวัยรุ่นอะนะ
ช่วงนี้เองเราก็ได้อำลา วงการนางแบบเด็กไปเพราะเริ่มโตแล้วนั่นเอง
รูปแถม.รูป นี้ไม่มีเราอยู่ มีแต่รูปพ่อ แต่รู้สึกว่าพ่อเท่มากเหมือนวงอพาร์ทเม้นท์คุณป้าเลยอะ
เลยขอเอามา อวดซะหน่อย สมัยนั้นพ่อทำงานเป็นพนักงานขายแผ่นเสียงเพลงต่างประเทศอยู่ที่เซ็นทรัลสีลม
พ่อกับเพื่อนๆ มีวงดนตรีของตัวเองด้วย พ่อเป็นนักร้องนำ(ไม่รู้ชื่อวงอะไรอะนะ)
รูปนี้คือเพื่อนๆในวง ดนตรีของพ่อค่ะ แฟชั่นยุดนั้นเริ่ดจริงๆเนอะ
ตอบ ชอบรูปที่ 2 เพราะสงสัยว่าตอนนั้นทำไมเราเรียบร้อยจัง ตัวเล็กนิดเดียวยอมนั่งนิ่งๆให้ถ่ายรูปด้วย
แถมยังเอามือกอดอกซะ ด้วย แล้วก็ชอบเพราะเป็นรูปที่เราไปเที่ยวทะเลครั้งแรกอะ
...
3. เลือกรูปแฟชั่นชุดที่ชอบที่สุดของคุณ (จากรูปที่แปะไว้เมื่อกี๊)
ตอบ รูป 8 แหม...ใส่เดรสยาวกรุยกรายขนาดนี้จะไม่ชอบได้ไงเนอะ
...
4. เพลงอะไรที่คุณชอบร้องตอนเป็นเด็ก หรือร้องเก่งน่ะ
ตอบ เพลง “ตาอินกับตานา” ร้องเพราะจนตอนป.1ได้เป็นตัวแทนห้องร้องโชว์ในงานวันปีใหม่เลยทีเดียว
...
5. คุณมีพี่น้องกี่คน เป็นลูกคนที่เท่าไหร่ เคยรังแกน้องไม๊
ตอบ เรามีน้องชาย 1 คน อายุห่างกัน 4 ปี ชื่อโอปอ
ตอนเด็กๆจะ ทะเลาะกันบ่อยมากๆ เพราะเราเป็นคนขี้โมโห แล้วน้องชายก็ซนทะโมนชอบแหย่ให้เราโกรธอยู่บ่อยๆ
แต่เวลาดีกันก็รักกันมากๆ พากันซนจนโดนพ่อตีบ่อยๆ (แน่นอนว่าพี่ต้องโดนตีหนักกว่าน้อง)
ที่น่าแปลกคือ พอโตมาเรากับน้องแทบจะไม่ทะเลาะกันเลย แถมยังรักและดูแลกันดีมาก
ตอนนี้ก็ช่วยกันดูแลกิจการบริษัทสำนักพิมพ์ของครอบครัวค่ะ
ตอนรักกัน ก็จะกอดกันแบบนี้ (รูปนี้ถ่ายไว้ตอนไปเที่ยวงานเปิดสะพานพระราม 9)
ตอนเล่นซน กันก็สนุกสนานแบบนี้แหล่ะ (วิ้ววววว ขอโชว์หุ่นหน่อยนะ 555)
รูปนี้ไปเที่ยวระยอง แล้วเราก็จับน้องชายนอนหมกทราย ครอบครัวเราเที่ยวทะเลบ่อยมากๆ
...
6. น้องเน่าของคุณคือ ....
ตอบ เป็นหมอนและหมอนข้างที่เราใช้ตั้งแต่ตอนเล็กๆ 1-2 ขวบ อยู่กับเรามาจนโตทำงานได้เลยล่ะ
ตอนหลังแม่แอบเอาไปทิ้งตอนเราออก ไปทำงาน ทำเอานอนไม่หลับไปหลายคืนเลย ^_^
และตุ๊กตาซานตาครอสพูดได้ เวลาที่เราเอามือกดที่ท้องตุ๊กตามันจะพูดว่า “เมอรี่คริสมาส โฮ่โฮ่โฮ่”
เราได้มาตอน อ.2 ลุงบ๊อบเพื่อนชาวอเมริกันของพ่อซื้อมาฝากจากเมกา
แต่มันหายไปตอนไหนก็ไม่รู้ ยังดีที่มีรูปถ่ายเก็บไว้นะเนี่ย เห็นแล้วคิดถึงจัง
...
7. เล่าเรื่องราวในวัยเด็ก 1 เรื่องที่คุณจำไม่ลืม
ตอบ อย่างที่บอกว่าเราเคยเป็นนางแบบเด็กมาก่อน ครั้งนึงตอน ป.2 เราไปเดินแฟชั่นที่
โรงแรมอิมพีเรียลซึ่งงานนั้นเป็นงานที่ค่อนข้างใหญ่ มีนางแบบมืออาชีพและดาราดังๆมาเดินกันเพียบ
ระหว่างที่เราแต่งตัวเสร็จแล้ว กำลังรอจะเดินขึ้นเวทีก็มีผู้หญิงสวยมากๆคนนึงเดินยิ้มหวานเข้ามา
แล้วพูดกับเราว่า “หนูน่ารักจังหนูมาเดินแบบเหมือนกันเหรอลูก” แล้วก็หอมแก้มเราทีนึง
เธอคนนั้นก็คือ นางเอกยอดนิยมของไทยตอนนั้น พี่จิ๊ก เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ นั่นเอง
แม่เราก็ เลยขอให้ถ่ายรูปคู่กันรูปนึง ตอนถ่ายรูป พี่จิ๊กกอดเราด้วย พี่จิ๊กสวยมากๆ พูดจาน่ารักอ่อนหวาน
เราดีใจและตื่นเต้นมากๆ เพราะพี่จิ๊กเป็นนางเอกที่เราชอบมากๆ ตอนนั้นพี่จิ๊กถ่ายโฆษณาสบู่ลักส์ สวยมากๆ
จนเป็นภาพที่เราประทับใจ พอได้เจอตัวจริงก็เลยปลาบปลื้มสุดๆ น่าเสียดายที่รูปถ่ายที่ถ่ายคู่กัน
มันหายไปไหนก็ไม่รู้แฮะ พอมาตอนโตเวลาเห็นพี่จิ๊ก หรือพี่เนาว์ ที่ดูแรงๆ ตลกๆ อย่างทุกวันนี้
ทำให้เรารู้สึก fail เหมือนกัน ว่านางฟ้าคนนั้นหายไปไหนน้อ?
...
8. จากหนังเรื่องแฟนฉัน คุณเคยทำอะไรเหมือนในหนังบ้าง
ตอบ โดดยาง(อันนี้เราเล่นจนขั้นเทพจริงๆ สามารถโดดอีสุดมือโดยที่ไม่ต้องใช้นิ้วก้อยเกี่ยวได้)
หมากเก็บ แอบปิดห้องเรียนเปิดคอนเสิร์ทสาวสาวสาวกับเพื่อน มีแก๊งจักรยานBMX
ลงไปแช่ในอ่างน้ำ ดูหน้ากากเสือ
ขอแถมเกมตั้งเต กิงก่องแก้ว ไมโล เพิ่มเข้าไปด้วย ชอบมากๆ แต่ในหนังไม่มีอะ
...
9. คุณเคยแสดง รำ เต้น อะไรบนเวทีเล่ามาหนึ่งอย่าง
ตอบ แสดงบนเวทีบ่อยมากๆๆๆ ตั้งแต่อนุบาลยันมหาลัย ขอเล่าเรื่องตอน ป.6 ละกัน
เราเคยต้อง ขึ้นไปรำฉุยฉายพราหมณ์ตอนงานปีใหม่โรงเรียน
ที่ประทับใจเพราะตอนนั้นมีเวลาเตรียมตัวน้อยมาก เราฝึกรำฉุยฉายนี้แค่ 2 วันเท่านั้น
ชุดที่ใส่คุณครูก็ใช้เวลาตัดแค่ 2 วันเหมือนกัน 2 วันที่ฝึกรำนั้น
คุณครูยกให้ไม่ต้องเรียนเลย ฝึกหนักมากๆ ตั้งแต่เช้ายันเย็น
ถ้าคนที่พอจะรำไทยมาบ้างคงพอจะรู้ว่ารำฉุยฉายเป็นการรำที่ค่อน ข้างยาก
และเพลงก็ยาวหลายนาที ท่ารำก็เยอะ แต่เราก็สามารถผ่านไปได้ด้วยดี
จนเข้าตากรรมการได้โควต้าเข้าเรียน ต่อ
โรงเรียนนาฏศิลป์โดยไม่ต้องสอบเลยล่ะ (แต่เราไม่เอาเพราะอยากเรียนศิลปะมากกว่า )
...
10..ด.ญ...... (เติมชื่อตัวเอง)...ต่างจาก หรือ เหมือนเดิมกับ
คุณในวันนี้อย่างไรบ้าง พร้อมรูปปัจจุบันเพื่อเปรียบเทียบ
ตอบ ด.ญ. วีณะกัญญา ปลั่งกมล (เตชะสา) จากวันนั้นถึงวันนี้ต่างกันในบางเรื่อง
เด็กยิ้มยากคนนั้นถึงตอนนี้จะยิ้มเก่งขึ้น แต่เวลาไม่ยิ้มก็ยังดูหน้าดุอยู่ดี
จนคนที่เพิ่งเคยเจอเราจะชอบคิดว่าเราดุ เด็กหญิงขี้วีนขี้โมโหคนนั้นไม่เหมือนเดิมแล้ว
เพราะเราในตอนนี้เป็นคนโกรธใครยาก แถมถ้าโกรธแล้วยังหายโกรธง่ายมากอีกต่างหาก
เด็กหญิงคนนั้นที่ชอบวาดรูปที่สุดก็เติบโตมากับอาชีพกราฟฟิก ดีไซเนอร์
โดยที่ไม่เคยหันเหตัวเองไปทำอย่างอื่นเลย ต้องขอบคุณพ่อกับแม่ที่ไม่เคยบังคับให้เราทำในสิ่งที่เราไม่ชอบ
และเปิดโอกาสให้เราได้เรียนรู้สิ่งต่างๆอยู่เสมอ ขอบคุณพ่อแม่ที่เชื่อมั่นในตัวลูกสาวคนนี้
วันนี้พ่อกับแม่ที่ เริ่มแก่ชรา ลูกสาวและลูกชายของพ่อกับแม่ก็สัญญาว่า
จะนำพากิจการของครอบครัวให้เจริญก้าวหน้าเป็นหลักให้กับครอบครัว ให้ได้ค่ะ
รูปตอนเด็ก ถ่ายตอนอายุ 6 ขวบ ที่เชียงใหม่ ส่วนรูปตอนโตนี่ถ่ายเมื่อ ต.ค. 52 ก๊าบ
รอยยิ้มยังเหมือนเดิมนะนี่
...
เฮ้อ......เสร็จซักที พิมพ์tagนี้ไปก็ต้องใช้สมองรื้อฟื้นความทรงจำไปด้วย
เล่นเอาเหนื่อยเลย
รู้สึกว่าน่าสนุกดี ถึงจะกลัวโดนแซวว่า คนที่พูดถึงความหลังคือคนที่เริ่มแก่แล้ว แต่พอได้ลองมานั่งค้นหารูปถ่ายเก่าๆ
ลองนึกถึงเหตุการณ์ตอนนั้น มันก็รู้สึกอบอุ่น สนุกสนาน ประทับใจ เลยอยากเอามาใส่ไว้ในบล็อกส่วนตัวด้วย ไหนๆก็เขียนซะยาวขนาดนี้แล้ว
วิธีการเล่น Tag นี้คือ
ให้คุณตอบคำถามเหล่านี้...10 ข้อแล้วนำ Tag นี้ส่งต่อเพื่อนของคุณอีกสองคน (ทีละน้อยๆพอ)
โดยนำรูปวัยเด็กของคุณ ไปแปะไว้ที่ Guestbook ของคนที่คุณต้องการส่งต่อ ...แล้วก็รออ่านของเค้า หุหุ
...
1.ลงรูปตอนเด็ก พร้อมเล่าเรื่อง
ตอบ รูปเยอะหน่อยนะก๊าบบบบ มาดูกันเลย
รูปที่ 1. หนูป๊อปปี้ติดอ่าง 555 ดูหน้าตาก็รู้ว่าเมามันขนาดไหน
รูปที่ 2. อายุขวบกว่าๆ ไปเที่ยวทะเลครั้งแรกที่พังงา ข้างหลังคือเขาตะปู ที่แสนโด่งดัง
รูปที่ 3. รูปต่อเนื่องจากรูปที่ 2 ชอบพ่อกับแม่รูปนี้มากอะ พ่อก็ดูเท่ แม่ก็น่ารัก
ตอนนั้นพ่อกับแม่เพิ่ง อายุ 22-23 เองนะ
ส่วนคนที่อุ้มเราอยู่เนี่ยแม่บอกว่าเค้าเป็นเพื่อนสนิทของพ่อ
รูปที่ 4. งานวันเกิดตอนอายุ 3 ขวบ เรากับพ่อเกิดวันเดียวกันเลยได้จัดงานวันเกิดพร้อมกันไปเลย
รูปนี้ คนที่อุ้มเราเป็นเพื่อนที่ทำงานของพ่อ (รู้สึกว่าจะเป็นตุ๊ดนะฮ้า)
ที่หลับอย่างนี้เพราะดึกมากแล้วคุณผู้ใหญ่ทั้งหลายก็ไม่หยุด ปาร์ตี้กันซะที
เด็กเลยหลับก่อนเลยจ้า คร่อกกกกกกก
รูปที่ 5. 3 ขวบ ครึ่ง ไปถ่ายแบบ เสื้อผ้าเด็ก Little Wacoal ที่พัทยา
แม่เล่าให้ฟังว่า เค้าใช้วิธีแต่งตัวให้เด็กๆ แล้วปล่อยให้เราเล่นกันอย่างอิสระ
แล้วช่างภาพก็จะตามเก็บรูปเด็กๆเอง
เราขำรูปนี้เพราะสงสัยว่าตัวเองโพสท่าอะไรเนี่ย? เซ็กซี่หรือไง 555
รูปที่ 6. วันเดียวกันกับรูปที่ 5 แต่เปลี่ยนเสื้อผ้าอีกชุดนึง เด็กผู้ชายที่มุมภาพชื่อ บี เป็นเด็กลูกครึ่ง อเมริกันไทย
บ้านเราอยู่ใกล้กัน แม่ก็เลยพามาถ่ายแบบด้วย บี อายุน้อยกว่าเราปีนึง แม่เล่าว่า
บีชอบเรามาก เวลาเดินไปไหนก็จะเดินตามมากอดคอไปจุ๊บแก้มตลอด 555 แฟนคนแรกนั่นเอง
รูปที่ 7. อยู่ อ.1 อันนี้ถ่ายแฟชั่นในสตูดิโอค่ะ เริ่มจะโพสท่าเป็นแล้ว มีการพัฒนานะนี่
รูปที่ 8. รูปนี้ก็ถ่ายแฟชั่นเหมือนกัน ดูเป็นนางแบบขึ้นมาอีกเสต็ปใช่ป่าว
แม่บอกว่าชอบรูปนี้มาก แม่เล่าว่าตอนนั้นเราถ่ายแฟชั่นเยอะจนรู้งาน
พอแต่งตัวเสร็จ ก็ยืนโพสท่าได้เลย แหะๆ
รูปที่ 9. รูปนี้อยู่ อ.1 เหมือนกัน เราไปปาร์ตี้ชุดนอนกับเพื่อนค่ะ
555 ไม่ช่ายยยจริงๆคือไปถ่ายแฟชั่นชุดนอนเด็ก
ของ Little Wacoal เหมือนกันค่ะ คนที่ชื่อ พี่นัทในรูปเป็นลูกพี่ลูกน้องของเรา
พี่นัทกับเราสนิทกันมาก ชื่อก็คล้ายกัน พี่นัทชื่อ วีณะพัตรา คุณยายตั้งให้ทั้งคู่เลยค่ะ
รูปที่ 10. จำไม่ได้ว่างานอะไร น่าจะเป็นงานปีใหม่ที่บริษัทแม่ค่ะ รูปนี้แม่สวยมากเราชอบมากๆ
รูปที่ 11. ไปเที่ยวทะเลที่ไหนก็ไม่รู้ ที่เลือกรูปนี้เพราะนึกถึงตอนเด็กๆ แม่จะชอบซื้อเสื้อผ้า
ให้เรากับน้องใส่เหมือนๆกัน จนรู้สึกว่าตอนเด็กๆ เราแต่งตัวเหมือนเด็กผู้ชายจังเลยอะ
รูปที่ 12. ป.5 ไปรับรางวัลประกวดวาดภาพที่เดอะมอลล์ราชดำริ (เกิดทันกันมั้ย?)
ตอนป.4-ม.2 เราเรียนตีเทนนิส แล้วต่อด้วยว่ายน้ำทุกอาทิตย์ จนตัวผอมๆดำๆ แขนขายาวเก้งก้าง
ไม่ค่อบชอบหน้าตาตัวเองช่วงนั้นเลย มันเป็นช่วงกึ่งๆเด็กๆกึ่งวัยรุ่นอะนะ
ช่วงนี้เองเราก็ได้อำลา วงการนางแบบเด็กไปเพราะเริ่มโตแล้วนั่นเอง
รูปแถม.รูป นี้ไม่มีเราอยู่ มีแต่รูปพ่อ แต่รู้สึกว่าพ่อเท่มากเหมือนวงอพาร์ทเม้นท์คุณป้าเลยอะ
เลยขอเอามา อวดซะหน่อย สมัยนั้นพ่อทำงานเป็นพนักงานขายแผ่นเสียงเพลงต่างประเทศอยู่ที่เซ็นทรัลสีลม
พ่อกับเพื่อนๆ มีวงดนตรีของตัวเองด้วย พ่อเป็นนักร้องนำ(ไม่รู้ชื่อวงอะไรอะนะ)
รูปนี้คือเพื่อนๆในวง ดนตรีของพ่อค่ะ แฟชั่นยุดนั้นเริ่ดจริงๆเนอะ
...
2.
เลือกรูปที่คุณชอบที่สุด
พร้อมบอกเหตุผลตอบ ชอบรูปที่ 2 เพราะสงสัยว่าตอนนั้นทำไมเราเรียบร้อยจัง ตัวเล็กนิดเดียวยอมนั่งนิ่งๆให้ถ่ายรูปด้วย
แถมยังเอามือกอดอกซะ ด้วย แล้วก็ชอบเพราะเป็นรูปที่เราไปเที่ยวทะเลครั้งแรกอะ
...
3. เลือกรูปแฟชั่นชุดที่ชอบที่สุดของคุณ (จากรูปที่แปะไว้เมื่อกี๊)
ตอบ รูป 8 แหม...ใส่เดรสยาวกรุยกรายขนาดนี้จะไม่ชอบได้ไงเนอะ
...
4. เพลงอะไรที่คุณชอบร้องตอนเป็นเด็ก หรือร้องเก่งน่ะ
ตอบ เพลง “ตาอินกับตานา” ร้องเพราะจนตอนป.1ได้เป็นตัวแทนห้องร้องโชว์ในงานวันปีใหม่เลยทีเดียว
...
5. คุณมีพี่น้องกี่คน เป็นลูกคนที่เท่าไหร่ เคยรังแกน้องไม๊
ตอบ เรามีน้องชาย 1 คน อายุห่างกัน 4 ปี ชื่อโอปอ
ตอนเด็กๆจะ ทะเลาะกันบ่อยมากๆ เพราะเราเป็นคนขี้โมโห แล้วน้องชายก็ซนทะโมนชอบแหย่ให้เราโกรธอยู่บ่อยๆ
แต่เวลาดีกันก็รักกันมากๆ พากันซนจนโดนพ่อตีบ่อยๆ (แน่นอนว่าพี่ต้องโดนตีหนักกว่าน้อง)
ที่น่าแปลกคือ พอโตมาเรากับน้องแทบจะไม่ทะเลาะกันเลย แถมยังรักและดูแลกันดีมาก
ตอนนี้ก็ช่วยกันดูแลกิจการบริษัทสำนักพิมพ์ของครอบครัวค่ะ
ตอนรักกัน ก็จะกอดกันแบบนี้ (รูปนี้ถ่ายไว้ตอนไปเที่ยวงานเปิดสะพานพระราม 9)
ตอนเล่นซน กันก็สนุกสนานแบบนี้แหล่ะ (วิ้ววววว ขอโชว์หุ่นหน่อยนะ 555)
รูปนี้ไปเที่ยวระยอง แล้วเราก็จับน้องชายนอนหมกทราย ครอบครัวเราเที่ยวทะเลบ่อยมากๆ
...
6. น้องเน่าของคุณคือ ....
ตอบ เป็นหมอนและหมอนข้างที่เราใช้ตั้งแต่ตอนเล็กๆ 1-2 ขวบ อยู่กับเรามาจนโตทำงานได้เลยล่ะ
ตอนหลังแม่แอบเอาไปทิ้งตอนเราออก ไปทำงาน ทำเอานอนไม่หลับไปหลายคืนเลย ^_^
และตุ๊กตาซานตาครอสพูดได้ เวลาที่เราเอามือกดที่ท้องตุ๊กตามันจะพูดว่า “เมอรี่คริสมาส โฮ่โฮ่โฮ่”
เราได้มาตอน อ.2 ลุงบ๊อบเพื่อนชาวอเมริกันของพ่อซื้อมาฝากจากเมกา
แต่มันหายไปตอนไหนก็ไม่รู้ ยังดีที่มีรูปถ่ายเก็บไว้นะเนี่ย เห็นแล้วคิดถึงจัง

...
7. เล่าเรื่องราวในวัยเด็ก 1 เรื่องที่คุณจำไม่ลืม
ตอบ อย่างที่บอกว่าเราเคยเป็นนางแบบเด็กมาก่อน ครั้งนึงตอน ป.2 เราไปเดินแฟชั่นที่
โรงแรมอิมพีเรียลซึ่งงานนั้นเป็นงานที่ค่อนข้างใหญ่ มีนางแบบมืออาชีพและดาราดังๆมาเดินกันเพียบ
ระหว่างที่เราแต่งตัวเสร็จแล้ว กำลังรอจะเดินขึ้นเวทีก็มีผู้หญิงสวยมากๆคนนึงเดินยิ้มหวานเข้ามา
แล้วพูดกับเราว่า “หนูน่ารักจังหนูมาเดินแบบเหมือนกันเหรอลูก” แล้วก็หอมแก้มเราทีนึง
เธอคนนั้นก็คือ นางเอกยอดนิยมของไทยตอนนั้น พี่จิ๊ก เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ นั่นเอง
แม่เราก็ เลยขอให้ถ่ายรูปคู่กันรูปนึง ตอนถ่ายรูป พี่จิ๊กกอดเราด้วย พี่จิ๊กสวยมากๆ พูดจาน่ารักอ่อนหวาน
เราดีใจและตื่นเต้นมากๆ เพราะพี่จิ๊กเป็นนางเอกที่เราชอบมากๆ ตอนนั้นพี่จิ๊กถ่ายโฆษณาสบู่ลักส์ สวยมากๆ
จนเป็นภาพที่เราประทับใจ พอได้เจอตัวจริงก็เลยปลาบปลื้มสุดๆ น่าเสียดายที่รูปถ่ายที่ถ่ายคู่กัน
มันหายไปไหนก็ไม่รู้แฮะ พอมาตอนโตเวลาเห็นพี่จิ๊ก หรือพี่เนาว์ ที่ดูแรงๆ ตลกๆ อย่างทุกวันนี้
ทำให้เรารู้สึก fail เหมือนกัน ว่านางฟ้าคนนั้นหายไปไหนน้อ?
...
8. จากหนังเรื่องแฟนฉัน คุณเคยทำอะไรเหมือนในหนังบ้าง
ตอบ โดดยาง(อันนี้เราเล่นจนขั้นเทพจริงๆ สามารถโดดอีสุดมือโดยที่ไม่ต้องใช้นิ้วก้อยเกี่ยวได้)
หมากเก็บ แอบปิดห้องเรียนเปิดคอนเสิร์ทสาวสาวสาวกับเพื่อน มีแก๊งจักรยานBMX
ลงไปแช่ในอ่างน้ำ ดูหน้ากากเสือ
ขอแถมเกมตั้งเต กิงก่องแก้ว ไมโล เพิ่มเข้าไปด้วย ชอบมากๆ แต่ในหนังไม่มีอะ
...
9. คุณเคยแสดง รำ เต้น อะไรบนเวทีเล่ามาหนึ่งอย่าง
ตอบ แสดงบนเวทีบ่อยมากๆๆๆ ตั้งแต่อนุบาลยันมหาลัย ขอเล่าเรื่องตอน ป.6 ละกัน
เราเคยต้อง ขึ้นไปรำฉุยฉายพราหมณ์ตอนงานปีใหม่โรงเรียน
ที่ประทับใจเพราะตอนนั้นมีเวลาเตรียมตัวน้อยมาก เราฝึกรำฉุยฉายนี้แค่ 2 วันเท่านั้น
ชุดที่ใส่คุณครูก็ใช้เวลาตัดแค่ 2 วันเหมือนกัน 2 วันที่ฝึกรำนั้น
คุณครูยกให้ไม่ต้องเรียนเลย ฝึกหนักมากๆ ตั้งแต่เช้ายันเย็น
ถ้าคนที่พอจะรำไทยมาบ้างคงพอจะรู้ว่ารำฉุยฉายเป็นการรำที่ค่อน ข้างยาก
และเพลงก็ยาวหลายนาที ท่ารำก็เยอะ แต่เราก็สามารถผ่านไปได้ด้วยดี
จนเข้าตากรรมการได้โควต้าเข้าเรียน ต่อ
โรงเรียนนาฏศิลป์โดยไม่ต้องสอบเลยล่ะ (แต่เราไม่เอาเพราะอยากเรียนศิลปะมากกว่า )
...
10..ด.ญ...... (เติมชื่อตัวเอง)...ต่างจาก หรือ เหมือนเดิมกับ
คุณในวันนี้อย่างไรบ้าง พร้อมรูปปัจจุบันเพื่อเปรียบเทียบ
ตอบ ด.ญ. วีณะกัญญา ปลั่งกมล (เตชะสา) จากวันนั้นถึงวันนี้ต่างกันในบางเรื่อง
เด็กยิ้มยากคนนั้นถึงตอนนี้จะยิ้มเก่งขึ้น แต่เวลาไม่ยิ้มก็ยังดูหน้าดุอยู่ดี
จนคนที่เพิ่งเคยเจอเราจะชอบคิดว่าเราดุ เด็กหญิงขี้วีนขี้โมโหคนนั้นไม่เหมือนเดิมแล้ว
เพราะเราในตอนนี้เป็นคนโกรธใครยาก แถมถ้าโกรธแล้วยังหายโกรธง่ายมากอีกต่างหาก
เด็กหญิงคนนั้นที่ชอบวาดรูปที่สุดก็เติบโตมากับอาชีพกราฟฟิก ดีไซเนอร์
โดยที่ไม่เคยหันเหตัวเองไปทำอย่างอื่นเลย ต้องขอบคุณพ่อกับแม่ที่ไม่เคยบังคับให้เราทำในสิ่งที่เราไม่ชอบ
และเปิดโอกาสให้เราได้เรียนรู้สิ่งต่างๆอยู่เสมอ ขอบคุณพ่อแม่ที่เชื่อมั่นในตัวลูกสาวคนนี้
วันนี้พ่อกับแม่ที่ เริ่มแก่ชรา ลูกสาวและลูกชายของพ่อกับแม่ก็สัญญาว่า
จะนำพากิจการของครอบครัวให้เจริญก้าวหน้าเป็นหลักให้กับครอบครัว ให้ได้ค่ะ
รูปตอนเด็ก ถ่ายตอนอายุ 6 ขวบ ที่เชียงใหม่ ส่วนรูปตอนโตนี่ถ่ายเมื่อ ต.ค. 52 ก๊าบ
รอยยิ้มยังเหมือนเดิมนะนี่
...
เฮ้อ......เสร็จซักที พิมพ์tagนี้ไปก็ต้องใช้สมองรื้อฟื้นความทรงจำไปด้วย
เล่นเอาเหนื่อยเลย
วันนี้วันสีชมพู
05/12/09 20:31
ดีจริงๆ
วันพ่อวันเฉลิมพระชนมพรรษาปีนี้เดินไปทางไหนตามถนนหนทางมีแต่คนใส่เสื้อผ้าสีชมพู
ดีใจที่คนไทยออกมาร่วมกันแสดงพลังให้เห็นถึงความจงรักภักดี งานเฉลิมฉลองช่วงค่ำก็สวยงามตระการตา
และดีใจที่วันนี้ในหลวงทรงออกมาพระราชทานพระบรมราโชวาท แม้จะสั้นๆ แต่ก็ประทับในมาก
น่าเสียดายที่ไม่ได้พาพ่อไปทานข้าวอร่อยๆ เพราะโอปอ(น้องชายเรา) ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่
พ่อก็เลยบอกว่าให้เลื่อนไปก่อนก็ได้ รอให้น้องหายป่วยก่อน รอไปเลี้ยงรวบยอดตอนวันเกิดแม่ 13 ธ.ค.ก็ได้
เมื่อวานนี้รถคันใหม่ของครอบครัวก็มาแล้ว แม่บอกว่าเจ้ารถออดี้คันเก่า ที่สวยแต่รูปจูบไม่หอม
ซ่อมทีนึงหมดเงินเป็นแสน ขับไปซ่อมไปไม่รู้กี่แสนแล้ว ขายไปซะดีกว่า พอขายแล้วก็เลยออกรถใหม่
แม่บอกว่าอยากได้ Toyota Fortuner แต่ตอนหลังก็เปลี่ยนใจมาออก Misubishi Pajero ตัวใหม่แทน
เป็นรถขนาด 7 ที่นั่งเหมือนกัน เหมาะกับการใช้งานของครอบครัวดี ตอนนี้บ้านแม่ก็มีรถมิซซู 2 คันแล้ว
ดูเอาเองว่ารถมันคันใหญ่ขนาดไหน เราไปยืนคู่ยังดูตัวเล็กไปเลย 555
ทั้งแม่ พ่อ โอปอ เรา และหลานส้ม ปลาบปลื้มกับรถคันนี้นะ มันเหมาะกับครอบครัวเรามากๆ
พ่อบ่นว่าขับยากเหมือนกัน เพราะยังไม่ชินกับขนาดรถ ก็แหงหล่ะ
ขนาดวันนี้พ่อยังพลาดก้นจ้ำเบ้าตอนปีนขึ้นรถเลยอ่ะ ดีสะโพกไม่แตกนะ
หลังจากนี้ก็ยังมีภารกิจอีกอย่างคือ ย้ายออฟฟิศ งานใหญ่เลยทีเดียว
วันนี้นอกจากจะป็นวันพ่อแล้ว ยังได้สัมภาษณ์น้องคนนึงที่เราจะให้เค้ามาช่วยงานเป็นกราฟฟิกดีไซเนอร์
คิดว่าคนนี้น่าจะทำงานด้วยกันได้ดี คุยกันนิดๆหน่อยๆ ก็รู้สึกถูกชะตาดีอ่ะ พอร์ทงานก็สไตล์เข้าตาทีเดียว
ปีหน้าก็น่าจะได้มาเริ่มงานกันที่ออฟฟิศใหม่ด้วย ^_^ เราก็ไม่ต้องเหนื่อยคนเดียวแล้ว เย้ๆ
เพี้ยง! ถ้าวาสนาเราพอจะมี ขอให้ลูกน้องคนนี้ทำงานดีๆ มีความรับผิดชอบ ไม่ทำตัวเหมือนใครบางคนด้วยเถ๊อะ!
-------
เปลี่ยนเรื่องนะคะ พรุ่งนี้ก็จะถึงวันไปเที่ยวทะเลกันแล้ว เรากับชายอ้วนตื่นเต้นมาก
เพราะนานๆ จะได้ไปเที่ยวด้วยกัน ได้พากล้วยปิ้งไปเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง วันๆ อยู่แต่ที่บ้าน
ไม่ค่อยได้ออกไปไหน นอกจากเวลาไปหาหมอ พรุ่งนี้เช้ามาใส่สายจูงกับแต่งตัวให้เค้า
คงจะตื่นเต้นน่าดูเลยล่ะ ดีจังนะ ถึงปีใหม่อาจจะไม่ได้ไปไหน ก็ยังถือว่าได้เที่ยวตอนสิ้นปี ^_^
ทะเลจ๋ารอหน่อยน้าาาาาาาาา
ดีใจที่คนไทยออกมาร่วมกันแสดงพลังให้เห็นถึงความจงรักภักดี งานเฉลิมฉลองช่วงค่ำก็สวยงามตระการตา
และดีใจที่วันนี้ในหลวงทรงออกมาพระราชทานพระบรมราโชวาท แม้จะสั้นๆ แต่ก็ประทับในมาก
น่าเสียดายที่ไม่ได้พาพ่อไปทานข้าวอร่อยๆ เพราะโอปอ(น้องชายเรา) ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่
พ่อก็เลยบอกว่าให้เลื่อนไปก่อนก็ได้ รอให้น้องหายป่วยก่อน รอไปเลี้ยงรวบยอดตอนวันเกิดแม่ 13 ธ.ค.ก็ได้
เมื่อวานนี้รถคันใหม่ของครอบครัวก็มาแล้ว แม่บอกว่าเจ้ารถออดี้คันเก่า ที่สวยแต่รูปจูบไม่หอม
ซ่อมทีนึงหมดเงินเป็นแสน ขับไปซ่อมไปไม่รู้กี่แสนแล้ว ขายไปซะดีกว่า พอขายแล้วก็เลยออกรถใหม่
แม่บอกว่าอยากได้ Toyota Fortuner แต่ตอนหลังก็เปลี่ยนใจมาออก Misubishi Pajero ตัวใหม่แทน
เป็นรถขนาด 7 ที่นั่งเหมือนกัน เหมาะกับการใช้งานของครอบครัวดี ตอนนี้บ้านแม่ก็มีรถมิซซู 2 คันแล้ว
ดูเอาเองว่ารถมันคันใหญ่ขนาดไหน เราไปยืนคู่ยังดูตัวเล็กไปเลย 555
ทั้งแม่ พ่อ โอปอ เรา และหลานส้ม ปลาบปลื้มกับรถคันนี้นะ มันเหมาะกับครอบครัวเรามากๆ
พ่อบ่นว่าขับยากเหมือนกัน เพราะยังไม่ชินกับขนาดรถ ก็แหงหล่ะ
ขนาดวันนี้พ่อยังพลาดก้นจ้ำเบ้าตอนปีนขึ้นรถเลยอ่ะ ดีสะโพกไม่แตกนะ
หลังจากนี้ก็ยังมีภารกิจอีกอย่างคือ ย้ายออฟฟิศ งานใหญ่เลยทีเดียว
วันนี้นอกจากจะป็นวันพ่อแล้ว ยังได้สัมภาษณ์น้องคนนึงที่เราจะให้เค้ามาช่วยงานเป็นกราฟฟิกดีไซเนอร์
คิดว่าคนนี้น่าจะทำงานด้วยกันได้ดี คุยกันนิดๆหน่อยๆ ก็รู้สึกถูกชะตาดีอ่ะ พอร์ทงานก็สไตล์เข้าตาทีเดียว
ปีหน้าก็น่าจะได้มาเริ่มงานกันที่ออฟฟิศใหม่ด้วย ^_^ เราก็ไม่ต้องเหนื่อยคนเดียวแล้ว เย้ๆ
เพี้ยง! ถ้าวาสนาเราพอจะมี ขอให้ลูกน้องคนนี้ทำงานดีๆ มีความรับผิดชอบ ไม่ทำตัวเหมือนใครบางคนด้วยเถ๊อะ!
-------
เปลี่ยนเรื่องนะคะ พรุ่งนี้ก็จะถึงวันไปเที่ยวทะเลกันแล้ว เรากับชายอ้วนตื่นเต้นมาก
เพราะนานๆ จะได้ไปเที่ยวด้วยกัน ได้พากล้วยปิ้งไปเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง วันๆ อยู่แต่ที่บ้าน
ไม่ค่อยได้ออกไปไหน นอกจากเวลาไปหาหมอ พรุ่งนี้เช้ามาใส่สายจูงกับแต่งตัวให้เค้า
คงจะตื่นเต้นน่าดูเลยล่ะ ดีจังนะ ถึงปีใหม่อาจจะไม่ได้ไปไหน ก็ยังถือว่าได้เที่ยวตอนสิ้นปี ^_^
ทะเลจ๋ารอหน่อยน้าาาาาาาาา
ตื่นเต้นๆ
29/11/09 10:09
การหาห้องพักริมทะเลสวยๆ
หรือบูติครีสอร์ทที่ยอมให้พาหมาเข้าพัก
มันยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร
แต่โชคดีเหลือเกิน ที่ในที่สุดก็หาได้แล้ว เมื่อวานเราใช้เวลาทั้งวันในการโทรถาม และหาจากเน็ท
นึกถึงเมื่อก่อนตอนที่ยังไม่เลี้ยงกล้วยปิ้ง พวกเราสองคนนึกอยากจะไปเที่ยวไหนก็ไปได้
แต่พอเราเอาเค้ามาเลี้ยง จะไปเที่ยวไหนก็ลำบ๊ากลำบาก เพราะเค้าเป็นหมาพันธุ์ใหญ่
พอรู้ว่าหาที่พักได้ก็ดีใจสุดๆ ตื่นเต้น อยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆ เราเตรียมซื้อเสื้อชุดใหม่ไว้ให้กล้วยปิ้ง
ใส่ไปเที่ยวด้วยล่ะ 555 ดูเหมือนเราจะตื่นเต้นจริงๆนะเนี่ย เราจะไปพักกันที่ปราณฮาวาน่า
ต่อไปถ้าคิดไม่ออกว่าจะไปเที่ยวไหนก็คงจะยึดเอาที่นี่เป็นหลัก เพราะเราชอบปราณอยู่แล้ว
เพราะเงียบสงบเป็นส่วนตัว คนไม่พลุกพล่าน ที่พักก็น่ารักดี สไตล์วินเทจหวานๆ ด้วย
ทะเลจ๋ารอเราหน่อยน้าาาาา ชอบทะเลหน้าหนาวนะ เพราะฟ้าจะใสมากๆ อยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆ
-----------------------------------------------------------------------------
เมื่อวานเรากับชายอ้วนไปงานแต่งงานน้องเมย์ เค้าเป็นลูกพี่ลูกน้องของชายอ้วน งานเล็กๆ
แต่น่ารักมากๆ น้องเมย์เป็นคาทอลิค แต่แฟนน้องเมย์เป็นมุสลิม ดังนั้นน้องเมย์ก็ต้อง
เปลี่ยนศาสนาด้วย ตอนแรกคุณพ่อกับคุณปู่ของน้องเมย์ไม่ยอมรับการแต่งงานครั้งนี้
พวกเราต้องลุ้นกันอยู่นาน เพราะเรารู้สึกได้ว่าน้องเมย์กับแฟนรักกันมากๆ แต่สุดท้าย
คุณพ่อกับคุณปู่ก็ยอมรับน้องทั้งสองคนจนได้ มานึกดูคนเป็นพ่อจะลำบากใจขนาดไหนที่ต้องเห็นลูกสาว
ต้องเข้าพิธีแต่งงานและเข้าไปสู่วิถีมุสลิม แต่พอได้เห็นภาพที่คู่บ่าวสาวเอามาให้ดูในวันงานเลี้ยง
ก็เห็นได้ว่าคุณพ่อเองก็ดูมีความสุข คงเพราะดีใจที่เห็นลูกสาวมีความสุขล่ะมั้ง?
ขนาดเราจริงๆไม่ได้สนิทกับน้องมากนัก แค่เจอกันเวลาบ้านชายอ้วนมีนัดรวมญาติ
ยังรู้สึกตื้นตันแทนเลยล่ะ แฟนน้องเมย์ก็ดูเป็นคนสุภาพ ขออวยพรให้มีความรักที่ยังยืนอบอุ่นนะคะ
รูปเรากับชายอ้วนในงานแต่งน้องเมย์ค่ะ
แต่โชคดีเหลือเกิน ที่ในที่สุดก็หาได้แล้ว เมื่อวานเราใช้เวลาทั้งวันในการโทรถาม และหาจากเน็ท
นึกถึงเมื่อก่อนตอนที่ยังไม่เลี้ยงกล้วยปิ้ง พวกเราสองคนนึกอยากจะไปเที่ยวไหนก็ไปได้
แต่พอเราเอาเค้ามาเลี้ยง จะไปเที่ยวไหนก็ลำบ๊ากลำบาก เพราะเค้าเป็นหมาพันธุ์ใหญ่
พอรู้ว่าหาที่พักได้ก็ดีใจสุดๆ ตื่นเต้น อยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆ เราเตรียมซื้อเสื้อชุดใหม่ไว้ให้กล้วยปิ้ง
ใส่ไปเที่ยวด้วยล่ะ 555 ดูเหมือนเราจะตื่นเต้นจริงๆนะเนี่ย เราจะไปพักกันที่ปราณฮาวาน่า
ต่อไปถ้าคิดไม่ออกว่าจะไปเที่ยวไหนก็คงจะยึดเอาที่นี่เป็นหลัก เพราะเราชอบปราณอยู่แล้ว
เพราะเงียบสงบเป็นส่วนตัว คนไม่พลุกพล่าน ที่พักก็น่ารักดี สไตล์วินเทจหวานๆ ด้วย
ทะเลจ๋ารอเราหน่อยน้าาาาา ชอบทะเลหน้าหนาวนะ เพราะฟ้าจะใสมากๆ อยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆ
-----------------------------------------------------------------------------
เมื่อวานเรากับชายอ้วนไปงานแต่งงานน้องเมย์ เค้าเป็นลูกพี่ลูกน้องของชายอ้วน งานเล็กๆ
แต่น่ารักมากๆ น้องเมย์เป็นคาทอลิค แต่แฟนน้องเมย์เป็นมุสลิม ดังนั้นน้องเมย์ก็ต้อง
เปลี่ยนศาสนาด้วย ตอนแรกคุณพ่อกับคุณปู่ของน้องเมย์ไม่ยอมรับการแต่งงานครั้งนี้
พวกเราต้องลุ้นกันอยู่นาน เพราะเรารู้สึกได้ว่าน้องเมย์กับแฟนรักกันมากๆ แต่สุดท้าย
คุณพ่อกับคุณปู่ก็ยอมรับน้องทั้งสองคนจนได้ มานึกดูคนเป็นพ่อจะลำบากใจขนาดไหนที่ต้องเห็นลูกสาว
ต้องเข้าพิธีแต่งงานและเข้าไปสู่วิถีมุสลิม แต่พอได้เห็นภาพที่คู่บ่าวสาวเอามาให้ดูในวันงานเลี้ยง
ก็เห็นได้ว่าคุณพ่อเองก็ดูมีความสุข คงเพราะดีใจที่เห็นลูกสาวมีความสุขล่ะมั้ง?
ขนาดเราจริงๆไม่ได้สนิทกับน้องมากนัก แค่เจอกันเวลาบ้านชายอ้วนมีนัดรวมญาติ
ยังรู้สึกตื้นตันแทนเลยล่ะ แฟนน้องเมย์ก็ดูเป็นคนสุภาพ ขออวยพรให้มีความรักที่ยังยืนอบอุ่นนะคะ
รูปเรากับชายอ้วนในงานแต่งน้องเมย์ค่ะ
หะหนาว....หะแว้วววววววว หาเรื่องเที่ยวกันดีกั่ว
24/11/09 19:31
ดีใจที่อย่างน้อยหน้าหนาวปีนี้ยังพอมีลมเย็นๆให้ได้รู้สึกว่า
เอ้อ....กรุงเทพก็หนาวได้นะ
ว่าแต่ว่าจะหนาวอีกกี่วันกันคร้าาาาาา >_< ' ช่วงนี้มีบรรยากาศหลายๆอย่างที่ทำให้อยากออกเที่ยว
เพราะช่วงที่ผ่านมางานชุมจนเหนื่อยล้าถึงขีดสุด และจะชุมแบบนี้ไปเรื่อยๆจนถึงกลางเดือนธันวา
แถมพอปลายเดือนธันวา ก็ได้ฤกษ์โยกย้ายออฟฟิศไปอยู่ออฟฟิศใหม่ที่ตอนนี้ตกแต่งภายในเสร็จแล้ว
สิ้นปีทั้งทีต้องมาออกแรงย้ายออฟฟิศกันก็เหนื่อยนะ แต่มันก็เป็นการเริ่มต้นที่ดี
ปีหน้า ได้ไปอยู่ออฟฟิศใหม่ ได้เปิดบริษัท สำนักพิมพ์ทรัพย์สยามของเรา อย่างเป็นทางการ
มันก็จะทำให้รู้สึกว่ากระตือรือล้นที่จะทำหน้าที่บริหารงานบริษัทที่เป็นของเราเองจริงๆจังๆเสียที
(ปีที่ผ่านมาเอาแต่ทำจริงบ้างเล่นบ้างขอโทษทีนะค้าาาาา) เริ่มปีใหม่โปรเจ็คท์ที่คิดๆไว้ในหัว
ก็จะได้เป็นรูปเป็นร่างซักที แต่ก็นะช่วงปีใหม่ก็คงหาโอกาสเที่ยวยากอีก เพราะชายอ้วนได้หยุดแค่ไม่กี่วัน
ยังดีที่ปีนี้คืนวันที่ 31 ธ.ค.ได้อยู่ด้วยกัน ชายอ้วนทำงานช่อง 3 มา 10 ปี ต้องอยู่เข้ากะ
ตอนกลางคืนวันที่ 31 ทุกปีเลย (แปลว่าเราไม่เคยได้อยู่เคานท์ดาวน์ด้วยกันมา 10 แล้วเศร้ามั้ยล่ะ)
และเพราะปีใหม่คงไม่ได้เที่ยว เลยคิดว่าก่อนปีใหม่นี้จะขอเที่ยวทริปสั้นๆ แบบค้างคืนเดียวซักทริป
ไปกัน พ่อแม่ลูก(กล้วยปิ้ง) ทริปล่าสุดที่ได้ไปเที่ยวคือไปพักที่หัวปลีเลซี่บีช ปราณบุรี เมื่อเดือนมีนาเลยทีเดียว นานมาก
รูปที่ไปเที่ยวปราณบุรีเมื่อมีนา 09
ช่วงนี้ก็คงต้องหาที่พักแล้วล่ะ แต่คงลำบากเหมือนกัน เพราะตอนนี้กล้วยปิ้งก็โตเต็มที่แล้ว
จะหาที่พักที่ยอมให้หมาตัวใหญ่ๆ เข้าก็ยากอยู่ โอยยยยยยยย อยากเที่ยวๆๆๆๆๆๆ
สิ่งที่อยากทำอีกอย่างคือ ในกลุ่มชาว Dolly ในเว็บ Multiply มีกิจกรรมหนุกๆ
เล่นแอบให้ของขวัญกัน ที่เรียกกันว่า Secret Santa อ่ะค่ะ แต่เป็นการเอาของขวัญให้น้องตุ๊กตาของเพื่อนๆ
เด็กๆ บ้านเราก็ขอของขวัญกับเค้าเหมือนกัน ยังไม่รู้ว่าเด็กในบ้านจะได้ของขวัญอะไรบ้าง กำลังลุ้นเลย
พอเล่นSecret Santa กัน อารมณ์สดใสของช่วงคริสมาสก็บังเกิด เลยอยากจะนัดมีทติ้งกับเพื่อนๆ
พาน้องตุ๊กตาไปถ่ายรูปกันที่ เมืองหิมะ Dream World งงมะ? 555 ก็เมืองไทยไม่มีหิมะนี่นา
อยากได้รูปถ่ายอารมณ์หนาวๆ มีหิมะโปรยปราย เด็กๆใส่ชุดหน้าหนาวน่ารักๆ ก็ต้องพึ่งเมืองหิมะนี่แหล่ะ
คงสนุกน่าดูเลยอ่ะ (ที่พูดมานี่คือยังไม่ได้ชวนใครเลยนะ คิดไปเองคนเดียว 555)
นี่ถ้าไม่ติดหมั่นไส้พวกเสื้อแดงที่เชียงใหม่ เราก็คงหาเรื่องหยุดงานยาวๆไปเยี่ยมหลินปิงเชียงใหม่แล้ว
เห็นหลินปิงในช่อง Panda Channel บ่อยๆ ชักอยากไปขอลายเซ็นต์ อิอิ
เฮ้ออออ สุดท้ายก็คงไม่แคล้วได้ไปแค่ทะเลใกล้ๆ ค้างคืนนึง อยากจะไปญี่ปุ่น ไปฮ่องกงนี่ไม่ต้องคิดเลย
ไปแล้วใครจะอยู่กับกล้วยปิ้งล่ะ -_-' นี่ถ้าพามันไปเมืองนอกได้ด้วยจะพาไปเลยนะ ....
แอบรู้สึกว่าเลี้ยงหมาก็เป็นภาระเหมือนกัน แต่ก็ยอมเพราะรักกล้วยปิ้งมากๆ ยอมที่จะเที่ยวน้อยลง
ดีกว่าทิ้งเค้าไว้บ้านอ่ะ รู้เลยว่าถึงให้ใครมาอยู่เป็นเพื่อนเค้า แต่ถ้าเราไปเมืองนอกหลายๆวัน เค้าต้องเศร้าแน่ๆ...
เรากับชายอ้วนก็คงต้องร้องเพลงอยากมีภาระของนิโคล เทริโอซินะ ก็ภาระตัวนี้น่ารักจะตาย
เนอะกล้วยปิ้งเนอะ “โฮ่ง!” (เสียงปิ้งตอบเรา 555)
ว่าแต่ว่าจะหนาวอีกกี่วันกันคร้าาาาาา >_< ' ช่วงนี้มีบรรยากาศหลายๆอย่างที่ทำให้อยากออกเที่ยว
เพราะช่วงที่ผ่านมางานชุมจนเหนื่อยล้าถึงขีดสุด และจะชุมแบบนี้ไปเรื่อยๆจนถึงกลางเดือนธันวา
แถมพอปลายเดือนธันวา ก็ได้ฤกษ์โยกย้ายออฟฟิศไปอยู่ออฟฟิศใหม่ที่ตอนนี้ตกแต่งภายในเสร็จแล้ว
สิ้นปีทั้งทีต้องมาออกแรงย้ายออฟฟิศกันก็เหนื่อยนะ แต่มันก็เป็นการเริ่มต้นที่ดี
ปีหน้า ได้ไปอยู่ออฟฟิศใหม่ ได้เปิดบริษัท สำนักพิมพ์ทรัพย์สยามของเรา อย่างเป็นทางการ
มันก็จะทำให้รู้สึกว่ากระตือรือล้นที่จะทำหน้าที่บริหารงานบริษัทที่เป็นของเราเองจริงๆจังๆเสียที
(ปีที่ผ่านมาเอาแต่ทำจริงบ้างเล่นบ้างขอโทษทีนะค้าาาาา) เริ่มปีใหม่โปรเจ็คท์ที่คิดๆไว้ในหัว
ก็จะได้เป็นรูปเป็นร่างซักที แต่ก็นะช่วงปีใหม่ก็คงหาโอกาสเที่ยวยากอีก เพราะชายอ้วนได้หยุดแค่ไม่กี่วัน
ยังดีที่ปีนี้คืนวันที่ 31 ธ.ค.ได้อยู่ด้วยกัน ชายอ้วนทำงานช่อง 3 มา 10 ปี ต้องอยู่เข้ากะ
ตอนกลางคืนวันที่ 31 ทุกปีเลย (แปลว่าเราไม่เคยได้อยู่เคานท์ดาวน์ด้วยกันมา 10 แล้วเศร้ามั้ยล่ะ)
และเพราะปีใหม่คงไม่ได้เที่ยว เลยคิดว่าก่อนปีใหม่นี้จะขอเที่ยวทริปสั้นๆ แบบค้างคืนเดียวซักทริป
ไปกัน พ่อแม่ลูก(กล้วยปิ้ง) ทริปล่าสุดที่ได้ไปเที่ยวคือไปพักที่หัวปลีเลซี่บีช ปราณบุรี เมื่อเดือนมีนาเลยทีเดียว นานมาก
รูปที่ไปเที่ยวปราณบุรีเมื่อมีนา 09
ช่วงนี้ก็คงต้องหาที่พักแล้วล่ะ แต่คงลำบากเหมือนกัน เพราะตอนนี้กล้วยปิ้งก็โตเต็มที่แล้ว
จะหาที่พักที่ยอมให้หมาตัวใหญ่ๆ เข้าก็ยากอยู่ โอยยยยยยยย อยากเที่ยวๆๆๆๆๆๆ
สิ่งที่อยากทำอีกอย่างคือ ในกลุ่มชาว Dolly ในเว็บ Multiply มีกิจกรรมหนุกๆ
เล่นแอบให้ของขวัญกัน ที่เรียกกันว่า Secret Santa อ่ะค่ะ แต่เป็นการเอาของขวัญให้น้องตุ๊กตาของเพื่อนๆ
เด็กๆ บ้านเราก็ขอของขวัญกับเค้าเหมือนกัน ยังไม่รู้ว่าเด็กในบ้านจะได้ของขวัญอะไรบ้าง กำลังลุ้นเลย
พอเล่นSecret Santa กัน อารมณ์สดใสของช่วงคริสมาสก็บังเกิด เลยอยากจะนัดมีทติ้งกับเพื่อนๆ
พาน้องตุ๊กตาไปถ่ายรูปกันที่ เมืองหิมะ Dream World งงมะ? 555 ก็เมืองไทยไม่มีหิมะนี่นา
อยากได้รูปถ่ายอารมณ์หนาวๆ มีหิมะโปรยปราย เด็กๆใส่ชุดหน้าหนาวน่ารักๆ ก็ต้องพึ่งเมืองหิมะนี่แหล่ะ
คงสนุกน่าดูเลยอ่ะ (ที่พูดมานี่คือยังไม่ได้ชวนใครเลยนะ คิดไปเองคนเดียว 555)
นี่ถ้าไม่ติดหมั่นไส้พวกเสื้อแดงที่เชียงใหม่ เราก็คงหาเรื่องหยุดงานยาวๆไปเยี่ยมหลินปิงเชียงใหม่แล้ว
เห็นหลินปิงในช่อง Panda Channel บ่อยๆ ชักอยากไปขอลายเซ็นต์ อิอิ
เฮ้ออออ สุดท้ายก็คงไม่แคล้วได้ไปแค่ทะเลใกล้ๆ ค้างคืนนึง อยากจะไปญี่ปุ่น ไปฮ่องกงนี่ไม่ต้องคิดเลย
ไปแล้วใครจะอยู่กับกล้วยปิ้งล่ะ -_-' นี่ถ้าพามันไปเมืองนอกได้ด้วยจะพาไปเลยนะ ....
แอบรู้สึกว่าเลี้ยงหมาก็เป็นภาระเหมือนกัน แต่ก็ยอมเพราะรักกล้วยปิ้งมากๆ ยอมที่จะเที่ยวน้อยลง
ดีกว่าทิ้งเค้าไว้บ้านอ่ะ รู้เลยว่าถึงให้ใครมาอยู่เป็นเพื่อนเค้า แต่ถ้าเราไปเมืองนอกหลายๆวัน เค้าต้องเศร้าแน่ๆ...
เรากับชายอ้วนก็คงต้องร้องเพลงอยากมีภาระของนิโคล เทริโอซินะ ก็ภาระตัวนี้น่ารักจะตาย
เนอะกล้วยปิ้งเนอะ “โฮ่ง!” (เสียงปิ้งตอบเรา 555)
เขียนเรื่อยเปื่อยอีกแย้ว >_< '
17/11/09 21:46
หลายวันมานี้มีอะไรที่อยากเขียนหลายอย่าง
เรื่องบ้านเมืองที่แสนวุ่นวายเพราะคนเลวๆบางคน
เราไม่ขอพูดอะไรมาก ขอแค่ให้ทุกคนที่เป็นคนไทยสำนึกไว้เสมอว่า เราต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน
ต้องทำความดี แบ่งปันความสุข เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน หมั่นตักบาตรทำบุญ ชำระล้างจิตใจให้ผ่องแผ้ว
อุทิศส่วนกุศลให้คนเลวๆ ที่หวังแต่ลาภยศเงินทองตาสว่าง กลับตัวกลับใจเสียที
เราไม่อยากให้คนลืมว่าในหลวงท่านยังทรงพระประชวรอยู่ ขอให้เห็นแก่ท่านกันบ้าง
คนที่บอกว่ารักในหลวง ถ้าคุณรักท่านจริง ก็อย่าไปสนับสนุนคนที่หวังทำลายท่านเลยค่ะ
นึกถึงความเหนื่อยยากที่ทำนทรงงานมาเพื่อพวกเราสิคะ ท่านยังทรงอุทิศให้พสกนิกรของท่านได้
แล้วเรามีกันตั้งกี่ล้านคน จะทำให้ท่านสบายใจกันบ้างจะได้มั้ย? นี่คือคำขอร้องจากคนไทยคนนึง
ที่รักในหลวงรักชาติศาสนา ไม่แพ้ใครเหมือนกันค่ะ.....ขอแค่นี้คิดว่าคงไม่ยากเกินไปใช่มั้ย
ส่วนเรื่องระหว่างประเทศเรื่องจับนักโทษหนีคดี เรื่องโดนรุกร้ำอาณาเขต ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่คนรัฐบาลเค้าไปค่ะ
...
จบเรื่องจริงจังไปแว้ว ที่นี้มาเรื่องระทึกใจกันบ้าง เหอๆๆๆ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เราและสามี
และกล้วยปิ้งกำลังนั่งดูทีวีกันอยู่ในห้องรับแขก เราเปิดแอร์เย็นฉ่ำ กินข้าวเช้าเสร็จใหม่ๆ กำลังชิลล์ๆเลย
อยู่ดีๆ ก็มีเสียงดังมาจากนอกบ้านดัง ปึก!ๆๆๆ มาจากทางด้านคอมเพลสเซอร์แอร์ สามีเลยปิดแอร์
แล้วออกไปดู ปรากฏว่าเจอสภาพนี้คร่าาาาาา งูค่ะ งูเข้าไปติดในคอมเพลสเซอร์แอร์ o_O'
สุดท้ายเลยต้องเรียกช่างแอร์มาช่วยเอางูออก แล้วถือโอกาสล้างแอร์ไปด้วยเลย
เรากลัวมากไม่กล้าเข้าไปดูใกล้ๆ สามีบอกว่า ไม่ใช่งูมีพิษ มันคืองูเขียวพระอินทร์
เป็๋นงูกินจิ้งจก มิน่าล่ะพักนี้จิ้งจกที่เคยชุกชุมหายไปเยอะ เพราะเจ้างูตัวนี้เอง ตัวมันยาวเกือบเมตรเลยนะ
โชคดีที่ไม่ใช่งูมีพิษ ดูๆไปก็สงสารมันอ่ะ โดนพัดลมปั่นตัวขาดเลย :-P ไปที่ชอบที่ชอบเหอะนะ สาธู๊
...
เอารูปลูกปิ้งในฟิลต่างๆ มาโชว์แก้คิดถึงกันด้วยแหล่ะ
รูปนี้คืออารมณ์ตอนกำลังอยากชวนแม่ออกไปเล่นเก็บบอลกัน ท่าทางลุกลี้ลุกลน
สภาพนี้คือเห็นพ่อแม่อาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปทำงาน พร้อมด้วยทำท่าถอนหายใจยาวๆ
เฮ้อออออออออออออออออออ......เซ็งๆๆๆ ทิ้งหนูกันอีกแล้ว -''- ประมาณนั้น
อันนี้คือเซ็งสุดละ เห็นละว่าแม่แต่งตัวเสร็จต้องออกไปทำงานจริงๆแล้ว สายตาจะเหวี่ยงเช่นนี้แล
อันนี้ภาพปิ้งอารมณ์ดีเพราะเพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ ขนสวยตาใสเชียว ยิ้มหวานให้กล้องอีกต่างหาก 555
...
ปิดท้ายบล็อกด้วยเพลงเพราะจาก ฝาแฝดสุดสวย Jayesslee เจนิสกับซอนย่า
ที่กำลังดังในYoutube คุณ Naughtycat แนะนำมาค่ะ ขอบอกว่าเพราะมาก เราฟังไม่รู้กี่รอบแล้วอ่า
เป็นเพลง Officially Missing you ที่ cover ได้น่ารักที่สุดเลยล่ะ
เราไม่ขอพูดอะไรมาก ขอแค่ให้ทุกคนที่เป็นคนไทยสำนึกไว้เสมอว่า เราต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน
ต้องทำความดี แบ่งปันความสุข เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน หมั่นตักบาตรทำบุญ ชำระล้างจิตใจให้ผ่องแผ้ว
อุทิศส่วนกุศลให้คนเลวๆ ที่หวังแต่ลาภยศเงินทองตาสว่าง กลับตัวกลับใจเสียที
เราไม่อยากให้คนลืมว่าในหลวงท่านยังทรงพระประชวรอยู่ ขอให้เห็นแก่ท่านกันบ้าง
คนที่บอกว่ารักในหลวง ถ้าคุณรักท่านจริง ก็อย่าไปสนับสนุนคนที่หวังทำลายท่านเลยค่ะ
นึกถึงความเหนื่อยยากที่ทำนทรงงานมาเพื่อพวกเราสิคะ ท่านยังทรงอุทิศให้พสกนิกรของท่านได้
แล้วเรามีกันตั้งกี่ล้านคน จะทำให้ท่านสบายใจกันบ้างจะได้มั้ย? นี่คือคำขอร้องจากคนไทยคนนึง
ที่รักในหลวงรักชาติศาสนา ไม่แพ้ใครเหมือนกันค่ะ.....ขอแค่นี้คิดว่าคงไม่ยากเกินไปใช่มั้ย
ส่วนเรื่องระหว่างประเทศเรื่องจับนักโทษหนีคดี เรื่องโดนรุกร้ำอาณาเขต ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่คนรัฐบาลเค้าไปค่ะ
...
จบเรื่องจริงจังไปแว้ว ที่นี้มาเรื่องระทึกใจกันบ้าง เหอๆๆๆ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เราและสามี
และกล้วยปิ้งกำลังนั่งดูทีวีกันอยู่ในห้องรับแขก เราเปิดแอร์เย็นฉ่ำ กินข้าวเช้าเสร็จใหม่ๆ กำลังชิลล์ๆเลย
อยู่ดีๆ ก็มีเสียงดังมาจากนอกบ้านดัง ปึก!ๆๆๆ มาจากทางด้านคอมเพลสเซอร์แอร์ สามีเลยปิดแอร์
แล้วออกไปดู ปรากฏว่าเจอสภาพนี้คร่าาาาาา งูค่ะ งูเข้าไปติดในคอมเพลสเซอร์แอร์ o_O'
สุดท้ายเลยต้องเรียกช่างแอร์มาช่วยเอางูออก แล้วถือโอกาสล้างแอร์ไปด้วยเลย
เรากลัวมากไม่กล้าเข้าไปดูใกล้ๆ สามีบอกว่า ไม่ใช่งูมีพิษ มันคืองูเขียวพระอินทร์
เป็๋นงูกินจิ้งจก มิน่าล่ะพักนี้จิ้งจกที่เคยชุกชุมหายไปเยอะ เพราะเจ้างูตัวนี้เอง ตัวมันยาวเกือบเมตรเลยนะ
โชคดีที่ไม่ใช่งูมีพิษ ดูๆไปก็สงสารมันอ่ะ โดนพัดลมปั่นตัวขาดเลย :-P ไปที่ชอบที่ชอบเหอะนะ สาธู๊
...
เอารูปลูกปิ้งในฟิลต่างๆ มาโชว์แก้คิดถึงกันด้วยแหล่ะ
รูปนี้คืออารมณ์ตอนกำลังอยากชวนแม่ออกไปเล่นเก็บบอลกัน ท่าทางลุกลี้ลุกลน
สภาพนี้คือเห็นพ่อแม่อาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปทำงาน พร้อมด้วยทำท่าถอนหายใจยาวๆ
เฮ้อออออออออออออออออออ......เซ็งๆๆๆ ทิ้งหนูกันอีกแล้ว -''- ประมาณนั้น
อันนี้คือเซ็งสุดละ เห็นละว่าแม่แต่งตัวเสร็จต้องออกไปทำงานจริงๆแล้ว สายตาจะเหวี่ยงเช่นนี้แล
อันนี้ภาพปิ้งอารมณ์ดีเพราะเพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ ขนสวยตาใสเชียว ยิ้มหวานให้กล้องอีกต่างหาก 555
...
ปิดท้ายบล็อกด้วยเพลงเพราะจาก ฝาแฝดสุดสวย Jayesslee เจนิสกับซอนย่า
ที่กำลังดังในYoutube คุณ Naughtycat แนะนำมาค่ะ ขอบอกว่าเพราะมาก เราฟังไม่รู้กี่รอบแล้วอ่า
เป็นเพลง Officially Missing you ที่ cover ได้น่ารักที่สุดเลยล่ะ
สนทนาธรรม กินเจ ทำบุญ
17/10/09 23:23
พักนี้คนรอบข้างเรา และตัวเราเป็นไรไม่รู้
มีเรื่องให้ไม่สบายใจกันอยู่เรื่อยๆ
ตั้งเรื่องยัยลูกน้องตัวแสบมะเร็งเนื้อร้ายในบริษัทที่เชิญออกไป
ป่วนจนคนทั้งออฟฟิศเครียดไปตามๆกัน จนไปถึงเรื่องราวเหตุการณ์บ้านเมือง
เรื่องพระอาการประชวรของในหลวง ยอมรับว่าตัวเองเครียด
Doll Therapy ก็เอาแทบจะไม่อยู่ สุดท้ายก็ต้องพึ่งพระพึ่งธรรมะ
เมื่อมีโอกาสก็จะคุยเรื่องธรรมะกับเพื่อน กับคนที่มีความรู้
ทำให้เราดูแลสภาพจิตใจได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ
เมื่อไหร่ที่เครียดหรือคนรอบข้างข้างอารมณ์ไม่ดี
โดยเฉพาะแม่ ที่มีเรื่องมาให้ปวดหัวอยู่บ่อยๆ เราก็จะเป็นคนคอยบอกให้เค้าใจเย็นๆ
ยิ่งเป็นวัยทองอยู่แล้ว ยิ่งขี้วีนใหญ่เลย กินเจปีนี้ตั้งใจจะกินเจด้วย หลังจาก
ไม่ได้กินมาหลายปี แถมช่วงนี้มีซองมาบอกบุญไม่ได้ขาด เราก็ทำตลอด
โดนใส่ชื่อเป็นกรรมการตลอดเหมือนกัน ^_^ ช่วงนี้เลยรู้สึกว่า เออดีนะ
ได้ทำกิจกรรมอะไรทำนองนี้บ่อยดี รู้สึกดี และจะทำต่อไปเรื่อยๆ สาธุ๊!
ตั้งเรื่องยัยลูกน้องตัวแสบมะเร็งเนื้อร้ายในบริษัทที่เชิญออกไป
ป่วนจนคนทั้งออฟฟิศเครียดไปตามๆกัน จนไปถึงเรื่องราวเหตุการณ์บ้านเมือง
เรื่องพระอาการประชวรของในหลวง ยอมรับว่าตัวเองเครียด
Doll Therapy ก็เอาแทบจะไม่อยู่ สุดท้ายก็ต้องพึ่งพระพึ่งธรรมะ
เมื่อมีโอกาสก็จะคุยเรื่องธรรมะกับเพื่อน กับคนที่มีความรู้
ทำให้เราดูแลสภาพจิตใจได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ
เมื่อไหร่ที่เครียดหรือคนรอบข้างข้างอารมณ์ไม่ดี
โดยเฉพาะแม่ ที่มีเรื่องมาให้ปวดหัวอยู่บ่อยๆ เราก็จะเป็นคนคอยบอกให้เค้าใจเย็นๆ
ยิ่งเป็นวัยทองอยู่แล้ว ยิ่งขี้วีนใหญ่เลย กินเจปีนี้ตั้งใจจะกินเจด้วย หลังจาก
ไม่ได้กินมาหลายปี แถมช่วงนี้มีซองมาบอกบุญไม่ได้ขาด เราก็ทำตลอด
โดนใส่ชื่อเป็นกรรมการตลอดเหมือนกัน ^_^ ช่วงนี้เลยรู้สึกว่า เออดีนะ
ได้ทำกิจกรรมอะไรทำนองนี้บ่อยดี รู้สึกดี และจะทำต่อไปเรื่อยๆ สาธุ๊!
หวัดรับประทาน
13/10/09 00:32
วันนี้ไม่มีอะไร จะเขียนแค่สั้นๆ
เมื่อวันเสาร์ตอนเช้าอาการภูมิแพ้กำเริบ เท่านั้นยังไม่พอ ดันไปโดนฝนปรอยๆตอนค่ำ
โดนฝนเสร็จ ไม่เจียม ไปกินไอติมอีก จากนั้นก็ไปหาชายอ้วนที่ออฟฟิศ ซึ่งแอร์เย็นผิดปกติ
กลับมาถึงบ้านอิชั้นป่วยเลยค่ะ วันนี้ทั้งวันใช้ทิชชู่หมดไป 1 ห่อ กินยาแก้ภูมิแพ้กับพารา
ก็ดีขึ้นหน่อย แต่ยังไม่ดีมาก แล้วนี่ยังไม่ยอมไปนอนมานั่งเขียนบล็อกอีก 555
จะหายมั้ยนี่ ...จ๊ากกกก ไปดีกว่า
เออๆ..ที่เราเล่าเรื่องเจ๊คนนั้นที่เม้าท์ราคาตุ๊กตา BJD เกินจริงทั้งขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์
ทั้งออกทีวีตั้งหลายช่องแถมยังตุ๊กตา ที่เจ๊เค้าโม้ก็มีการเอาไปโชว์ในงาน Doll Mania อีก
มันเริ่มส่งผลแล้วนะเพื่อนๆเราที่สั่ง BJD พวกรุ่นตัวใหญ่ๆ ที่เพิ่งส่งมาถึงไทยเมื่อวาน
โดนภาษีกันไปตัวละ 5000 กว่าบาท คาดว่ามาจากข่าวแน่นอน ทำให้พี่ศุลฯประเมินราคาตุ๊กตาสูงขึ้น
o_O"
โชคดีที่รอบล่าสุดเราสั่งเป็นน้อง Lati Yellow ตัวเล็กๆ รวมกับเพื่อน มากัน 4 ตัวในกล่อง
โดนภาษีไปคนละไม่ถึง 500 บาท โชคดีจริงๆ ถ้าพี่ศุลฯ รู้ว่าจริงๆแล้วตัวเล็กตัวใหญ่ราคาพอกัน
เราคงตายเหมือนกัน โฮ่ย..ไม่เอาแล้วพูดเรื่องนี้แล้วอารมณ์เสีย
เบื่อพวกอวดรวยไม่คิดจริงๆ ไปนอนดีกว่า ซ์ื้ดดดดดดดด (เสียงซื้ดขี้มูก)
เมื่อวันเสาร์ตอนเช้าอาการภูมิแพ้กำเริบ เท่านั้นยังไม่พอ ดันไปโดนฝนปรอยๆตอนค่ำ
โดนฝนเสร็จ ไม่เจียม ไปกินไอติมอีก จากนั้นก็ไปหาชายอ้วนที่ออฟฟิศ ซึ่งแอร์เย็นผิดปกติ
กลับมาถึงบ้านอิชั้นป่วยเลยค่ะ วันนี้ทั้งวันใช้ทิชชู่หมดไป 1 ห่อ กินยาแก้ภูมิแพ้กับพารา
ก็ดีขึ้นหน่อย แต่ยังไม่ดีมาก แล้วนี่ยังไม่ยอมไปนอนมานั่งเขียนบล็อกอีก 555
จะหายมั้ยนี่ ...จ๊ากกกก ไปดีกว่า
เออๆ..ที่เราเล่าเรื่องเจ๊คนนั้นที่เม้าท์ราคาตุ๊กตา BJD เกินจริงทั้งขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์
ทั้งออกทีวีตั้งหลายช่องแถมยังตุ๊กตา ที่เจ๊เค้าโม้ก็มีการเอาไปโชว์ในงาน Doll Mania อีก
มันเริ่มส่งผลแล้วนะเพื่อนๆเราที่สั่ง BJD พวกรุ่นตัวใหญ่ๆ ที่เพิ่งส่งมาถึงไทยเมื่อวาน
โดนภาษีกันไปตัวละ 5000 กว่าบาท คาดว่ามาจากข่าวแน่นอน ทำให้พี่ศุลฯประเมินราคาตุ๊กตาสูงขึ้น
o_O"
โชคดีที่รอบล่าสุดเราสั่งเป็นน้อง Lati Yellow ตัวเล็กๆ รวมกับเพื่อน มากัน 4 ตัวในกล่อง
โดนภาษีไปคนละไม่ถึง 500 บาท โชคดีจริงๆ ถ้าพี่ศุลฯ รู้ว่าจริงๆแล้วตัวเล็กตัวใหญ่ราคาพอกัน
เราคงตายเหมือนกัน โฮ่ย..ไม่เอาแล้วพูดเรื่องนี้แล้วอารมณ์เสีย
เบื่อพวกอวดรวยไม่คิดจริงๆ ไปนอนดีกว่า ซ์ื้ดดดดดดดด (เสียงซื้ดขี้มูก)
เด็กน่ารักที่แสนน่าคบ
11/09/09 23:42
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมามีนัดกินข้าวกับเพื่อนรุ่นน้อง
2 คน น้องโบ้ท น้องบี น้องสองคนนี้
อายุเด็กกว่าเราถึง 10 ปีเลยทีเดียว รู้จักกันหลายปีแล้ว ตัง้แต่ตอนเรายังเป็นซีเนียร์กราฟฟิกอยู่ที่CLEO
น้องสองคนนี้มาฝึกงาน ก็เริ่มสนิทกันเรื่อยมา ถือว่าเป๋็นน้องฝึกงานกลุ่มเดียวที่เรายังติดต่อด้วยตลอด
ตอนนี้โบ้ททำงานอยู่Dtac ทางด้านระบบInternet และ 3G ส่วนบีทำงานอยู่สายการบิน Garuda Air
(เคยได้นั่งเครื่อง Garuda ครั้งนึงตอนไปสิงคโปร์ แอร์แก่เท่าแม่เราเลยทีเดียว 555) ชอบเด็กสองคนนี้
ตรงความเสมอต้นเสมอปลาย คิดดี ไม่ทำตัวแบบ ชั้นทำงานเก่งแล้ว ชั้นเป็นตัวแม่ อะไรแบบนั้น เด็กน่ารักๆ
หลายคนที่เรารู้จักพอทำงานไปเรื่อยๆ ชอบลืมตัว แบบนั้นไม่น่ารักเลย ดีใจที่ได้เจอกันทั้งโบ้ทและบี
ได้คุยกันยาวๆ มีเรื่องเม้าท์เยอะเหมือนกันเพราะไม่ได้เจอกันเกือบปีเลยทีเดียว
เรากับน้องโบ๊ท น่าหมั่นเขี้ยวมั้ย? โบ้ทเป็นคนที่แบบ...อ้วนแล้วดูน่ารักน่าหยิกแก้มอ่ะ ช๊อบบบบบบ
น้องบี ที่บ่นตลอดเวลาว่าชุดฟอร์มหนูแก่หนูไม่อยากถ่ายรูป 555 เราบังคับให้ยอมถ่ายจนได้
ทิ้งท้ายด้วย รูปเรากับชายอ้วน หลังๆมานี้ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปด้วยกันเลย ชอบรูปนี้มาก ชายอ้วนทำหน้าตลกดี อิอิ
อายุเด็กกว่าเราถึง 10 ปีเลยทีเดียว รู้จักกันหลายปีแล้ว ตัง้แต่ตอนเรายังเป็นซีเนียร์กราฟฟิกอยู่ที่CLEO
น้องสองคนนี้มาฝึกงาน ก็เริ่มสนิทกันเรื่อยมา ถือว่าเป๋็นน้องฝึกงานกลุ่มเดียวที่เรายังติดต่อด้วยตลอด
ตอนนี้โบ้ททำงานอยู่Dtac ทางด้านระบบInternet และ 3G ส่วนบีทำงานอยู่สายการบิน Garuda Air
(เคยได้นั่งเครื่อง Garuda ครั้งนึงตอนไปสิงคโปร์ แอร์แก่เท่าแม่เราเลยทีเดียว 555) ชอบเด็กสองคนนี้
ตรงความเสมอต้นเสมอปลาย คิดดี ไม่ทำตัวแบบ ชั้นทำงานเก่งแล้ว ชั้นเป็นตัวแม่ อะไรแบบนั้น เด็กน่ารักๆ
หลายคนที่เรารู้จักพอทำงานไปเรื่อยๆ ชอบลืมตัว แบบนั้นไม่น่ารักเลย ดีใจที่ได้เจอกันทั้งโบ้ทและบี
ได้คุยกันยาวๆ มีเรื่องเม้าท์เยอะเหมือนกันเพราะไม่ได้เจอกันเกือบปีเลยทีเดียว
เรากับน้องโบ๊ท น่าหมั่นเขี้ยวมั้ย? โบ้ทเป็นคนที่แบบ...อ้วนแล้วดูน่ารักน่าหยิกแก้มอ่ะ ช๊อบบบบบบ
น้องบี ที่บ่นตลอดเวลาว่าชุดฟอร์มหนูแก่หนูไม่อยากถ่ายรูป 555 เราบังคับให้ยอมถ่ายจนได้
ทิ้งท้ายด้วย รูปเรากับชายอ้วน หลังๆมานี้ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปด้วยกันเลย ชอบรูปนี้มาก ชายอ้วนทำหน้าตลกดี อิอิ
7th Anniversary : The Dating
18/08/09 23:51
15 พ.ค.2532
วันที่เราและจักรเข้าเรียนชั้น ม.4 ร.ร.ชิโนรสวิทยาลัย 2-3 เดือนหลังจากนั้น
เราก็เป็นเพื่อนร่วมชมรมศิลปะด้วยกัน แต่ต่างคนต่างก็คิดกันแบบเพื่อน และเริ่มสนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ
27 มิ.ย. 2533
ความรักเบ่งบานในใจเราสองคน และตกลงเป็นแฟนกันอย่างจริงจัง
จากนั้นความรักของเราก็ต้องผ่านอุปสรรคมากมาย แต่เราก็อดทนเพื่อความรักของเรา
..........พ.ค. 2538
สองคนเกิดปัญหาและเลิกรากันอย่างเจ็บปวดรวดร้าว และหลังจากวันนั้นตลอด 5 ปี
เราต่างก็ไม่เคยได้เจอหน้ากันอีกเลย
13 มี.ค. 2543
เราได้กลับมาพบกันอีกครั้ง และเริ่มออกเดทกันอีก 2 เดือนหลังจากนั้นก็กลับมาเป็นแฟนกัน
18 ส.ค. 2545
วันแต่งงานของจักร์+ป๊อปปี้ วันที่เราเริ่มต้นชีวิตคู่
18 ส.ค. 2552
ครบรอบแต่งงานปีที่ 7
เราขอเรียกวันครบรอบวันนี้ว่า การ Refresh ความรักของเราอีกครั้ง
คิดดูซิ คนรักกัน รู้จักกันมา 20 ปี ระยะเวลาที่รักกันก็ปาเข้าไป สิบกว่าปี บางทีมันก็มีอารมณ์จืดชืดจืดจางไปบ้าง
ปีที่แล้วเราต่างคนต่างแทบจะไม่มีเวลาแม้แต่จะคิดทำอะไรพิเศษๆให้กัน (แต่ก็ยังอุตส่าห์มีแหวนครบรอบ6ปีใส่กันคนละวง)
ปีนี้จักร์เค้าเซอไพรส์เราก่อนด้วยการซื้อมือถือเครื่องใหม่ให้ เราก็เลยทุ่มทุนสร้างซื้อเกม Wii ให้เค้า
พอก่อนจะถึงวันครบรอบก็คุยๆกันอยากให้ปีนี้ได้ทำอะไรพิเศษๆบ้าง จักร์ก็เลยลาหยุดงาน เราก็หยุดด้วย
ตื่นตอนเช้าคำแรกที่พูดกันคือ บอกรักซึ่งกันและกัน ทำให้ตื่นนอนอย่างอารมณ์ดีมากๆ
จากนั้นก็ไปดูหนังที่เดอะมอลล์บางแค “ดื้อ สวย ดุ” เพราะชอบจีจ้ามากๆ พลาดไม่ได้เลย
หนังบู๊แนวนี้ก็รู้กันอยู่ อย่าไปสนใจเรื่องบทหนัง ดูแค่ว่าเค้าต่อสู้สวยงามเตะกันกระจายขนาดไหนก็พอ
หลังดูหนังเสร็จ ตั้งใจว่าจะไปวัดระฆังฯ ไหว้พระ ทำบุญ ปล่อยปลา แต่ปรากฎว่าฝนตกหนักมากๆ
เลยแวะนั่งชิลล์ๆ ที่ร้านกาแฟยอดดอย ร้านโปรดของเรา ร้านนี้เครปอร่อยม๊ากกกกกกกก กาแฟร้อนก็อร่อย
วันนี้เราได้พูดคุยเรื่องต่างๆเยอะมากๆ หลังจากที่งานยุ่งๆ จนหาเวลาคุยกันน้อยเหลือเกิน
พอฝนซาก็ออกเดินทางต่อเลยจ้า ไปทำบุญไหว้พระปล่อยปลาที่วัดระฆังโฆสิตาราม ย่านพรานนก
และศิริราช ถือเป็นแหล่งที่เราและจักรคุ้นเคย เพราะใกล้โรงเรียนชิโนรสของพวกเราที่สุด
พอได้กลับไปแถวนั้นอีกก็ทำให้ได้นึกถึงวันเก่าๆของเรา พอเข้าไปถึงวัดระฆังฯ ก็ได้ไหว้พระ ทำบุญ

เดินมาที่ท่าน้ำได้ปล่อยปลาด้วยกัน แล้วยังซื้ออาหารไปเลี้ยงปลาด้วย ระหว่างให้อาหารปลา
ก็มีหมู่นกพิราบมาขอแจมเพียบเลย ก็สนุกดีอ่ะ แล้วก็รู้สึกสบายใจมากๆด้วย ออกมาจากวัดจักร์ก็พาเรา
ขับรถวนไปผ่านหน้าโรงเรียนชิโนรสด้วย ตื่นเต้นจัง ชอบมากอารมณ์ตอนที่เราผ่านหน้าโรงเรียนเก่า
แถมเป็นที่ๆเราได้มาเจอกันก็ยิ่งตื่นเต้น หันมามองหน้ากัน ยิ้มไม่หุบทั้งคู่เลย ดีจังๆ รถติดหน่อยแต่ก็คุ้มค่า
ฟ้าเริ่มมืดแล้วโปรแกรมต่อมาคือ ไปขึ้นเรือ Riverside Cruise เพื่อดินเนอร์กัน แถมได้ล่องเรือไปตาม
แม่น้ำเจ้าพระยาด้วย จักรเค้าจองโต๊ะเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว พอไปถึงก็ชิลล์ๆ นั่งเล่นถ่ายรูปกัน รอเวลาเรือออก
สั่งอาหารมาทานไปพลางๆ อาหารก็รสชาติดีถูกปากทีเดียว โดยเฉพาะหมูสะเต๊ะอันนี้คอนเฟิร์มว่าอร่อยมาก
โชคดีที่ฟ้าเป็นใจ ฝนไม่ตกตลอดการเดินทางเลยล่ะ (เรานั่งที่ด้านบนของเรือ ไม่มีหลังคาซะด้วยฝนตกก็เปียกแน่)
รูปนี้ถ่ายบนเรือก่อนเรือจะออก เป็นรูปคู่รูปเดียวที่ถ่ายบนเรือนะจ๊ะ

ซารังเฮ.....เล่นอะไรกันเนี่ย 555

เรือลอดสะพานตั้งหลายสะพานแต่ชอบสะพานพระราม 8 มากสุดอ่ะ อะไรจะสวยขนาดนี้
อีกรูปนึงคุณสามีที่รักไม่ยอมปล่อยกล้องวิดีโอออกจากมือเลย แถมชมงุบงิบว่าวิวสวยมากกกถ่ายรูปมันสุด
หลังจากกลับมาถึงท่าเรืออีกครั้ง และกลับบ้าน จักรก็บอกว่าดีจังเนอะที่ได้มาเดทกันวันนี้
ดีจัง เรารู้สึกเหมือนได้ Refresh ความรักซะใหม่ให้สดชื่อสดใสดีจังๆ รู้สึกได้ว่าความรักของเรา
จะยิ่งมั่นคงและแข็งแกร่งขึ้น ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเจอกับอะไร ขอแค่เรายังรักกันมั่นคงแบบนี้ก็พอแล้ว
ขอบคุณพ่อนะที่ดูแลแม่และกล้วยปิ้งมาอย่างดีตลอดเลย รักพ่อนะจ๊ะ
วันที่เราและจักรเข้าเรียนชั้น ม.4 ร.ร.ชิโนรสวิทยาลัย 2-3 เดือนหลังจากนั้น
เราก็เป็นเพื่อนร่วมชมรมศิลปะด้วยกัน แต่ต่างคนต่างก็คิดกันแบบเพื่อน และเริ่มสนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ
27 มิ.ย. 2533
ความรักเบ่งบานในใจเราสองคน และตกลงเป็นแฟนกันอย่างจริงจัง
จากนั้นความรักของเราก็ต้องผ่านอุปสรรคมากมาย แต่เราก็อดทนเพื่อความรักของเรา
..........พ.ค. 2538
สองคนเกิดปัญหาและเลิกรากันอย่างเจ็บปวดรวดร้าว และหลังจากวันนั้นตลอด 5 ปี
เราต่างก็ไม่เคยได้เจอหน้ากันอีกเลย
13 มี.ค. 2543
เราได้กลับมาพบกันอีกครั้ง และเริ่มออกเดทกันอีก 2 เดือนหลังจากนั้นก็กลับมาเป็นแฟนกัน
18 ส.ค. 2545
วันแต่งงานของจักร์+ป๊อปปี้ วันที่เราเริ่มต้นชีวิตคู่
18 ส.ค. 2552
ครบรอบแต่งงานปีที่ 7
เราขอเรียกวันครบรอบวันนี้ว่า การ Refresh ความรักของเราอีกครั้ง
คิดดูซิ คนรักกัน รู้จักกันมา 20 ปี ระยะเวลาที่รักกันก็ปาเข้าไป สิบกว่าปี บางทีมันก็มีอารมณ์จืดชืดจืดจางไปบ้าง
ปีที่แล้วเราต่างคนต่างแทบจะไม่มีเวลาแม้แต่จะคิดทำอะไรพิเศษๆให้กัน (แต่ก็ยังอุตส่าห์มีแหวนครบรอบ6ปีใส่กันคนละวง)
ปีนี้จักร์เค้าเซอไพรส์เราก่อนด้วยการซื้อมือถือเครื่องใหม่ให้ เราก็เลยทุ่มทุนสร้างซื้อเกม Wii ให้เค้า
พอก่อนจะถึงวันครบรอบก็คุยๆกันอยากให้ปีนี้ได้ทำอะไรพิเศษๆบ้าง จักร์ก็เลยลาหยุดงาน เราก็หยุดด้วย
ตื่นตอนเช้าคำแรกที่พูดกันคือ บอกรักซึ่งกันและกัน ทำให้ตื่นนอนอย่างอารมณ์ดีมากๆ
จากนั้นก็ไปดูหนังที่เดอะมอลล์บางแค “ดื้อ สวย ดุ” เพราะชอบจีจ้ามากๆ พลาดไม่ได้เลย
หนังบู๊แนวนี้ก็รู้กันอยู่ อย่าไปสนใจเรื่องบทหนัง ดูแค่ว่าเค้าต่อสู้สวยงามเตะกันกระจายขนาดไหนก็พอ
หลังดูหนังเสร็จ ตั้งใจว่าจะไปวัดระฆังฯ ไหว้พระ ทำบุญ ปล่อยปลา แต่ปรากฎว่าฝนตกหนักมากๆ
เลยแวะนั่งชิลล์ๆ ที่ร้านกาแฟยอดดอย ร้านโปรดของเรา ร้านนี้เครปอร่อยม๊ากกกกกกกก กาแฟร้อนก็อร่อย
วันนี้เราได้พูดคุยเรื่องต่างๆเยอะมากๆ หลังจากที่งานยุ่งๆ จนหาเวลาคุยกันน้อยเหลือเกิน
พอฝนซาก็ออกเดินทางต่อเลยจ้า ไปทำบุญไหว้พระปล่อยปลาที่วัดระฆังโฆสิตาราม ย่านพรานนก
และศิริราช ถือเป็นแหล่งที่เราและจักรคุ้นเคย เพราะใกล้โรงเรียนชิโนรสของพวกเราที่สุด
พอได้กลับไปแถวนั้นอีกก็ทำให้ได้นึกถึงวันเก่าๆของเรา พอเข้าไปถึงวัดระฆังฯ ก็ได้ไหว้พระ ทำบุญ

เดินมาที่ท่าน้ำได้ปล่อยปลาด้วยกัน แล้วยังซื้ออาหารไปเลี้ยงปลาด้วย ระหว่างให้อาหารปลา
ก็มีหมู่นกพิราบมาขอแจมเพียบเลย ก็สนุกดีอ่ะ แล้วก็รู้สึกสบายใจมากๆด้วย ออกมาจากวัดจักร์ก็พาเรา
ขับรถวนไปผ่านหน้าโรงเรียนชิโนรสด้วย ตื่นเต้นจัง ชอบมากอารมณ์ตอนที่เราผ่านหน้าโรงเรียนเก่า
แถมเป็นที่ๆเราได้มาเจอกันก็ยิ่งตื่นเต้น หันมามองหน้ากัน ยิ้มไม่หุบทั้งคู่เลย ดีจังๆ รถติดหน่อยแต่ก็คุ้มค่า
ฟ้าเริ่มมืดแล้วโปรแกรมต่อมาคือ ไปขึ้นเรือ Riverside Cruise เพื่อดินเนอร์กัน แถมได้ล่องเรือไปตาม
แม่น้ำเจ้าพระยาด้วย จักรเค้าจองโต๊ะเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว พอไปถึงก็ชิลล์ๆ นั่งเล่นถ่ายรูปกัน รอเวลาเรือออก
สั่งอาหารมาทานไปพลางๆ อาหารก็รสชาติดีถูกปากทีเดียว โดยเฉพาะหมูสะเต๊ะอันนี้คอนเฟิร์มว่าอร่อยมาก
โชคดีที่ฟ้าเป็นใจ ฝนไม่ตกตลอดการเดินทางเลยล่ะ (เรานั่งที่ด้านบนของเรือ ไม่มีหลังคาซะด้วยฝนตกก็เปียกแน่)
รูปนี้ถ่ายบนเรือก่อนเรือจะออก เป็นรูปคู่รูปเดียวที่ถ่ายบนเรือนะจ๊ะ

ซารังเฮ.....เล่นอะไรกันเนี่ย 555

เรือลอดสะพานตั้งหลายสะพานแต่ชอบสะพานพระราม 8 มากสุดอ่ะ อะไรจะสวยขนาดนี้
อีกรูปนึงคุณสามีที่รักไม่ยอมปล่อยกล้องวิดีโอออกจากมือเลย แถมชมงุบงิบว่าวิวสวยมากกกถ่ายรูปมันสุด
หลังจากกลับมาถึงท่าเรืออีกครั้ง และกลับบ้าน จักรก็บอกว่าดีจังเนอะที่ได้มาเดทกันวันนี้
ดีจัง เรารู้สึกเหมือนได้ Refresh ความรักซะใหม่ให้สดชื่อสดใสดีจังๆ รู้สึกได้ว่าความรักของเรา
จะยิ่งมั่นคงและแข็งแกร่งขึ้น ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเจอกับอะไร ขอแค่เรายังรักกันมั่นคงแบบนี้ก็พอแล้ว
ขอบคุณพ่อนะที่ดูแลแม่และกล้วยปิ้งมาอย่างดีตลอดเลย รักพ่อนะจ๊ะ
7th Anniversary
02/08/09 17:14
18 สิงหาคม ครบรอบแต่งงานของเรากับชายอ้วนปีที่ 7
มีอะไรน่ารักๆ อีกแล้ว
^_^ ชายอ้วนให้ของขวัญเราเป็นมือถือของWellcom หน้าตาเครื่องเหมือนBlackberry
มากๆๆๆๆ ขนาดเราถือไปไหนก็มีแต่คนทักว่าไปถอยBBมาเหรอ? พอบอกราคาไปถึงกับอึ้ง
เพราะราคาย่อมเยาว์มากๆ ชายอ้วนบอกว่า เอาอันนี้ไปใช้เล่นๆก่อน เดี๋ยวปลายปีจะซื้อให้ใหม่
เรื่องราคาไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่เรื่องใจที่เค้าคิดจะซื้อของให้เรานี่สำคัญกว่า ว่ามั้ย?
ที่น่ารักสุด ก็คงจะเป็นข้อความในการ์ดที่หวานแหววปนฮามากๆ
“ขอมอบให้กับภรรยาที่แสนน่ารักของผม... ^_^
แม้ว่าเวลามันจะผ่านไปผ่านไป...ผมว่าความรักที่เรามอบให้กันและกันนั้นไม่ได้ลดลงไปเลยแม้แต่นิดเดียว
ครบรอบคราวนี้ผมไม่ได้อยากนับหรอกว่าเป็นปีที่เท่าไหร่ เพราะคำตอบของพวกเราก็คือ
จนแก่จนเฒ่าเท่านั้นแหล่ะ ผมก็ชอบที่จะปรนนิบัติคุณแบบนี้เสมอๆ ทำไงได้คนมันรักนี่ รักคุณคนเดียวเท่านั้นจ้ะ”
สามีสุดหล่อ.
ตอนเราอ่านการ์ดที่เค้าเขียนมาเราขำแทบตาย ตรงที่เค้าบอกว่าจะปรนนิบัติเราอ่ะ คือทุกวันนี้
งานอื่นๆของเรามันยุ่งมากๆ จนชายอ้วนต้องทำงานบ้านแทนเราแทบทุกอย่าง คอยหาโน่นหานี่มาให้เราทาน
ดีใจที่เค้าคิดแบบนี้อ่ะนะ ^O^ 555 ส่วนปีนี้ของขวัญที่เราให้ชายอ้วนเป็นของขวัญวันเกิดย้อนหลัง
(ชายอ้วนเกิด 6 เม.ย.)รวมไปกับของขวัญวันครบรอบไปเลย นั่นก็คือ เครื่องเล่นเกม Wii ที่ชายอ้วน
อยากได้มานานแล้ว เมื่อตอนวันเกิดเราชายอ้วนให้ของเยอะมากๆ แต่ตอนวันเกิดเค้าเป็นช่วงที่เราเงินช็อตพอดี
เราเลยไม่ได้ให้อะไรเค้าเลย แต่พอดีช่วงนี้งานตัดชุดตุ๊กตาทั้งที่ขายคนไทย และขายฝรั่งกำลังไปได้ดี
เราก็เลยซื้อWii ให้เค้าได้ แถมยังเ้บเงินจนเอาไปปลดหนี้บัตรเครดิตได้อีก 1 ใบ ด้วยเงินจากการทำชุดตุ๊กตาอ่ะ
รู้สึกภูมิใจจัง แถมช่วงก่อนหน้านี้ก็เอาเงินที่ตัดชุดตุ๊กตาให้ฝรั่งในเว็บetsy.com มาสั่งซื้อน้อง Lati Doll
ตัวใหม่อีกตัวด้วย จะให้มาเป็นน้องสาวของเจ้าโทฟุ Lati doll ตัวแรกของเรา มาดูกันว่าชายอ้วน
ปลาบปลื้มกับ Wii ขนาดไหน? เค้าบอกว่าดีจัง ได้ออกกำลังกาย ดีกว่าเล่นPlaystation ตั้งเยอะ

เฮ้อ....รู้จักกันมาตั้ง 20 ปี แต่งงานกันมา 7 ปี แต่ความรู้สึกที่มีให้กันไม่เปลี่ยนเลย
รักชายอ้วนนะจ๊ะ ขอบคุณที่ดูแลปรนนิบัตภรรยายอ้วนๆคนนี้มาตลอดเลยน้า ^_^
^_^ ชายอ้วนให้ของขวัญเราเป็นมือถือของWellcom หน้าตาเครื่องเหมือนBlackberry
มากๆๆๆๆ ขนาดเราถือไปไหนก็มีแต่คนทักว่าไปถอยBBมาเหรอ? พอบอกราคาไปถึงกับอึ้ง
เพราะราคาย่อมเยาว์มากๆ ชายอ้วนบอกว่า เอาอันนี้ไปใช้เล่นๆก่อน เดี๋ยวปลายปีจะซื้อให้ใหม่
เรื่องราคาไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่เรื่องใจที่เค้าคิดจะซื้อของให้เรานี่สำคัญกว่า ว่ามั้ย?
ที่น่ารักสุด ก็คงจะเป็นข้อความในการ์ดที่หวานแหววปนฮามากๆ
“ขอมอบให้กับภรรยาที่แสนน่ารักของผม... ^_^
แม้ว่าเวลามันจะผ่านไปผ่านไป...ผมว่าความรักที่เรามอบให้กันและกันนั้นไม่ได้ลดลงไปเลยแม้แต่นิดเดียว
ครบรอบคราวนี้ผมไม่ได้อยากนับหรอกว่าเป็นปีที่เท่าไหร่ เพราะคำตอบของพวกเราก็คือ
จนแก่จนเฒ่าเท่านั้นแหล่ะ ผมก็ชอบที่จะปรนนิบัติคุณแบบนี้เสมอๆ ทำไงได้คนมันรักนี่ รักคุณคนเดียวเท่านั้นจ้ะ”
สามีสุดหล่อ.
ตอนเราอ่านการ์ดที่เค้าเขียนมาเราขำแทบตาย ตรงที่เค้าบอกว่าจะปรนนิบัติเราอ่ะ คือทุกวันนี้
งานอื่นๆของเรามันยุ่งมากๆ จนชายอ้วนต้องทำงานบ้านแทนเราแทบทุกอย่าง คอยหาโน่นหานี่มาให้เราทาน
ดีใจที่เค้าคิดแบบนี้อ่ะนะ ^O^ 555 ส่วนปีนี้ของขวัญที่เราให้ชายอ้วนเป็นของขวัญวันเกิดย้อนหลัง
(ชายอ้วนเกิด 6 เม.ย.)รวมไปกับของขวัญวันครบรอบไปเลย นั่นก็คือ เครื่องเล่นเกม Wii ที่ชายอ้วน
อยากได้มานานแล้ว เมื่อตอนวันเกิดเราชายอ้วนให้ของเยอะมากๆ แต่ตอนวันเกิดเค้าเป็นช่วงที่เราเงินช็อตพอดี
เราเลยไม่ได้ให้อะไรเค้าเลย แต่พอดีช่วงนี้งานตัดชุดตุ๊กตาทั้งที่ขายคนไทย และขายฝรั่งกำลังไปได้ดี
เราก็เลยซื้อWii ให้เค้าได้ แถมยังเ้บเงินจนเอาไปปลดหนี้บัตรเครดิตได้อีก 1 ใบ ด้วยเงินจากการทำชุดตุ๊กตาอ่ะ
รู้สึกภูมิใจจัง แถมช่วงก่อนหน้านี้ก็เอาเงินที่ตัดชุดตุ๊กตาให้ฝรั่งในเว็บetsy.com มาสั่งซื้อน้อง Lati Doll
ตัวใหม่อีกตัวด้วย จะให้มาเป็นน้องสาวของเจ้าโทฟุ Lati doll ตัวแรกของเรา มาดูกันว่าชายอ้วน
ปลาบปลื้มกับ Wii ขนาดไหน? เค้าบอกว่าดีจัง ได้ออกกำลังกาย ดีกว่าเล่นPlaystation ตั้งเยอะ

เฮ้อ....รู้จักกันมาตั้ง 20 ปี แต่งงานกันมา 7 ปี แต่ความรู้สึกที่มีให้กันไม่เปลี่ยนเลย
รักชายอ้วนนะจ๊ะ ขอบคุณที่ดูแลปรนนิบัตภรรยายอ้วนๆคนนี้มาตลอดเลยน้า ^_^
ชายอ้วนป่วยประจำปี ^_^'
11/07/09 21:44
แต่งงานกันมาย่างเข้าปีที่ 7 แล้ว ทุกปี
จะมีครั้งนึงที่ชายอ้วนจะป่วยหนักๆ
บางปีเป็นไข้หวัดใหญ่
บางปีท้องเสีย ปีนี้ในช่วงที่ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 กำลังระบาด วันนึงเรางานยุ่งมากๆ
จนต้องนอนค้างออฟฟิศเพื่อปิดเล่ม ชายอ้วนโทรมาบอกว่าเค้าไม่สบาย เป็นไข้หวัด
ทำเอาเราไม่เป็นอันทำงานเพราะเป็นห่วงเค้ามาก พออีกวันนึงเรากลับไปบ้าน อาการของชายอ้วน
ก็ไม่ดีขึ้นเลย ชายอ้วนขอไปโรงพยาบาล พอไปถึง ตรวจร่างกายเสร็จ คุณหมอสั่งให้admid ทันที
เพราะเขาเป็นไข้หวัดใหญ่ และต้องส่งเลือดไปตรวจที่labว่าเป็น ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
หรือเปล่า เราใจเสียมากๆ เป็นห่วงเค้าที่สุด คนแข็งแรงๆ อย่างชายอ้วน ปกติไม่ค่อยเป็นอะไร
แต่ป่วยทีไรหนักถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลทู้กกกกกกที โชคดีที่ พักที่โรงพยาบาลได้ 3 คืนอาการดีขึ้น
มากๆ เรียกว่าไม่เข้าข่ายเป็น ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 คุณหมอก็เลยอนุญาติให้กลับบ้านได้
พรุ่งนี้เช้าเราจะไปรับเขากลับบ้านแล้ว นอนอยู่โรงพยาบาล คุณหมอขอว่าไม่ให้เรานอนเฝ้าไข้
เพราะกลัวว่าเราจะติดหวัดไปด้วย เลยต้องกลับมานอนบ้านคนเดียว ชายอ้วนบ่นเหงา
อ้อนจะเอาโน่นเอานี่ตลอดเลย แถมโทรหาเราแทบจะทุก 2 ชั่วโมง โถ....น่าสงสารจังเลย T_T
อ่ะดูสิ นอนให้น้ำเกลือขนาดนี้แต่ก็ขอให้ได้เอาการ์ตูน เนกิมะ มาอ่านแก้เหงาซะหน่อย
------------------------------------------------------------------------
หายแล้วคร้าบบบบบบบบบ สู้ตายคร้าบบบบบบบบบบ
------------------------------------------------------------------------
เฮ้อ....โล่งอกไปทีน้า ยังไงก็หายแล้ว ทำให้คนเค้าเป็นห่วงจนร้องไห้เลย จะกอดจะจุ๊บก็ทำไม่ได้
คอยดูนะ หายแล้วกลับมาบ้านจะกอดจะหอมซะให้เข็ดเลย 555 เค้ารักของเค้านี่นา ^_^
บางปีท้องเสีย ปีนี้ในช่วงที่ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 กำลังระบาด วันนึงเรางานยุ่งมากๆ
จนต้องนอนค้างออฟฟิศเพื่อปิดเล่ม ชายอ้วนโทรมาบอกว่าเค้าไม่สบาย เป็นไข้หวัด
ทำเอาเราไม่เป็นอันทำงานเพราะเป็นห่วงเค้ามาก พออีกวันนึงเรากลับไปบ้าน อาการของชายอ้วน
ก็ไม่ดีขึ้นเลย ชายอ้วนขอไปโรงพยาบาล พอไปถึง ตรวจร่างกายเสร็จ คุณหมอสั่งให้admid ทันที
เพราะเขาเป็นไข้หวัดใหญ่ และต้องส่งเลือดไปตรวจที่labว่าเป็น ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
หรือเปล่า เราใจเสียมากๆ เป็นห่วงเค้าที่สุด คนแข็งแรงๆ อย่างชายอ้วน ปกติไม่ค่อยเป็นอะไร
แต่ป่วยทีไรหนักถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลทู้กกกกกกที โชคดีที่ พักที่โรงพยาบาลได้ 3 คืนอาการดีขึ้น
มากๆ เรียกว่าไม่เข้าข่ายเป็น ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 คุณหมอก็เลยอนุญาติให้กลับบ้านได้
พรุ่งนี้เช้าเราจะไปรับเขากลับบ้านแล้ว นอนอยู่โรงพยาบาล คุณหมอขอว่าไม่ให้เรานอนเฝ้าไข้
เพราะกลัวว่าเราจะติดหวัดไปด้วย เลยต้องกลับมานอนบ้านคนเดียว ชายอ้วนบ่นเหงา
อ้อนจะเอาโน่นเอานี่ตลอดเลย แถมโทรหาเราแทบจะทุก 2 ชั่วโมง โถ....น่าสงสารจังเลย T_T
อ่ะดูสิ นอนให้น้ำเกลือขนาดนี้แต่ก็ขอให้ได้เอาการ์ตูน เนกิมะ มาอ่านแก้เหงาซะหน่อย
------------------------------------------------------------------------
หายแล้วคร้าบบบบบบบบบ สู้ตายคร้าบบบบบบบบบบ
------------------------------------------------------------------------
เฮ้อ....โล่งอกไปทีน้า ยังไงก็หายแล้ว ทำให้คนเค้าเป็นห่วงจนร้องไห้เลย จะกอดจะจุ๊บก็ทำไม่ได้
คอยดูนะ หายแล้วกลับมาบ้านจะกอดจะหอมซะให้เข็ดเลย 555 เค้ารักของเค้านี่นา ^_^
มุมตัดเย็บของหมู่เฮา
09/06/09 23:32
เราต้องนั่งทำงานตัดชุดน้อง
ที่โต๊ะกินข้าวมาได้พักใหญ่ๆแล้ว เวลาจะทำ
ก็ต้องเอาของอุปกรณ์ต่างๆออกมาจากตู้วางบนโต๊ะกินข้าว แล้วทำงาน
ลำบ๊ากลำบาก บ่นๆกับคุณสามีว่าอยากย้ายมานั่งทำงานที่ระเบียง
เพราะมันมีหน้าต่างสูง แสงเข้ามาสว่างดี แถมยังเป็นสัดเป็นส่วน ไม่ต้องยกของ
เข้าๆออกๆด้วย คุณสามีก็จัดการให้เสร็จสรรพเลย ยกโต๊ะเก้าอี้มาวางให้ ตอนนี้ก็ได้
มุมทำงานมุมใหม่แล้ว มีแสงสว่างมากพอ วางคอมพิวเตอร์ได้ด้วย
ตอนนี้อยู่ระหว่างการรอการตกแต่งเพิ่มเติม
ของที่อยากแต่งเพิ่ม ที่ใส่ด้ายสีต่างๆแบบติดผนัง กระดานไวท์บอร์ดไว้จดงานต่างๆ
ชุดเตารีดและที่รองรีดอันเล็กๆไว้รีดชุดน้องที่ตัดแล้ว
เราเอาโต๊ะคอมพิวเตอร์ตัวเก่าที่ไม่ใช้แล้วมาใช้ แล้วเอาวอลล์เปเปอร์แบบสติ๊กเกอร์ มาแต่งให้โต๊ะดูน่ารักขึ้น ลิ้นชักคีย์บอร์ดก็ใช้ใส่อุปกรณ์ที่ต้องหยิบใช้บ่อยๆ สะดวกดี
ใต้โต๊ะเราเอาโต๊ะตัวเตี้ยๆมาวางเพื่อใช้วางของที่ใช้ทำงาน เพราะพื้นที่แคบมากๆ
เลยต้องจัดการแบบนี้แหล่ะจ้า ที่สำคัญต้องวางคอม และตู้โชว์ให้เด็กๆอยู่ด้วยเวลาทำงาน
ไม่งั้นจะเหงาแย่เลย เพราะมุมนี้เราจะไม่มีทีวีดูอ่ะ (ปกติทำงานไปดูทีวีไปด้วย)

โน๊ตบุ้คใช้ดูกระทู้ เม้าท์กะเพื่อนๆ ดูหนัง ฟังเพลงระหว่างทำงาน
ชอบโคมไฟมุมนี้มากๆ
มีมุมตัดเย็บของลูกสาวซะด้วย
ตอนกลางวันจะได้แสงสว่างดีมากๆ ชอบจังเลย
เด็กๆต้องนั่งให้กำลังใจตลอดเวลา
เด็กแฝด
เมื่อคืนฉลองโต๊ะใหม่ตัดออร์เดอร์ชุดของLati
แล้วก็ชุดเดรสสั้นแนวย้อนยุคอีกชุด
ก็ต้องเอาของอุปกรณ์ต่างๆออกมาจากตู้วางบนโต๊ะกินข้าว แล้วทำงาน
ลำบ๊ากลำบาก บ่นๆกับคุณสามีว่าอยากย้ายมานั่งทำงานที่ระเบียง
เพราะมันมีหน้าต่างสูง แสงเข้ามาสว่างดี แถมยังเป็นสัดเป็นส่วน ไม่ต้องยกของ
เข้าๆออกๆด้วย คุณสามีก็จัดการให้เสร็จสรรพเลย ยกโต๊ะเก้าอี้มาวางให้ ตอนนี้ก็ได้
มุมทำงานมุมใหม่แล้ว มีแสงสว่างมากพอ วางคอมพิวเตอร์ได้ด้วย
ตอนนี้อยู่ระหว่างการรอการตกแต่งเพิ่มเติม
ของที่อยากแต่งเพิ่ม ที่ใส่ด้ายสีต่างๆแบบติดผนัง กระดานไวท์บอร์ดไว้จดงานต่างๆ
ชุดเตารีดและที่รองรีดอันเล็กๆไว้รีดชุดน้องที่ตัดแล้ว
เราเอาโต๊ะคอมพิวเตอร์ตัวเก่าที่ไม่ใช้แล้วมาใช้ แล้วเอาวอลล์เปเปอร์แบบสติ๊กเกอร์ มาแต่งให้โต๊ะดูน่ารักขึ้น ลิ้นชักคีย์บอร์ดก็ใช้ใส่อุปกรณ์ที่ต้องหยิบใช้บ่อยๆ สะดวกดี
ใต้โต๊ะเราเอาโต๊ะตัวเตี้ยๆมาวางเพื่อใช้วางของที่ใช้ทำงาน เพราะพื้นที่แคบมากๆ
เลยต้องจัดการแบบนี้แหล่ะจ้า ที่สำคัญต้องวางคอม และตู้โชว์ให้เด็กๆอยู่ด้วยเวลาทำงาน
ไม่งั้นจะเหงาแย่เลย เพราะมุมนี้เราจะไม่มีทีวีดูอ่ะ (ปกติทำงานไปดูทีวีไปด้วย)

โน๊ตบุ้คใช้ดูกระทู้ เม้าท์กะเพื่อนๆ ดูหนัง ฟังเพลงระหว่างทำงาน
ชอบโคมไฟมุมนี้มากๆ
มีมุมตัดเย็บของลูกสาวซะด้วย
ตอนกลางวันจะได้แสงสว่างดีมากๆ ชอบจังเลย
เด็กๆต้องนั่งให้กำลังใจตลอดเวลา
เด็กแฝด
เมื่อคืนฉลองโต๊ะใหม่ตัดออร์เดอร์ชุดของLati
แล้วก็ชุดเดรสสั้นแนวย้อนยุคอีกชุด
จริงจัง หรือไร้สาระ
22/05/09 22:55
กราฟฟิกดีไซเนอร์ อายุ 30 กว่า ทำงานกราฟฟิกมา 10
กว่าปี ผ่านบริษัทใหญ่ๆมาเพียบ
คนส่วนใหญ่ที่รู้เรื่องงานของเราก็จะรู้สึกว่าอย่างเรา น่าจะออกแนว ติสๆ เข้มๆ จริงจัง
เขี้ยวๆ แต่พอมีคนรู้ว่าเราเล่นตุ๊กตาบลายธ์ เราตัดชุดตุ๊กตาบลายธ์ขาย หรือบังเอิญมาเห็น
ตอนเรากำลังเล่นน้องบลายธ์ มันจะมีแว๊บนึงที่เราเห็นในสายตาเค้าว่า “จริงเหรอ?
บ้าน่า ติงต๊อง ไร้สาระ เล่นทำไม ฮิตตามกระแส บ้าตามดารา” คำถามมากมายที่มันออกมาจาก
สายตาคนเหล่านั้น เมื่อก่อนเราเฉยๆนะ ไม่สนใจหรอก เพราะเราถือว่า เราเล่นน้องบลายธ์
เป็นงานอดิเรก ทำงานก็เครียดจะตายอยู่แล้ว จะให้เครียดอะไรกันนักหนา ขอสนุกๆชิลล์ๆบ้าง
ไม่เห็นเป็นไรเลย ยิ่งออกไปเจอกลุ่มเพื่อนที่ชอบเหมือนกันบ่อยๆ เรายิ่งไม่แคร์ใหญ่เลย
เพื่อนบางคน ตัวเล็กๆ หน้าหวานเล่นตุ๊กตากุ๊กกิ๊กเชียว แต่เบื้องหลัง she เป็นเจ้าของบริษัทขนส่ง
ด้วยรถ 16 ล้อ บางคนเคยเป็นโปรแกรมเมอร์มีผลงานเจ๋งๆ ระดับประเทศ เป็นเจ้าของกิจการโน่นนี่
สรุปคือแต่ละคนทำงานซีเรียสๆ ยากๆ ทั้งนั้น เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยยังมีเลย การที่ผู้หญิงวัยทำงาน
เล่นตุ๊กตา คนที่ไม่ชอบอาจจะไม่เข้าใจ แต่จริงๆแล้วการเล่นตุ๊กตาทำให้จิตใจเราดี ไม่เครียด
ได้เห็นของสวยๆงามๆ ได้พาเค้าออกไปเที่ยวถ่ายรูปเอามาแบ่งปันกันดูได้มีสังคมคนที่ชอบ
อะไรเหมือนๆกัน จนเดี๋ยวนี้กลุ่มเพื่อนเล่นบลายธ์ของเรากลุ่มใหญ่ขึ้นเยอะ พูดง่ายๆว่า
เพื่อนเยอะกว่าเมื่อก่อนตอนยังไม่เล่นเยอะเลย ทุกคนที่เรารู้จักส่วนใหญ่จะเป็นคนน่ารักอารมณ์ดี
ร่าเริง เราถึงไม่เคยคิดว่าการที่เราเล่นตุ๊กตาเป็นเรื่องไร้สาระ ยิ่งเดี๋ยวนี้ถ้าใครมาพูดว่าเล่นตุ๊กตา
ไร้สาระ เราเถียงขาดใจ เพราะเดี๋ยวนี้นอกจากจะเล่นน้องอย่างเดียว เราก็ออกแบบและทำชุดขาย
รายได้ต่อเดือนเป็นหมื่นๆ มีลูกค้าจากทั่วโลกสั่งซื้อเสื้อผ้าของเรา ในเมืองไทยเองก็มีลูกค้าเจ้า
ประจำเยอะมากๆ คือทำชุดอะไรออกมาก็จะตามซื้อกันเป็นพรวน บางเดือนยอดเงินขายชุดตุ๊กตา
เกือบแซงหน้าเงินเดือนประจำเลยด้วยซ้ำ แต่ถึงอย่างนี้เราก็รู้สึกได้ว่าการที่เราเล่นตุ๊กตามีผล
ในการบริหารงานที่ออฟฟิศ และเริ่มจะเสียการปกครอง เพราะตุ๊กตามาบั่นทอนความน่าเชื่อถือของเรา
ต่อจากนี้คือเราก็ต้องระมัดระวังมากขึ้น เป็นหัวหน้าคนก็ต้องรักษาภาพนิดนึง (จริงๆแล้วไม่เคยคิด
เรื่องนี้ เพราะนิสัยเราเป็นคนฮาๆ ยิ่งงานเครียด เรายิ่งปล่อยมุขฮาไม่หยุด) เอาล่ะนะ เวลางานก็จะจริงจังแระ
นอกเวลาก็ขอชิลล์กับลูกๆ บลายธ์ ของเราดีกว่าเนอะ ไม่อยากจะเม้าท์ วันก่อนเพื่อนที่อยู่นิวยอร์ค
คนนึงเค้าเอาตุ๊กตาของเค้าที่ใส่หมวกยี่ห้อที่เราทำขายไปเยี่ยมออฟฟิศ Gina Garan เจ้าแม่วงการตุ๊กตา
บลายธ์ ผู้เป็นคนทำหนังสือ This is Blythe พอ Gina เห็นหมวกก็บอกว่าชอบมาก เพื่อนก็เลยให้หมวก
ใบนั้นกับGina ไป แถมเค้ายังบอกว่าสนใจอยากสั่งมาขายที่เว็บ Thisisblythe.com จังเลย
ทีนี้ลองคิดดูว่าผลงานของเราไปเข้าตาคนระดับนั้น ตกลงเรื่องตุ๊กตาของเรายังจะไร้สาระอยู่มั้ยนะ
photo credit : turbow
คนนี้แหล่ะ Gina Garan หมวกสีแซ่บที่น้องบลายธ์ใส่ใบนั้นแหล่ะ ผลงานของเรา
อันนี้ผลงานงานบางส่วนของเรานะจ๊ะ เป็นgroup ในFlickr.com ที่ให้คนที่ซื้อชุดของเราไปมาโพสรูปไว้
คนส่วนใหญ่ที่รู้เรื่องงานของเราก็จะรู้สึกว่าอย่างเรา น่าจะออกแนว ติสๆ เข้มๆ จริงจัง
เขี้ยวๆ แต่พอมีคนรู้ว่าเราเล่นตุ๊กตาบลายธ์ เราตัดชุดตุ๊กตาบลายธ์ขาย หรือบังเอิญมาเห็น
ตอนเรากำลังเล่นน้องบลายธ์ มันจะมีแว๊บนึงที่เราเห็นในสายตาเค้าว่า “จริงเหรอ?
บ้าน่า ติงต๊อง ไร้สาระ เล่นทำไม ฮิตตามกระแส บ้าตามดารา” คำถามมากมายที่มันออกมาจาก
สายตาคนเหล่านั้น เมื่อก่อนเราเฉยๆนะ ไม่สนใจหรอก เพราะเราถือว่า เราเล่นน้องบลายธ์
เป็นงานอดิเรก ทำงานก็เครียดจะตายอยู่แล้ว จะให้เครียดอะไรกันนักหนา ขอสนุกๆชิลล์ๆบ้าง
ไม่เห็นเป็นไรเลย ยิ่งออกไปเจอกลุ่มเพื่อนที่ชอบเหมือนกันบ่อยๆ เรายิ่งไม่แคร์ใหญ่เลย
เพื่อนบางคน ตัวเล็กๆ หน้าหวานเล่นตุ๊กตากุ๊กกิ๊กเชียว แต่เบื้องหลัง she เป็นเจ้าของบริษัทขนส่ง
ด้วยรถ 16 ล้อ บางคนเคยเป็นโปรแกรมเมอร์มีผลงานเจ๋งๆ ระดับประเทศ เป็นเจ้าของกิจการโน่นนี่
สรุปคือแต่ละคนทำงานซีเรียสๆ ยากๆ ทั้งนั้น เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยยังมีเลย การที่ผู้หญิงวัยทำงาน
เล่นตุ๊กตา คนที่ไม่ชอบอาจจะไม่เข้าใจ แต่จริงๆแล้วการเล่นตุ๊กตาทำให้จิตใจเราดี ไม่เครียด
ได้เห็นของสวยๆงามๆ ได้พาเค้าออกไปเที่ยวถ่ายรูปเอามาแบ่งปันกันดูได้มีสังคมคนที่ชอบ
อะไรเหมือนๆกัน จนเดี๋ยวนี้กลุ่มเพื่อนเล่นบลายธ์ของเรากลุ่มใหญ่ขึ้นเยอะ พูดง่ายๆว่า
เพื่อนเยอะกว่าเมื่อก่อนตอนยังไม่เล่นเยอะเลย ทุกคนที่เรารู้จักส่วนใหญ่จะเป็นคนน่ารักอารมณ์ดี
ร่าเริง เราถึงไม่เคยคิดว่าการที่เราเล่นตุ๊กตาเป็นเรื่องไร้สาระ ยิ่งเดี๋ยวนี้ถ้าใครมาพูดว่าเล่นตุ๊กตา
ไร้สาระ เราเถียงขาดใจ เพราะเดี๋ยวนี้นอกจากจะเล่นน้องอย่างเดียว เราก็ออกแบบและทำชุดขาย
รายได้ต่อเดือนเป็นหมื่นๆ มีลูกค้าจากทั่วโลกสั่งซื้อเสื้อผ้าของเรา ในเมืองไทยเองก็มีลูกค้าเจ้า
ประจำเยอะมากๆ คือทำชุดอะไรออกมาก็จะตามซื้อกันเป็นพรวน บางเดือนยอดเงินขายชุดตุ๊กตา
เกือบแซงหน้าเงินเดือนประจำเลยด้วยซ้ำ แต่ถึงอย่างนี้เราก็รู้สึกได้ว่าการที่เราเล่นตุ๊กตามีผล
ในการบริหารงานที่ออฟฟิศ และเริ่มจะเสียการปกครอง เพราะตุ๊กตามาบั่นทอนความน่าเชื่อถือของเรา
ต่อจากนี้คือเราก็ต้องระมัดระวังมากขึ้น เป็นหัวหน้าคนก็ต้องรักษาภาพนิดนึง (จริงๆแล้วไม่เคยคิด
เรื่องนี้ เพราะนิสัยเราเป็นคนฮาๆ ยิ่งงานเครียด เรายิ่งปล่อยมุขฮาไม่หยุด) เอาล่ะนะ เวลางานก็จะจริงจังแระ
นอกเวลาก็ขอชิลล์กับลูกๆ บลายธ์ ของเราดีกว่าเนอะ ไม่อยากจะเม้าท์ วันก่อนเพื่อนที่อยู่นิวยอร์ค
คนนึงเค้าเอาตุ๊กตาของเค้าที่ใส่หมวกยี่ห้อที่เราทำขายไปเยี่ยมออฟฟิศ Gina Garan เจ้าแม่วงการตุ๊กตา
บลายธ์ ผู้เป็นคนทำหนังสือ This is Blythe พอ Gina เห็นหมวกก็บอกว่าชอบมาก เพื่อนก็เลยให้หมวก
ใบนั้นกับGina ไป แถมเค้ายังบอกว่าสนใจอยากสั่งมาขายที่เว็บ Thisisblythe.com จังเลย
ทีนี้ลองคิดดูว่าผลงานของเราไปเข้าตาคนระดับนั้น ตกลงเรื่องตุ๊กตาของเรายังจะไร้สาระอยู่มั้ยนะ
photo credit : turbow
คนนี้แหล่ะ Gina Garan หมวกสีแซ่บที่น้องบลายธ์ใส่ใบนั้นแหล่ะ ผลงานของเรา
อันนี้ผลงานงานบางส่วนของเรานะจ๊ะ เป็นgroup ในFlickr.com ที่ให้คนที่ซื้อชุดของเราไปมาโพสรูปไว้
ฉันดีใจที่มีเธอ....
05/05/09 22:35
วันก่อนนี้ทำงานหนักมากๆ จนไม่ได้กลับบ้าน ชายอ้วนก็บ่นๆว่าคิดถึงโทรมาหาเราบ่นๆ อยู่บ้านคนเดียว
เหงาจัง เราก็ได้แต่บอกเค้าว่า เรางานเยอะจริงๆ กลับไปไม่ได้ พออีกวันกลับไป เค้าซื้อกุหลาบไว้ให้เราดอกนึง
น่ารักเชียว พอถามว่าโอกาสอะไร ชายอ้วนตอบว่า โอกาสที่คิดถึง โอ้โห...ที่เหนื่อยๆจากงานทำเอาหายเหนื่อยเลย
พอหลังจากวันนั้น งานเราก็ยังเยอะอยู่ ทำให้ไม่ค่อยได้นอน แถมออร์เดอร์ชุดตุ๊กตาก็มาเยอะมาก
เราเลยโหมทำงาน โหมเย็บผ้าตลอด จนป่วย เป็นไข้หวัด ชายอ้วนก็เป็นห่วงคอยดูแลเราตลอด
วันนี้เป็นวันหยุดของเค้า แต่เราหยุดไม่ได้ จะออกไปทำงาน ชายอ้วนก็เลยบอกว่า จะพาไปหาหมอนะ
แล้วจะไปส่งที่ออฟฟิศ(โว้ว กรี๊ดดด ใจดีจัง) พอมาส่งที่ออฟฟิศเค้าก็กะจะรอเราทำงาน เราบอกว่าอย่าเลย
อีกนานแน่ๆ เค้าก็เลยกลับบ้านไปก่อน พอตกกลางคืนเรากลับมาถึงบ้านก็พบว่า เค้าทำความสะอาดบ้าน
ซะเกลี้ยง แถมจัดโต๊ะทำงานให้เราด้วยอ่ะ โห.....อะไรจะดีขนาดนี้ ไม่รู้ชาติที่แล้วเราทำบุญด้วยอะไรน้า
ชาตินี้เกิดมาถึงมีสามีน่ารักและแสนดีกับเราขนาดนี้ ไม่รู้จะบรรยายยังไง คือมันรู้สึกได้ว่าเค้าใส่ใจ
กับเรามากๆ ในขณะที่เราห่วงแต่งานๆๆๆ เพราะงานที่เรารับผิดชอบมันก็หนักหนาพอสมควร
ทำให้เราไม่ค่อยได้ดูแลเค้าเลย มีแต่เค้ามาดูแลเรา ขอโทษนะคะ ต่อไปจะพยายามดูแลคุณให้มากขึ้นน้า
สุขสันต์วันเกิดชายอ้วนที่รัก
08/04/09 00:51
6 เมษายน วันจักรี
วันที่คนไทยทุกคนร่วมรำลึกถึงพระมหาการุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์
แห่งราชจักรีวงศ์ และเป็นวันหยุดราชการ เด็กรุ่นใหม่บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวันจักรีคืออะไร
นึกแล้วก็เศร้าเหลือเกิน ไม่แปลกใจที่ทำไมพวกที่มันอยากล้มล้างสถาบันสูงสุดถึงยังลอยหน้า
ลอยตาอยู่ในสังคมได้ เพราะคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจต่อสถาบันสูงสุดมีน้อยเหลือเกิน นอกจากเป็นวันหยุด
ราชการแล้ว ที่สำคัญมากๆสำหรับเราคือ วันนี้เป็นวันเกิดของชายอ้วนที่รัก ชื่อจริงของเค้าคือ
“จักรินทร์” ก็มาจากที่เค้าเกิดวันจักรีนี่แหล่ะ ...เมื่อตอนวันเกิดเราเค้าทำโน่นทำนี่ซื้อของขวัญให้ชิ้นโต
พาไปเที่ยวทะเล ดูแลเราอย่างดี แต่พอวันเกิดเค้าดันเป็นช่วงที่เรากระเป๋าแห้งสุดๆ ก็คิดว่าจะให้อะไรเค้าดี
พอถามก็บอกว่าอยากได้ Wii โอ้โห...คือช่วงนี้ยังซื้อให้ไม่ได้แน่ๆ เลยบอกว่าขอผลัดไปก่อนนะ
เค้าก็ไม่ว่าอะไรนะ บอกแค่ว่า “แค่บอกว่าจะซื้อให้ก็ดีใจแล้ว ไม่ต้องซื้อให้จริงๆก็ได้” อ้าว? ซะงั้น
คืนวันที่ 5 เราชวนเค้าออกไปกินข้าวเย็นนอกบ้านกัน ก็ได้ไปกินร้านอร่อยอ่ะนะ
แล้วก็เลยไปซื้อข้าวของที่จะมาปาร์ตี้เล็กๆที่บ้าน ตลอดเวลาเค้าจะดูแลเราทำกับข้าวให้กิน
วันเกิดทั้งทีเราเลยอาสาขอทำให้เค้ากินบ้าง ไอ้เราก็ทำเป็นอยู่ไม่กี่อย่างหรอก เลยหมักหมูหมักไก่
ทำBBQเสียบไม้รอไว้ พอเช้าวันเกิดว่าจะตื่นไปใส่บาตรก็ดันตื่นสายทั้งคู่เลย T_T อดๆๆ
ตกตอนบ่ายแขกของปาร์ตี้วันเกิดก็มาถึง ก็คือพ่อแม่เรา น้องส้ม โอปอ แจง พี่อร
เป็นปาร์ตี้วันเกิดเล็กๆ กินอาหารง่ายๆ แต่อบอุ่น และสนุกสนานมากๆ ชายอ้วนบอกว่า
“ผมชอบจังเลย วันนี้สนุกมากๆ ขอบคุณที่ทำ BBQ ให้กินด้วยนะ” (555 ปีละครั้งคุณสามีก็ยังดีใจเนาะ)
รักชายอ้วนมากๆ ทั้งที่เราไม่มีของขวัญอะไรให้แต่ก็ไม่โกรธเราเลย คงเพราะเค้ารู้ว่า
เวลาถ้าเรามีเราก็ซื้อให้ได้ แห่ะๆ ไงก็อยากให้เค้ามีความสุข และรักเราไปอย่างนี้นานๆก็พอแล้ว
แห่งราชจักรีวงศ์ และเป็นวันหยุดราชการ เด็กรุ่นใหม่บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวันจักรีคืออะไร
นึกแล้วก็เศร้าเหลือเกิน ไม่แปลกใจที่ทำไมพวกที่มันอยากล้มล้างสถาบันสูงสุดถึงยังลอยหน้า
ลอยตาอยู่ในสังคมได้ เพราะคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจต่อสถาบันสูงสุดมีน้อยเหลือเกิน นอกจากเป็นวันหยุด
ราชการแล้ว ที่สำคัญมากๆสำหรับเราคือ วันนี้เป็นวันเกิดของชายอ้วนที่รัก ชื่อจริงของเค้าคือ
“จักรินทร์” ก็มาจากที่เค้าเกิดวันจักรีนี่แหล่ะ ...เมื่อตอนวันเกิดเราเค้าทำโน่นทำนี่ซื้อของขวัญให้ชิ้นโต
พาไปเที่ยวทะเล ดูแลเราอย่างดี แต่พอวันเกิดเค้าดันเป็นช่วงที่เรากระเป๋าแห้งสุดๆ ก็คิดว่าจะให้อะไรเค้าดี
พอถามก็บอกว่าอยากได้ Wii โอ้โห...คือช่วงนี้ยังซื้อให้ไม่ได้แน่ๆ เลยบอกว่าขอผลัดไปก่อนนะ
เค้าก็ไม่ว่าอะไรนะ บอกแค่ว่า “แค่บอกว่าจะซื้อให้ก็ดีใจแล้ว ไม่ต้องซื้อให้จริงๆก็ได้” อ้าว? ซะงั้น
คืนวันที่ 5 เราชวนเค้าออกไปกินข้าวเย็นนอกบ้านกัน ก็ได้ไปกินร้านอร่อยอ่ะนะ
แล้วก็เลยไปซื้อข้าวของที่จะมาปาร์ตี้เล็กๆที่บ้าน ตลอดเวลาเค้าจะดูแลเราทำกับข้าวให้กิน
วันเกิดทั้งทีเราเลยอาสาขอทำให้เค้ากินบ้าง ไอ้เราก็ทำเป็นอยู่ไม่กี่อย่างหรอก เลยหมักหมูหมักไก่
ทำBBQเสียบไม้รอไว้ พอเช้าวันเกิดว่าจะตื่นไปใส่บาตรก็ดันตื่นสายทั้งคู่เลย T_T อดๆๆ
ตกตอนบ่ายแขกของปาร์ตี้วันเกิดก็มาถึง ก็คือพ่อแม่เรา น้องส้ม โอปอ แจง พี่อร
เป็นปาร์ตี้วันเกิดเล็กๆ กินอาหารง่ายๆ แต่อบอุ่น และสนุกสนานมากๆ ชายอ้วนบอกว่า
“ผมชอบจังเลย วันนี้สนุกมากๆ ขอบคุณที่ทำ BBQ ให้กินด้วยนะ” (555 ปีละครั้งคุณสามีก็ยังดีใจเนาะ)
รักชายอ้วนมากๆ ทั้งที่เราไม่มีของขวัญอะไรให้แต่ก็ไม่โกรธเราเลย คงเพราะเค้ารู้ว่า
เวลาถ้าเรามีเราก็ซื้อให้ได้ แห่ะๆ ไงก็อยากให้เค้ามีความสุข และรักเราไปอย่างนี้นานๆก็พอแล้ว
ความโลภกับความถูกต้อง
30/03/09 23:53
เมื่อประมาณกลางเดือนมีเพื่อนที่เล่นBlythe
ด้วยกันมาขอให้เราช่วยกดสั่งซื้อ
Blythe รุ่นลิมิเตดให้เค้าหน่อย (เพราะ 1 คน สั่ง ได้แค่ 1 ตัวเท่านั้น) เค้าอยากได้หลายตัว
ก็เลยให้เราช่วยซื้อ ตอนสั่งซื้อไปก็ลำบากพอควร เพราะมันมีให้ซื้อแค่ 200 ตัวเท่านั้น
เรียกว่าวันนั้น server ของเว็บ juniemoon เว็บขาย Blythe อย่างเป็นทางการ
ถึงขั้นล่มตลอดเวลาเพราะคนเข้าไปพยายามแย่งกันซื้อในเวลาเดียวกันไงล่ะ
แต่เราก็สั่งซื้อจนได้ ในขณะที่เพื่อนบางคนสั่งไม่ได้ ก็มีอีเมล์ส่งมาคอนเฟิร์มว่า
เราได้นะ มีการตัดเงินจากบัตรเครดิตไปแล้วเรียบร้อย ของจะส่งมาถึงเราประมาณวันที่ 30 มี.ค.
เราก็รอจนกระทั่งวันนี้ก็มีใบแจ้งให้ไปรับของและจ่ายค่าภาษีที่ไปรษณีย์ แต่ปรากฏว่า มันมี 2 ใบ
แปลว่า มีของมา 2 กล่อง เช็คดูรหัส EMS ก็คนละเลข เราเข้าไปเช็คดูในเว็บ ไปรษณีย์ของ Japan
ระบุว่า มีของส่งมาถึงเรา 2 ชิ้นจริงๆ แถมตกดึก มีอีเมล์ส่งมาจาก Juniemoon ว่าส่งของมาให้เรา
แล้วนะ เลขEMS นี้ๆๆๆ แต่ก็มี ส่งมาเหมือนกัน 2 เมล์ แสดงว่าระบบมันผิดพลาด ส่งตุ๊กตามาให้เรา
2 ตัว แต่เราจ่ายตังค์ไปแล้วแค่ตัวเดียว เอาล่ะสิความชั่วเริ่มครอบงำจิตใจ แอบคิดว่าอยากจะไป
รับมันทั้ง 2 กล่องดีมั้ย แล้วเนียนๆไปว่า ได้กล่องเดียว อีกใจก็กลัวแล้วถ้าเค้าเช็คได้ล่ะว่า
เราเอาไปทั้งสองกล่อง เค้าจะมาจับเรามั้ย ปีศาจฝั่งชั่ว กับนางฟ้าฝั่งดีในหัวของเราทะเลาะกันใหญ่เลย
ปรึกษากับสามีเค้าก็บอกว่า อย่าโลภ อย่าเนียน เมล์ไปถามเค้าก่อนว่าจะเอายังไง ถ้าอยากได้ 2 กล่อง
ก็ลองถามเค้าดูว่า ขอซื้ออีกกล่องได้มั้ย แต่ถ้าเค้าไม่ให้เพราะ 1 คน มีสิทธ์ซื้อแค่ตัวเดียว
(บอกแล้วว่าลิมิเตดแค่ 200 ตัว) ก็ไปเซ็นรับมาแค่ตัวเดียวอีกกล่องก็ให้เค้าส่งคืนญี่ปุ่นไป
อืม...เสียดายนะ ใจฝั่งชั่วก็อยากจะแอบเก็บของไว้เอง เอามาขายต่อจะได้กำไรเป็นหมื่นเลย
แต่อีกใจก็คิดว่าถ้าเราทำอย่างนั้นเราจะรู้สึกผิดไปนานเลย สุดท้ายความดีก็ชนะจ้ะ เราส่งอีเมล์ไปถามเค้าแล้ว
ก็เหลือแต่ว่ารอคำตอบว่าเค้าจะเอายังไงคิดว่าพรุ่งนี้ก็คงได้รู้กันล่ะ เหอๆๆๆ
น้องคนนี้แหล่ะค่า ที่สั่งซื้อไป Neo Blythe Bloomy Bloomsbury น้องรุ่นลิมิเตดที่ใครๆก็ถามหา
credit : photo by R M
Blythe รุ่นลิมิเตดให้เค้าหน่อย (เพราะ 1 คน สั่ง ได้แค่ 1 ตัวเท่านั้น) เค้าอยากได้หลายตัว
ก็เลยให้เราช่วยซื้อ ตอนสั่งซื้อไปก็ลำบากพอควร เพราะมันมีให้ซื้อแค่ 200 ตัวเท่านั้น
เรียกว่าวันนั้น server ของเว็บ juniemoon เว็บขาย Blythe อย่างเป็นทางการ
ถึงขั้นล่มตลอดเวลาเพราะคนเข้าไปพยายามแย่งกันซื้อในเวลาเดียวกันไงล่ะ
แต่เราก็สั่งซื้อจนได้ ในขณะที่เพื่อนบางคนสั่งไม่ได้ ก็มีอีเมล์ส่งมาคอนเฟิร์มว่า
เราได้นะ มีการตัดเงินจากบัตรเครดิตไปแล้วเรียบร้อย ของจะส่งมาถึงเราประมาณวันที่ 30 มี.ค.
เราก็รอจนกระทั่งวันนี้ก็มีใบแจ้งให้ไปรับของและจ่ายค่าภาษีที่ไปรษณีย์ แต่ปรากฏว่า มันมี 2 ใบ
แปลว่า มีของมา 2 กล่อง เช็คดูรหัส EMS ก็คนละเลข เราเข้าไปเช็คดูในเว็บ ไปรษณีย์ของ Japan
ระบุว่า มีของส่งมาถึงเรา 2 ชิ้นจริงๆ แถมตกดึก มีอีเมล์ส่งมาจาก Juniemoon ว่าส่งของมาให้เรา
แล้วนะ เลขEMS นี้ๆๆๆ แต่ก็มี ส่งมาเหมือนกัน 2 เมล์ แสดงว่าระบบมันผิดพลาด ส่งตุ๊กตามาให้เรา
2 ตัว แต่เราจ่ายตังค์ไปแล้วแค่ตัวเดียว เอาล่ะสิความชั่วเริ่มครอบงำจิตใจ แอบคิดว่าอยากจะไป
รับมันทั้ง 2 กล่องดีมั้ย แล้วเนียนๆไปว่า ได้กล่องเดียว อีกใจก็กลัวแล้วถ้าเค้าเช็คได้ล่ะว่า
เราเอาไปทั้งสองกล่อง เค้าจะมาจับเรามั้ย ปีศาจฝั่งชั่ว กับนางฟ้าฝั่งดีในหัวของเราทะเลาะกันใหญ่เลย
ปรึกษากับสามีเค้าก็บอกว่า อย่าโลภ อย่าเนียน เมล์ไปถามเค้าก่อนว่าจะเอายังไง ถ้าอยากได้ 2 กล่อง
ก็ลองถามเค้าดูว่า ขอซื้ออีกกล่องได้มั้ย แต่ถ้าเค้าไม่ให้เพราะ 1 คน มีสิทธ์ซื้อแค่ตัวเดียว
(บอกแล้วว่าลิมิเตดแค่ 200 ตัว) ก็ไปเซ็นรับมาแค่ตัวเดียวอีกกล่องก็ให้เค้าส่งคืนญี่ปุ่นไป
อืม...เสียดายนะ ใจฝั่งชั่วก็อยากจะแอบเก็บของไว้เอง เอามาขายต่อจะได้กำไรเป็นหมื่นเลย
แต่อีกใจก็คิดว่าถ้าเราทำอย่างนั้นเราจะรู้สึกผิดไปนานเลย สุดท้ายความดีก็ชนะจ้ะ เราส่งอีเมล์ไปถามเค้าแล้ว
ก็เหลือแต่ว่ารอคำตอบว่าเค้าจะเอายังไงคิดว่าพรุ่งนี้ก็คงได้รู้กันล่ะ เหอๆๆๆ
น้องคนนี้แหล่ะค่า ที่สั่งซื้อไป Neo Blythe Bloomy Bloomsbury น้องรุ่นลิมิเตดที่ใครๆก็ถามหา
credit : photo by R M
คิดถึงนะ
25/03/09 23:45
วันนี้ตั้ม(เพื่อนสมัยมหาลัย) ส่งเมล์รูปที่แก๊งเราเคยถ่ายกันไว้เล่นๆ สมัยเรียนสวนสุนันทามาให้
ส่งมาหลายรูปเลย ถึงกับอึ้งในความผอมของทุกคน 555 ตอนนั้นเราจำได้ว่า
เราบ่นว่าตัวเองอ้วนตลอด สรุปคือตอนนี้อ้วนโคตรๆ แต่ไม่บ่นเลย มีคนรอบข้างบ่นแทน (กรรม!)
เราชอบรูปนี้มากๆ เป็นรูปที่ถ่ายกับเอกเพื่อนที่สนิทมากๆอีกคนนึงของเรา
ตลอดเวลาที่เรียน ถ้าเราไม่ได้เอกเราก็คงไม่ได้เรียนจบง่ายๆ เพราะติดเล่นติดทำกิจกรรม
จนบางทีก็ไม่ค่อยเรียน แต่เอกเป็นเด็กเรียนคอยเตือนคอยติวให้ตลอด ไปไหนไปด้วยกัน
กลับบ้านก็กลับด้วยกัน หลังจากเรียนจบเอกก็กลับไปทำงานอยู่ที่สัตหีบ (บ้านมันอยู่ที่นั่น)
ทำให้ไม่ค่อยได้เจอกัน ถึงทุกวันนี้เกือบ 3 ปีแล้วมั้งที่ขาดการติดต่อกันไป ไม่รู้ว่ามันเป็นไง
สบายดีมั้ย ทำอะไรอยู่ มีแฟนหรือยัง หรือแต่งงานไปหรือยัง คิดถึงเอกมากเลยอ่ะ
จะไปหาก็ไปไม่ถูก เพราะเราไม่เคยไปบ้านมันเลยซักครั้ง....อยากเจอเอกจริงๆนะ
ขอต้อนรับสู่ Blog ใหม่ของป๊อปปี้ค่ะ
14/03/09 19:24
หลังจากที่เริ่มมีเว็บส่วนตัวที่โน่นที่นี่เยอะแยะไปหมด
จนเริ่มรู้สึกว่าเราบริหารจัดการทั้งหมดไม่ไหว
ก็เลยตัดสินใจขอหันมาใช้งานเว็บนี้ให้เต็มรูปแบบไปเลย โดยแบ่งออกเป็น 2 โซน คือโซนงาน
และโซนเรื่องส่วนตัว ในส่วนของเรื่องส่วนตัวก็จะใช้เป็นที่เขียนไดอารี่ เขียนเล่าเรื่องราวต่างๆ
เหมือนที่ http://poppyw.freemac.net ที่เคยเขียนมาตั้งหลายปี จนกลายเป็นว่าพอไม่ค่อยได้
ทำงานIllustrate เราก็ไม่ได้ใช้งานเว็บ Poppyw.com เลย แต่คิดว่าต่อไปจะอัพเดทงานทุกอย่าง
ที่ทำ (เราไม่ได้เลิกทำงานกราฟฟิกหรอกนะคะ ยังทำอยู่ตลอด แต่ยุ่งจนไม่ได้อัพเดทเว็บนี้เลย)
และในส่วนของเรื่องส่วนตัว Blog และ Diary ก็จะใช้เว็บนี้แหล่ะ คงจะไม่ไปใช้
poppyw.freemac.net แล้ว ส่วนรูปต่างๆ เวลาไปเที่ยวหรืออัพเดทรูปต่างๆ ก็จะใช้เฉพาะ Flickr
เท่านั้น ไหนๆก็เสียเงินรายปีแล้ว ใช้ให้คุ้มดีกว่า Hi5 ก็จะใช้ทักทายเพื่อนๆ เท่านั้น และเรื่องราว
ของตุ๊กตา Blythe ก็จะใช้ multiply เท่านั้น เว็บขายชุดตุ๊กตา Blythe ก็จะใช้ Weloveshopping เท่านั้น
จัดสรรค์แบบนี้ก็จะได้เลิกสับสนซักที คือช่วงก่อนหน้านี้เว็บมันเยอะมากจริงๆ ไหนจะเริ่มเล่น Twitter
ไหนจะมีคนมาinvite เข้า facebook อีก แต่ก็ยังไม่ใช้ เพราะเริ่มงง และดูแลไม่ทั่วถึง ก็เอาเป็นว่า
ต่อไปจะใช้เว็บนี้ให้บ่อยๆที่สุดแล้วกันนะคะ ไหนๆ ก็เป็นเว็บที่ใช้ Domain name ของเราเองแล้ว
ก็เลยตัดสินใจขอหันมาใช้งานเว็บนี้ให้เต็มรูปแบบไปเลย โดยแบ่งออกเป็น 2 โซน คือโซนงาน
และโซนเรื่องส่วนตัว ในส่วนของเรื่องส่วนตัวก็จะใช้เป็นที่เขียนไดอารี่ เขียนเล่าเรื่องราวต่างๆ
เหมือนที่ http://poppyw.freemac.net ที่เคยเขียนมาตั้งหลายปี จนกลายเป็นว่าพอไม่ค่อยได้
ทำงานIllustrate เราก็ไม่ได้ใช้งานเว็บ Poppyw.com เลย แต่คิดว่าต่อไปจะอัพเดทงานทุกอย่าง
ที่ทำ (เราไม่ได้เลิกทำงานกราฟฟิกหรอกนะคะ ยังทำอยู่ตลอด แต่ยุ่งจนไม่ได้อัพเดทเว็บนี้เลย)
และในส่วนของเรื่องส่วนตัว Blog และ Diary ก็จะใช้เว็บนี้แหล่ะ คงจะไม่ไปใช้
poppyw.freemac.net แล้ว ส่วนรูปต่างๆ เวลาไปเที่ยวหรืออัพเดทรูปต่างๆ ก็จะใช้เฉพาะ Flickr
เท่านั้น ไหนๆก็เสียเงินรายปีแล้ว ใช้ให้คุ้มดีกว่า Hi5 ก็จะใช้ทักทายเพื่อนๆ เท่านั้น และเรื่องราว
ของตุ๊กตา Blythe ก็จะใช้ multiply เท่านั้น เว็บขายชุดตุ๊กตา Blythe ก็จะใช้ Weloveshopping เท่านั้น
จัดสรรค์แบบนี้ก็จะได้เลิกสับสนซักที คือช่วงก่อนหน้านี้เว็บมันเยอะมากจริงๆ ไหนจะเริ่มเล่น Twitter
ไหนจะมีคนมาinvite เข้า facebook อีก แต่ก็ยังไม่ใช้ เพราะเริ่มงง และดูแลไม่ทั่วถึง ก็เอาเป็นว่า
ต่อไปจะใช้เว็บนี้ให้บ่อยๆที่สุดแล้วกันนะคะ ไหนๆ ก็เป็นเว็บที่ใช้ Domain name ของเราเองแล้ว
