Sep 2009
เล่นตุ๊กตาก็เล่นไปซิ..จะอวดมั่งอวดมีไปทำไม?
28/09/09 08:03 Filed in: My Life
Style
พักหลังๆมานี้ไม่ค่อยเข้าใจทำไมอยู่ๆ
กลุ่มคนเล่นตุ๊กตาดูจะเป็นที่จับตามองของสังคมและสื่อจังเลย
คงเป็นเพราะพวกเซเลบทั้งหลายหันมาเล่นเหมือนกันล่ะมั้ง จนตอนนี้มันกลายเป็นว่าการเล่นตุ๊กตาเหมือน
จะเป็นเครื่องบอกสถานะทางการเงินด้วย เมื่อก่อนตอนที่พวกเรา(หมายถึงกลุ่มคนรักDoll)เล่นกันอยู่
ในกลุ่มเล็กๆเงียบๆ เรามีความสุขมาก เพราะมันอบอุ่นมีแต่คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน แต่พอกระแสมันแรงขึ้น
กลุ่มคนเล่นกว้างขึ้น ปัญหาเรื่องปั่นราคาตุ๊กตากันจนเวอร์ ปัญหามิจฉาชีพหลอกเอาเงินคนรักDoll
ก็มากขึ้นเรื่อยๆ แถมยังมีคนประเภทที่ไม่ได้รักตุ๊กตาจริงๆ แต่ซื้อไว้เพื่อเป็นเครื่องบอกว่าชั้นก็มีเหมือนกัน
ชั้นรวยนะ ชั้นเล่นตุ๊กตาตัวละเป็นหมื่น -_-' เวลาเราเห็นคนพวกนี้เราจะรู้สึกสงสารตุ๊กตาที่อยู่กับเค้ามากๆ
เพราะเค้าจะไม่เล่นหรอกเอาวางๆไว้ตามตู้โชว์ หรือเล่นก็เล่นแบบไม่รักษาของ สักแต่ว่าเล่นๆไป
คราวที่มีข่าวเรื่องที่มีการจัดงานTea Party ที่พารากอนแล้วเค้าประมูลบลายธ์กันตัวละล้าน สื่อก็เอาไป
ประโคมข่าวกันซะคนเข้าใจว่าการเล่นบลายธ์คือคนรวยแต่โง่ โดยที่ไม่นึกถึงว่าที่เค้าประมูลกันน่ะ
เอาเงินไปทำการกุศล บางคนเข้าใจผิดถึงขั้นว่าคิดว่าบลายธ์ตัวละแสนละล้านทุกตัว เราเคยเอาน้องบลายธ์
ออกมาถ่ายรูปกำลังเพลินๆเลย มีคนเดินพุ่งมาถามเลย “น้องๆไอ้บาร์บี้นี่ใช่ป่าวที่ตัวละแสนน่ะ” กรี๊ด...ด..ด
เรียกบลายธ์ว่าบาร์บี้ก็เซ็งแล้วยังมาพูดแบบนี้อีก เราเลยหันไปอธิบายความให้เค้าฟังว่าไม่ใช่ทุกตัวที่จะราคา
เป็นแสนหรอกค่ะ ราคาเริ่มต้นที่3-4000 พันไปถึงหลายหมื่น คำตอบของเค้าก็คือ “โห..เอาเงินซื้อ____ดีกว่า”
เติมคำลงในช่องเอาเองนะ แล้วแต่ว่าผู้ถามสนใจอะไรเป็นพิเศษ เช่นถ้าคนนั้นชอบกระเป๋าหลุยส์ก็จะพูดว่า
“โห..เอาเงินไปซื้อกรเป๋าหลุยส์ดีกว่า” คนเรามันชอบไม่เหมือนกันนะ งั้นถามจริงๆคุณจะซื้อกระเป๋าหลุยส์ทำไม
ในเมื่อกระเป๋าใบละ 199 ก็ใช้งานได้เหมือนกัน ถ้าถามว่าเรามีปัญญาซื้อกระเป๋าหลุยส์ใช้มั้ย
เราก็บอกตรงๆว่ามีปัญญา แต่ในเมื่อเราไม่ได้ชอบแล้วจะไปซื้อมาทำไม? เพื่อประกาศให้คนเค้ารู้ว่าชั้น
มีตังค์เหรอ? เบื่อว่ะอย่าอวดมั่งอวดมีกันนักเลย เราเบื่อพวกคำถามแบบ “โห...ป๊อปปี้นี่เธอก็เล่นตุ๊กตาบลายธ์
กับเค้าเหมือนกันเหรอ?” มาสะดุดอีตรงคำว่า “กับเค้าเหมือนกันเหรอ?”นี่แหล่ะ คือเราเล่นมานานแล้ว
ตอนเล่นใหม่ๆ เรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าดาราอย่างชมพู่ หรือแตงโม ก็เล่นเหมือนกัน นอกจากบลายธ์แล้ว
ยังมีตุ๊กตา BJD ที่กลุ่มเพื่อนๆเราก็สะสมเหมือนกัน เราก็คิดกันว่า BJD ไม่น่าจะโดนกระแสดาราปั่นป่วนได้
กะว่าจะเล่นกันแบบเงียบๆชิลล์ๆ ไปเรื่อย อยู่ๆก็ดันมีฟอณเวิร์ดเมล์ “ตุ๊กตาBlytheหลบไป Lumi Doll มาแล้ว”
Lumi Doll ที่ว่าคือตุ๊กตาBJD ของบริษัท Lati Doll รุ่น Yellow หน้า Lumi จนในที่สุดคนก็เริ่มมาให้ความสนใจ
และสงสัยว่าตุ๊กตาตัวจิ๊ดเดียวทำไมแพงจัง ราคาเริ่มตั้นตั้งแต่หลักพันปลายไปถึงหลายหมื่น เวลาคนที่รู้
ว่าเราเล่นบลายธ์ก็จะมีคนพูดว่า เดี๋ยวนี้เค้าเล่นLumiกันแล้ว คือไอ้แบบที่ว่ากันน่ะเค้าเรียกว่า Lati Doll
เจ้าค่า เราก็ตอบๆไปว่า อ๋อเราก็มี ตามมาด้วยคำถามแปลกๆ เช่น มันทำอะไรได้บ้าง พอเราบอกว่า
ก็ประมาณนี้ๆนะ เปลี่ยนวิกได้ เปลี่ยนสีตาได้ โพสท่าได้เยอะ และถ่ายรูปขึ้นสุดๆ เค้าก็จะถามว่า แค่เนี่ย?
แล้วราคาเป็นหมื่นมาจากไหน? พูดก็ไม่ได้ เว้ยเฮ้ย! ถามแบบนี้ชวนทะเลาะชัดๆ ยิ่งเมื่อไม่นานมานี้
มีคนนึงให้สัมภาษณ์ขึ้นหน้า 1 คมชัดลึก ว่าตุ๊กตา BJD ตัวละ 6 แสน เก็บสะสมBJDมูลค่า 10 ล้าน 0_O'
ทำไมต้องเน้นเรื่องราคาค่าตัวตุ๊กตากันซะขนาดนั้น ราคาโอเว่นอร์เกินจริงสุดๆ มันยิ่งเสริมให้คนทั่วไป
เค้าคิดว่าคนเล่นตุ๊กตาเป็นพวกรวยไร้สมอง -_-' เรามีเพื่อนที่สะสมบลายธ์200-300ตัว แต่ก็ไม่เห็นว่า
เค้าจะอวดร่ำอวดรวยซักนิด พอถามว่าทำไมต้องซื้อเยอะขนาดนั้น เค้าก็ตอบว่า “พี่ชอบอ่ะ
เดือนๆนึงหมดเงินไปกับตุ๊กตาเป็นแสนๆ เพื่อนพี่ยังพูดเลยว่าทำไมไม่เอาเงินไปซื้อเพชร พี่จะซื้อทำไม
ในเมื่อพี่ไม่ชอบเพชร...”
อืม..พี่เค้าชัดเจนดีนะ
เราก็รู้นะความคิดคนมันห้ามกันไม่ได้
แค่อยากขอบ่นๆ
หน่อยนึงแค่นั้นแหล่ะ แค่อยากให้คนเข้าใจว่าการสะสมตุ๊กตามันก็งานอดิเรกอย่างนึง เหมือนคนที่สะสม
แสตมป์ สะสมของเก่า หรือสะสมของเล่นอื่นๆ อย่าเอาคิดว่าคนสะสมตุ๊กตาเป็นพวกโง่เง่าไร้สมองอีกเลย
จบดีกว่าอ่ะ ยิ่งเขียนยิ่งเครียด 555 ตุ๊กตาเค้าไม่ผิดนะ ออกจะน่ารัก ความคิดคนต่างหากที่ผิด ^_^
ลองอ่านบล็อกนี้ดูค่ะ เค้าตอบข้อโต้แย้งข่าวที่ลงในคมชัดลึกได้สะใจมากๆ
“ชำแหละข่าว....เด็กไทยซื้อของแพงจริง หรือ สื่อให้ข่าวมั่ว”
(ภาพนี้คือน้อง Reese น้องบลายธ์ตัวโปรดของเรา ใส่เสื้อที่เราตัดเองด้วยจ้ะ)
..............................................
เปลี่ยนเรื่องดีกว่า แจ้งความคืบหน้าเรื่องที่เรากำลังไดเอ็ท ตอนนี้น้ำหนักทั้งเราและชายอ้วน
ลดลงไป คนละ 4-5 กิโลกว่าๆ ลดได้ด้วยการออกกำลังกายกับเกม Wii fit ทุกวัน
แถมด้วยการเลิกน้ำอัดลม เลิกเค้ก เลิกของที่คิดว่ากินแล้วอ้วนทั้งหมด แต่วันนี้ขอลืมอ้วน 1 วัน
ชายอ้วนทำกับข้าวอร๊อยอร่อยให้กินฉลองวันหยุด กินแล้วต้องรีบเบิร์นออกเลยทีเดียว
แต่คอนเฟิร์มว่าอร่อยโฮกกกกก ....วันก่อนโน้นทำกุ้งทอดงาให้กิน วันนี้ทำข้าวแกงกะหรี่ไก่ สุดยอด!

คงเป็นเพราะพวกเซเลบทั้งหลายหันมาเล่นเหมือนกันล่ะมั้ง จนตอนนี้มันกลายเป็นว่าการเล่นตุ๊กตาเหมือน
จะเป็นเครื่องบอกสถานะทางการเงินด้วย เมื่อก่อนตอนที่พวกเรา(หมายถึงกลุ่มคนรักDoll)เล่นกันอยู่
ในกลุ่มเล็กๆเงียบๆ เรามีความสุขมาก เพราะมันอบอุ่นมีแต่คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน แต่พอกระแสมันแรงขึ้น
กลุ่มคนเล่นกว้างขึ้น ปัญหาเรื่องปั่นราคาตุ๊กตากันจนเวอร์ ปัญหามิจฉาชีพหลอกเอาเงินคนรักDoll
ก็มากขึ้นเรื่อยๆ แถมยังมีคนประเภทที่ไม่ได้รักตุ๊กตาจริงๆ แต่ซื้อไว้เพื่อเป็นเครื่องบอกว่าชั้นก็มีเหมือนกัน
ชั้นรวยนะ ชั้นเล่นตุ๊กตาตัวละเป็นหมื่น -_-' เวลาเราเห็นคนพวกนี้เราจะรู้สึกสงสารตุ๊กตาที่อยู่กับเค้ามากๆ
เพราะเค้าจะไม่เล่นหรอกเอาวางๆไว้ตามตู้โชว์ หรือเล่นก็เล่นแบบไม่รักษาของ สักแต่ว่าเล่นๆไป
คราวที่มีข่าวเรื่องที่มีการจัดงานTea Party ที่พารากอนแล้วเค้าประมูลบลายธ์กันตัวละล้าน สื่อก็เอาไป
ประโคมข่าวกันซะคนเข้าใจว่าการเล่นบลายธ์คือคนรวยแต่โง่ โดยที่ไม่นึกถึงว่าที่เค้าประมูลกันน่ะ
เอาเงินไปทำการกุศล บางคนเข้าใจผิดถึงขั้นว่าคิดว่าบลายธ์ตัวละแสนละล้านทุกตัว เราเคยเอาน้องบลายธ์
ออกมาถ่ายรูปกำลังเพลินๆเลย มีคนเดินพุ่งมาถามเลย “น้องๆไอ้บาร์บี้นี่ใช่ป่าวที่ตัวละแสนน่ะ” กรี๊ด...ด..ด
เรียกบลายธ์ว่าบาร์บี้ก็เซ็งแล้วยังมาพูดแบบนี้อีก เราเลยหันไปอธิบายความให้เค้าฟังว่าไม่ใช่ทุกตัวที่จะราคา
เป็นแสนหรอกค่ะ ราคาเริ่มต้นที่3-4000 พันไปถึงหลายหมื่น คำตอบของเค้าก็คือ “โห..เอาเงินซื้อ____ดีกว่า”
เติมคำลงในช่องเอาเองนะ แล้วแต่ว่าผู้ถามสนใจอะไรเป็นพิเศษ เช่นถ้าคนนั้นชอบกระเป๋าหลุยส์ก็จะพูดว่า
“โห..เอาเงินไปซื้อกรเป๋าหลุยส์ดีกว่า” คนเรามันชอบไม่เหมือนกันนะ งั้นถามจริงๆคุณจะซื้อกระเป๋าหลุยส์ทำไม
ในเมื่อกระเป๋าใบละ 199 ก็ใช้งานได้เหมือนกัน ถ้าถามว่าเรามีปัญญาซื้อกระเป๋าหลุยส์ใช้มั้ย
เราก็บอกตรงๆว่ามีปัญญา แต่ในเมื่อเราไม่ได้ชอบแล้วจะไปซื้อมาทำไม? เพื่อประกาศให้คนเค้ารู้ว่าชั้น
มีตังค์เหรอ? เบื่อว่ะอย่าอวดมั่งอวดมีกันนักเลย เราเบื่อพวกคำถามแบบ “โห...ป๊อปปี้นี่เธอก็เล่นตุ๊กตาบลายธ์
กับเค้าเหมือนกันเหรอ?” มาสะดุดอีตรงคำว่า “กับเค้าเหมือนกันเหรอ?”นี่แหล่ะ คือเราเล่นมานานแล้ว
ตอนเล่นใหม่ๆ เรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าดาราอย่างชมพู่ หรือแตงโม ก็เล่นเหมือนกัน นอกจากบลายธ์แล้ว
ยังมีตุ๊กตา BJD ที่กลุ่มเพื่อนๆเราก็สะสมเหมือนกัน เราก็คิดกันว่า BJD ไม่น่าจะโดนกระแสดาราปั่นป่วนได้
กะว่าจะเล่นกันแบบเงียบๆชิลล์ๆ ไปเรื่อย อยู่ๆก็ดันมีฟอณเวิร์ดเมล์ “ตุ๊กตาBlytheหลบไป Lumi Doll มาแล้ว”
Lumi Doll ที่ว่าคือตุ๊กตาBJD ของบริษัท Lati Doll รุ่น Yellow หน้า Lumi จนในที่สุดคนก็เริ่มมาให้ความสนใจ
และสงสัยว่าตุ๊กตาตัวจิ๊ดเดียวทำไมแพงจัง ราคาเริ่มตั้นตั้งแต่หลักพันปลายไปถึงหลายหมื่น เวลาคนที่รู้
ว่าเราเล่นบลายธ์ก็จะมีคนพูดว่า เดี๋ยวนี้เค้าเล่นLumiกันแล้ว คือไอ้แบบที่ว่ากันน่ะเค้าเรียกว่า Lati Doll
เจ้าค่า เราก็ตอบๆไปว่า อ๋อเราก็มี ตามมาด้วยคำถามแปลกๆ เช่น มันทำอะไรได้บ้าง พอเราบอกว่า
ก็ประมาณนี้ๆนะ เปลี่ยนวิกได้ เปลี่ยนสีตาได้ โพสท่าได้เยอะ และถ่ายรูปขึ้นสุดๆ เค้าก็จะถามว่า แค่เนี่ย?
แล้วราคาเป็นหมื่นมาจากไหน? พูดก็ไม่ได้ เว้ยเฮ้ย! ถามแบบนี้ชวนทะเลาะชัดๆ ยิ่งเมื่อไม่นานมานี้
มีคนนึงให้สัมภาษณ์ขึ้นหน้า 1 คมชัดลึก ว่าตุ๊กตา BJD ตัวละ 6 แสน เก็บสะสมBJDมูลค่า 10 ล้าน 0_O'
ทำไมต้องเน้นเรื่องราคาค่าตัวตุ๊กตากันซะขนาดนั้น ราคาโอเว่นอร์เกินจริงสุดๆ มันยิ่งเสริมให้คนทั่วไป
เค้าคิดว่าคนเล่นตุ๊กตาเป็นพวกรวยไร้สมอง -_-' เรามีเพื่อนที่สะสมบลายธ์200-300ตัว แต่ก็ไม่เห็นว่า
เค้าจะอวดร่ำอวดรวยซักนิด พอถามว่าทำไมต้องซื้อเยอะขนาดนั้น เค้าก็ตอบว่า “พี่ชอบอ่ะ
เดือนๆนึงหมดเงินไปกับตุ๊กตาเป็นแสนๆ เพื่อนพี่ยังพูดเลยว่าทำไมไม่เอาเงินไปซื้อเพชร พี่จะซื้อทำไม
ในเมื่อพี่ไม่ชอบเพชร...”
หน่อยนึงแค่นั้นแหล่ะ แค่อยากให้คนเข้าใจว่าการสะสมตุ๊กตามันก็งานอดิเรกอย่างนึง เหมือนคนที่สะสม
แสตมป์ สะสมของเก่า หรือสะสมของเล่นอื่นๆ อย่าเอาคิดว่าคนสะสมตุ๊กตาเป็นพวกโง่เง่าไร้สมองอีกเลย
จบดีกว่าอ่ะ ยิ่งเขียนยิ่งเครียด 555 ตุ๊กตาเค้าไม่ผิดนะ ออกจะน่ารัก ความคิดคนต่างหากที่ผิด ^_^
ลองอ่านบล็อกนี้ดูค่ะ เค้าตอบข้อโต้แย้งข่าวที่ลงในคมชัดลึกได้สะใจมากๆ
“ชำแหละข่าว....เด็กไทยซื้อของแพงจริง หรือ สื่อให้ข่าวมั่ว”
(ภาพนี้คือน้อง Reese น้องบลายธ์ตัวโปรดของเรา ใส่เสื้อที่เราตัดเองด้วยจ้ะ)
..............................................
เปลี่ยนเรื่องดีกว่า แจ้งความคืบหน้าเรื่องที่เรากำลังไดเอ็ท ตอนนี้น้ำหนักทั้งเราและชายอ้วน
ลดลงไป คนละ 4-5 กิโลกว่าๆ ลดได้ด้วยการออกกำลังกายกับเกม Wii fit ทุกวัน
แถมด้วยการเลิกน้ำอัดลม เลิกเค้ก เลิกของที่คิดว่ากินแล้วอ้วนทั้งหมด แต่วันนี้ขอลืมอ้วน 1 วัน
ชายอ้วนทำกับข้าวอร๊อยอร่อยให้กินฉลองวันหยุด กินแล้วต้องรีบเบิร์นออกเลยทีเดียว
แต่คอนเฟิร์มว่าอร่อยโฮกกกกก ....วันก่อนโน้นทำกุ้งทอดงาให้กิน วันนี้ทำข้าวแกงกะหรี่ไก่ สุดยอด!

|
ทำบุญบ้านใหม่+ออฟฟิศใหม่
23/09/09 21:49 Filed in: My Life
Style
บ้านใหม่ของพ่อกับแม่เราซื้อเอาไว้เกือบปีแล้ว
แต่แม่ไม่ยอมย้ายไปอยู่อย่างถาวร
เหตุผลเพราะกลัวว่าย้ายไปแล้วก็ต้องย้ายออฟฟิศไปด้วย แม่กลัวว่าลูกค้าจะไม่สะดวก
บ้านหลังใหม่ของพ่อกับแม่เป็น บ้านแบบ Home Town 3 ชั้น ครึ่ง 5 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ
จอดรถได้ 2 คัน อยู่ในหมู่บ้านนนทรีเพลส ใกล้สะพานพระราม 5 ชั้น ล่างจะแต่งเป็น
ร้านพระเครื่อง “ศูนย์ธุรกิจพระ” และเป็นที่ต้อนรับลูกค้า ชั้น 2 ห้องใหญ่ทำเป็นออฟฟิศ
“สำนักพิมพ์ทรัพย์สยาม” ซึ่งก็เพิ่งจะจดทะเบียนบริษัทไปหมาดๆ ปลายปีนี้เมื่อตกแต่งออฟฟิศเสร็จ
ก็คงจะได้ย้ายมาทำงานที่บ้านใหม่นี้ ส่วนชั้น 2 อีกห้อง และชั้น 3 เป็นส่วนพักอาศัย สมาชิกในบ้านคือ
พ่อแม่น้องชายเรา หลานสาวเราและแม่บ้าน ส่วนเราก็ไม่ได้อยู่บ้านนี้อยู่แล้ว (จะทิ้งชายอ้วนกับกล้วยปิ้ง
ไปได้ไง..ใช่ป่าว) เรากับน้องชายเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทนี้เหมือนกัน ถือหุ้นเท่ากัน แต่งานของเรา
จะแบ่งแยกกันชัดเจน น้องชายเราเก่งเรื่องซื้อขาย และมีความรู้เรื่องพระ ก็ดูเรื่องนี้ไปเลย
เราที่ชำนาญเรื่องสิ่งพิมพ์และระบบต่างๆที่เดี่ยวกับการทำหนังสือก็ดูแลเรื่องนี้ไปเลย
ส่วนแม่ก็คงจะค่อยๆลดงานของตัวเองลงไป แม่บ่นว่าอยากจะหยุดทำงานแล้ว เพราะเหนื่อยมานานแล้ว
อยากให้ลูก 2 คน ช่วยกันดูแลกิจการนี้ต่อไป เราก็ต้งใจไว้ว่า จะทำให้บริษัทนี้เจริญก้าวหน้า
สมกับที่แม่หวังไว้ ก่อนหน้านี้เราเคยคิดว่า การที่เรายอมลาออกจาก CLEO ที่เราชอบมาช่วยครอบครัว
ลาออกทั้งๆทีเพิ่งได้โปรโมทเลื่อขั้นมาได้ไม่ถึงปี เราเคยรู้สึกว่า เราลำบากใจ แต่มาคิดดู ที่เราได้ทำงาน
กับครอบครัวได้อยู่ใกล้ๆพ่อแม่ น้อง และหลาน มันดีกว่าจริงๆ เรารู้ว่าทำงานแล้วมันได้กับครอบครัว ^_^
ไม่ใช่ทำให้คนอื่น อนาคตข้างหน้าสำนักพิมพ์ของเราก็คงจะได้จัดพิมพ์หนังสืออื่นๆที่ไม่ใช่นิตยสารพระเครื่อง
แค่คิดก็รู้สึกตื่นเต้นอยากจะทำให้มันเป็นจริงแล้วล่ะ ^_^ เราเรื่องงานซะยาวเลย มาพูดเรื่องวันนี้ดีกว่า
...
วันนี้ฤกษ์ดีตามที่หลวงพ่อที่แม่เรานับถือบอกไว้ ให้ทำบุญบ้าน บ้านใหม่หลังนี้ที่จะเป็นทั้ง
ออฟฟิศและบ้านพักอาศัย งานทำบุญบ้านวันนี้จัดเล็กๆเงียบๆเชิญแต่คนสนิทกันจริงๆ นับแล้วมี
แขกมาไม่ถึง 40 คน วันนี้รู้สึกว่ามีสัญญาณอะไรดีๆหลายอย่าง แขกที่มาวันนี้แต่ละคนดูร่าเริงแจ่มใส
อาหารที่สั่งมาก็อร่อยงานก็จัดได้ราบรื่นไม่มีสะดุดเลย หลวงพ่อท่านบอกว่า บ้านนี้ดีอยู่ได้ ทำการค้า
กิจการเจริญรุ่งเรืองแน่ แต่ต้องบูชาเจ้าแม่กวนอิม หลวงพ่อท่านว่าขณะที่กำลังสวดให้พรบ้านอยู่นั้น
เจ้าแม่กวนอิมท่านมาประทับ พอแม่ถามหลวงพ่อว่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมาครอบครัวเราต้องย้ายบ้านตลอดเวลา
แล้วบ้านนี้จะดีมั้ย (ตั้งแต่เราจำความได้เราย้ายบ้านเกิน 10 ครั้งแน่นอน) หลวงพ่อบอกว่า
ดี...บ้านนี้แหล่ะที่โยมจะอยู่ไปตลอด (ทำเอาเรากับน้องหันมามองหน้ากัน...เฮ้อ...โล่งอก
ในที่สุดก็หาที่ลงหลักปักฐานได้ซักที) วันนี้ดีใจชายอ้วนลางานมารับหน้าที่ตากล้อง ถ่ายวิดีโอให้ตลอดงานเลย
รู้สึกดีที่ได้ทำบุญหวังว่าออฟฟิศนี้จะส่งเสริมให้บริษัทของครอบครัวเราเจริญก้าวหน้ายั่งยืนตลอดไปอ่ะนะ
...
กลับจากงานทำบุญบ้าน กล้วยปิ้งดูจะดีใจเป็นพิเศษเพราะพ่อแม่กลับบ้านเร็ว
ดูดิตื่นเต้นดีใจใหญ่เลย ชวนให้เราเล่นโยนรับของเล่นกะเค้าด้วย
เหตุผลเพราะกลัวว่าย้ายไปแล้วก็ต้องย้ายออฟฟิศไปด้วย แม่กลัวว่าลูกค้าจะไม่สะดวก
บ้านหลังใหม่ของพ่อกับแม่เป็น บ้านแบบ Home Town 3 ชั้น ครึ่ง 5 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ
จอดรถได้ 2 คัน อยู่ในหมู่บ้านนนทรีเพลส ใกล้สะพานพระราม 5 ชั้น ล่างจะแต่งเป็น
ร้านพระเครื่อง “ศูนย์ธุรกิจพระ” และเป็นที่ต้อนรับลูกค้า ชั้น 2 ห้องใหญ่ทำเป็นออฟฟิศ
“สำนักพิมพ์ทรัพย์สยาม” ซึ่งก็เพิ่งจะจดทะเบียนบริษัทไปหมาดๆ ปลายปีนี้เมื่อตกแต่งออฟฟิศเสร็จ
ก็คงจะได้ย้ายมาทำงานที่บ้านใหม่นี้ ส่วนชั้น 2 อีกห้อง และชั้น 3 เป็นส่วนพักอาศัย สมาชิกในบ้านคือ
พ่อแม่น้องชายเรา หลานสาวเราและแม่บ้าน ส่วนเราก็ไม่ได้อยู่บ้านนี้อยู่แล้ว (จะทิ้งชายอ้วนกับกล้วยปิ้ง
ไปได้ไง..ใช่ป่าว) เรากับน้องชายเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทนี้เหมือนกัน ถือหุ้นเท่ากัน แต่งานของเรา
จะแบ่งแยกกันชัดเจน น้องชายเราเก่งเรื่องซื้อขาย และมีความรู้เรื่องพระ ก็ดูเรื่องนี้ไปเลย
เราที่ชำนาญเรื่องสิ่งพิมพ์และระบบต่างๆที่เดี่ยวกับการทำหนังสือก็ดูแลเรื่องนี้ไปเลย
ส่วนแม่ก็คงจะค่อยๆลดงานของตัวเองลงไป แม่บ่นว่าอยากจะหยุดทำงานแล้ว เพราะเหนื่อยมานานแล้ว
อยากให้ลูก 2 คน ช่วยกันดูแลกิจการนี้ต่อไป เราก็ต้งใจไว้ว่า จะทำให้บริษัทนี้เจริญก้าวหน้า
สมกับที่แม่หวังไว้ ก่อนหน้านี้เราเคยคิดว่า การที่เรายอมลาออกจาก CLEO ที่เราชอบมาช่วยครอบครัว
ลาออกทั้งๆทีเพิ่งได้โปรโมทเลื่อขั้นมาได้ไม่ถึงปี เราเคยรู้สึกว่า เราลำบากใจ แต่มาคิดดู ที่เราได้ทำงาน
กับครอบครัวได้อยู่ใกล้ๆพ่อแม่ น้อง และหลาน มันดีกว่าจริงๆ เรารู้ว่าทำงานแล้วมันได้กับครอบครัว ^_^
ไม่ใช่ทำให้คนอื่น อนาคตข้างหน้าสำนักพิมพ์ของเราก็คงจะได้จัดพิมพ์หนังสืออื่นๆที่ไม่ใช่นิตยสารพระเครื่อง
แค่คิดก็รู้สึกตื่นเต้นอยากจะทำให้มันเป็นจริงแล้วล่ะ ^_^ เราเรื่องงานซะยาวเลย มาพูดเรื่องวันนี้ดีกว่า
...
วันนี้ฤกษ์ดีตามที่หลวงพ่อที่แม่เรานับถือบอกไว้ ให้ทำบุญบ้าน บ้านใหม่หลังนี้ที่จะเป็นทั้ง
ออฟฟิศและบ้านพักอาศัย งานทำบุญบ้านวันนี้จัดเล็กๆเงียบๆเชิญแต่คนสนิทกันจริงๆ นับแล้วมี
แขกมาไม่ถึง 40 คน วันนี้รู้สึกว่ามีสัญญาณอะไรดีๆหลายอย่าง แขกที่มาวันนี้แต่ละคนดูร่าเริงแจ่มใส
อาหารที่สั่งมาก็อร่อยงานก็จัดได้ราบรื่นไม่มีสะดุดเลย หลวงพ่อท่านบอกว่า บ้านนี้ดีอยู่ได้ ทำการค้า
กิจการเจริญรุ่งเรืองแน่ แต่ต้องบูชาเจ้าแม่กวนอิม หลวงพ่อท่านว่าขณะที่กำลังสวดให้พรบ้านอยู่นั้น
เจ้าแม่กวนอิมท่านมาประทับ พอแม่ถามหลวงพ่อว่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมาครอบครัวเราต้องย้ายบ้านตลอดเวลา
แล้วบ้านนี้จะดีมั้ย (ตั้งแต่เราจำความได้เราย้ายบ้านเกิน 10 ครั้งแน่นอน) หลวงพ่อบอกว่า
ดี...บ้านนี้แหล่ะที่โยมจะอยู่ไปตลอด (ทำเอาเรากับน้องหันมามองหน้ากัน...เฮ้อ...โล่งอก
ในที่สุดก็หาที่ลงหลักปักฐานได้ซักที) วันนี้ดีใจชายอ้วนลางานมารับหน้าที่ตากล้อง ถ่ายวิดีโอให้ตลอดงานเลย
รู้สึกดีที่ได้ทำบุญหวังว่าออฟฟิศนี้จะส่งเสริมให้บริษัทของครอบครัวเราเจริญก้าวหน้ายั่งยืนตลอดไปอ่ะนะ
...
กลับจากงานทำบุญบ้าน กล้วยปิ้งดูจะดีใจเป็นพิเศษเพราะพ่อแม่กลับบ้านเร็ว
ดูดิตื่นเต้นดีใจใหญ่เลย ชวนให้เราเล่นโยนรับของเล่นกะเค้าด้วย
สแน็คของกล้วยปิ้ง
19/09/09 19:18 Filed in: My Dog
วันนี้จะมาพูดถึงของขบเคี้ยวสุดโปรดของกล้วยปิ้งกันค่ะ
กล้วยปิ้งชอบของขบเคี้ยวหลายอย่างมากๆ ตั้งแต่ นมเม็ด(สำหรับหมา)
สแน็คของน้องหมายี่ห้อต่างๆ ที่ชอบสุดคือพวกสแน็คอัดแท่งรสไก่รสแฮม

ที่ชอบมากๆอีกอย่างคือ กระดูกเทียม ที่เรานิยมให้น้องหมาเคี้ยวกันนั่นแหล่ะค่ะ
แต่ของกล้วยปิ้งต้องอันใหญ่ๆ เราเคยซื้อมาให้เค้าขนาดยาวประมาณ 1 ฟุต
พอเรายื่นให้กล้วยปิ้งถึงกับทำตาโตด้วยความตื่นเต้น แล้วเธอก็จะมุ่งมั่น
แทะกระดูกเทียมอันนั้นไปจนกว่าจะหมดแท่งเลยทีเดียว
หน้าตาแบบนี้คือเธอกำลังตื่นเต้นกับสแน็คค่ะ
...
แต่เหนือสิ่งอื่นใดที่กล้วยปิ้งปลาบปลื้มที่สุดสามารถเคี้ยวได้ทั้งวันทั้งคืนไม่มีเบื่อ นั่นก็คือ....
หินน้ำตก ที่ใช้แต่งสวน คร่าาาาาาาา
...
ที่สวนบ้านเรา ทำทางเดินในสวนด้วยหินน้ำตกนี่แหล่ะค่ะ เราไม่รู้ว่าเค้าเริ่มเอาหินน้ำตกมาเคี้ยวเล่น
ตั้งแต่เมื่อไหร่ เท่าที่จำได้ก็เป็นปีแล้ว เวลาเคี้ยวก็คือ เค้าจะเลือกเอาเฉพาะก้อนที่กลมๆดิ๊กเลย
เอามาเคี้ยวขบๆเบาๆ กลุบๆไปเรื่อย อย่าตกใจนะคะ ไม่ได้เคี้ยวจนแตกแล้วกินเข้าอะไรแบบนั้นน้า
แต่ขบเบาๆ พอเพลินๆเฉยๆ ชายอ้วนบอกว่าสงสัยเขี้ยวยังไม่คมพอเลยต้องเอาหินลับเขี้ยว ^_^'
เห็นสายตาที่จ้องก้อนหินมั้ยคะ แบบกำลังเล็งๆ พอเพลินก็ยื่นปากไปงับหินเข้าปาก เคี้ยวกลุ๊บๆๆๆ
กล้วยปิ้งนอนเล่นอยู่ตรงไหนก็ต้องมีก้อนหินวางอยู่ใกล้ๆแบบนี้ หมาอะไรนะประหลาดมากๆ
เราพยายามหาซื้อของเล่นอื่นๆมาให้เค้ากัดเล่น เค้าก็จะเล่นแค่แป๊บเดียวก็กลับไปเคี้ยวหินอีก
ตอนเค้าเอาหินมาเคี้ยวตอนแรกๆ เราก็ห้ามนะ กลัวว่าก้อนหินจะติดคอ แต่พอเห็นว่าไม่เป็นไร
ก็ปล่อยให้เค้าเล่นไป เค้าชอบของเค้าอ่ะค่ะ เราก็คงทำได้แค่คอยระวังอย่าให้ติดคออ่ะนะ ชอบของแปลกจริงๆลูกช้าน
เอารูปน่ารักๆมาอวดกล้วยปิ้งชอบนอนแบบนี้มากเลยค่ะ นอนเอาพุงแนบกับพื้นหน้าบ้าน
เพราะมันเย็นสบายดี ท่านอนมันน่าหมั่นไส้จริงๆว่ามั้ย?
กล้วยปิ้งชอบของขบเคี้ยวหลายอย่างมากๆ ตั้งแต่ นมเม็ด(สำหรับหมา)
สแน็คของน้องหมายี่ห้อต่างๆ ที่ชอบสุดคือพวกสแน็คอัดแท่งรสไก่รสแฮม

ที่ชอบมากๆอีกอย่างคือ กระดูกเทียม ที่เรานิยมให้น้องหมาเคี้ยวกันนั่นแหล่ะค่ะ
แต่ของกล้วยปิ้งต้องอันใหญ่ๆ เราเคยซื้อมาให้เค้าขนาดยาวประมาณ 1 ฟุต
พอเรายื่นให้กล้วยปิ้งถึงกับทำตาโตด้วยความตื่นเต้น แล้วเธอก็จะมุ่งมั่น
แทะกระดูกเทียมอันนั้นไปจนกว่าจะหมดแท่งเลยทีเดียว
หน้าตาแบบนี้คือเธอกำลังตื่นเต้นกับสแน็คค่ะ
...
แต่เหนือสิ่งอื่นใดที่กล้วยปิ้งปลาบปลื้มที่สุดสามารถเคี้ยวได้ทั้งวันทั้งคืนไม่มีเบื่อ นั่นก็คือ....
หินน้ำตก ที่ใช้แต่งสวน คร่าาาาาาาา
...
ที่สวนบ้านเรา ทำทางเดินในสวนด้วยหินน้ำตกนี่แหล่ะค่ะ เราไม่รู้ว่าเค้าเริ่มเอาหินน้ำตกมาเคี้ยวเล่น
ตั้งแต่เมื่อไหร่ เท่าที่จำได้ก็เป็นปีแล้ว เวลาเคี้ยวก็คือ เค้าจะเลือกเอาเฉพาะก้อนที่กลมๆดิ๊กเลย
เอามาเคี้ยวขบๆเบาๆ กลุบๆไปเรื่อย อย่าตกใจนะคะ ไม่ได้เคี้ยวจนแตกแล้วกินเข้าอะไรแบบนั้นน้า
แต่ขบเบาๆ พอเพลินๆเฉยๆ ชายอ้วนบอกว่าสงสัยเขี้ยวยังไม่คมพอเลยต้องเอาหินลับเขี้ยว ^_^'
เห็นสายตาที่จ้องก้อนหินมั้ยคะ แบบกำลังเล็งๆ พอเพลินก็ยื่นปากไปงับหินเข้าปาก เคี้ยวกลุ๊บๆๆๆ
กล้วยปิ้งนอนเล่นอยู่ตรงไหนก็ต้องมีก้อนหินวางอยู่ใกล้ๆแบบนี้ หมาอะไรนะประหลาดมากๆ
เราพยายามหาซื้อของเล่นอื่นๆมาให้เค้ากัดเล่น เค้าก็จะเล่นแค่แป๊บเดียวก็กลับไปเคี้ยวหินอีก
ตอนเค้าเอาหินมาเคี้ยวตอนแรกๆ เราก็ห้ามนะ กลัวว่าก้อนหินจะติดคอ แต่พอเห็นว่าไม่เป็นไร
ก็ปล่อยให้เค้าเล่นไป เค้าชอบของเค้าอ่ะค่ะ เราก็คงทำได้แค่คอยระวังอย่าให้ติดคออ่ะนะ ชอบของแปลกจริงๆลูกช้าน
เอารูปน่ารักๆมาอวดกล้วยปิ้งชอบนอนแบบนี้มากเลยค่ะ นอนเอาพุงแนบกับพื้นหน้าบ้าน
เพราะมันเย็นสบายดี ท่านอนมันน่าหมั่นไส้จริงๆว่ามั้ย?
เด็กน่ารักที่แสนน่าคบ
11/09/09 23:42 Filed in: My Diary
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมามีนัดกินข้าวกับเพื่อนรุ่นน้อง
2 คน น้องโบ้ท น้องบี น้องสองคนนี้
อายุเด็กกว่าเราถึง 10 ปีเลยทีเดียว รู้จักกันหลายปีแล้ว ตัง้แต่ตอนเรายังเป็นซีเนียร์กราฟฟิกอยู่ที่CLEO
น้องสองคนนี้มาฝึกงาน ก็เริ่มสนิทกันเรื่อยมา ถือว่าเป๋็นน้องฝึกงานกลุ่มเดียวที่เรายังติดต่อด้วยตลอด
ตอนนี้โบ้ททำงานอยู่Dtac ทางด้านระบบInternet และ 3G ส่วนบีทำงานอยู่สายการบิน Garuda Air
(เคยได้นั่งเครื่อง Garuda ครั้งนึงตอนไปสิงคโปร์ แอร์แก่เท่าแม่เราเลยทีเดียว 555) ชอบเด็กสองคนนี้
ตรงความเสมอต้นเสมอปลาย คิดดี ไม่ทำตัวแบบ ชั้นทำงานเก่งแล้ว ชั้นเป็นตัวแม่ อะไรแบบนั้น เด็กน่ารักๆ
หลายคนที่เรารู้จักพอทำงานไปเรื่อยๆ ชอบลืมตัว แบบนั้นไม่น่ารักเลย ดีใจที่ได้เจอกันทั้งโบ้ทและบี
ได้คุยกันยาวๆ มีเรื่องเม้าท์เยอะเหมือนกันเพราะไม่ได้เจอกันเกือบปีเลยทีเดียว
เรากับน้องโบ๊ท น่าหมั่นเขี้ยวมั้ย? โบ้ทเป็นคนที่แบบ...อ้วนแล้วดูน่ารักน่าหยิกแก้มอ่ะ ช๊อบบบบบบ
น้องบี ที่บ่นตลอดเวลาว่าชุดฟอร์มหนูแก่หนูไม่อยากถ่ายรูป 555 เราบังคับให้ยอมถ่ายจนได้
ทิ้งท้ายด้วย รูปเรากับชายอ้วน หลังๆมานี้ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปด้วยกันเลย ชอบรูปนี้มาก ชายอ้วนทำหน้าตลกดี อิอิ
อายุเด็กกว่าเราถึง 10 ปีเลยทีเดียว รู้จักกันหลายปีแล้ว ตัง้แต่ตอนเรายังเป็นซีเนียร์กราฟฟิกอยู่ที่CLEO
น้องสองคนนี้มาฝึกงาน ก็เริ่มสนิทกันเรื่อยมา ถือว่าเป๋็นน้องฝึกงานกลุ่มเดียวที่เรายังติดต่อด้วยตลอด
ตอนนี้โบ้ททำงานอยู่Dtac ทางด้านระบบInternet และ 3G ส่วนบีทำงานอยู่สายการบิน Garuda Air
(เคยได้นั่งเครื่อง Garuda ครั้งนึงตอนไปสิงคโปร์ แอร์แก่เท่าแม่เราเลยทีเดียว 555) ชอบเด็กสองคนนี้
ตรงความเสมอต้นเสมอปลาย คิดดี ไม่ทำตัวแบบ ชั้นทำงานเก่งแล้ว ชั้นเป็นตัวแม่ อะไรแบบนั้น เด็กน่ารักๆ
หลายคนที่เรารู้จักพอทำงานไปเรื่อยๆ ชอบลืมตัว แบบนั้นไม่น่ารักเลย ดีใจที่ได้เจอกันทั้งโบ้ทและบี
ได้คุยกันยาวๆ มีเรื่องเม้าท์เยอะเหมือนกันเพราะไม่ได้เจอกันเกือบปีเลยทีเดียว
เรากับน้องโบ๊ท น่าหมั่นเขี้ยวมั้ย? โบ้ทเป็นคนที่แบบ...อ้วนแล้วดูน่ารักน่าหยิกแก้มอ่ะ ช๊อบบบบบบ
น้องบี ที่บ่นตลอดเวลาว่าชุดฟอร์มหนูแก่หนูไม่อยากถ่ายรูป 555 เราบังคับให้ยอมถ่ายจนได้
ทิ้งท้ายด้วย รูปเรากับชายอ้วน หลังๆมานี้ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปด้วยกันเลย ชอบรูปนี้มาก ชายอ้วนทำหน้าตลกดี อิอิ
Diet with Wii fit project Start on : SEP 4,09
04/09/09 23:56 Filed in: My Life
Style
อิอิ มาอีกแล้วเนาะ โปรเจ็คท์ประหลาดๆของเรา ก่อนหน้านี้เคยทำ Selfportrait Project ถ่ายรูปตัวเองทุกวัน
วันละ 1 รูป ทำไปได้ทั้งหมด เกือบ 2 ปี ยังงงตัวเองอยู่ว่าทำไปได้ยังไง? แต่ก็ถือเป็นโปรเจ็คท์ที่สนุกดี
มาถึงโปรเจ็คท์นี้ “Diet with Wii fit project” แค่ชื่อก็บอกแล้วเนอะ ใช่แล้วล่ะ เรากับชายอ้วนกำลังไดเอ็ท
ด้วยการเล่นเกม Wii fit เราเริ่มเล่นจริงๆจังๆ มาได้ 4 วัน และยังกินอาหารเท่าเดิม น้ำหนักลดลงไป 4 ปอนด์
ชอบที่มันเปลี่ยนกิจกรรมประจำวันของเราสองคนจากนั่งจ้องคอมทั้งวัน ถึงจะกินไม่เยอะแต่ก็อ้วนง่าย
เรารู้สึกว่ากระฉับกระเฉงขึ้น สมองปลอดโปล่ง ดีขนาดนี้ก็ต้องเล่นทุกวันซิ ใช่ป่าว? โปรเจ็คท์นี้ไม่ได้กำหนดวัน
สิ้นสุด แต่เราจะตั้งเป้าหมายเอาไว้เป็นรายเดือนคือ ต้องลดให้ได้อย่างน้อย 10 ปอนด์ต่อเดือน
จะพยายามเขียนบล็อกบอกความคืบหน้าบ่อยๆนะคะ ส่วนรูปถ่ายก็จะถ่ายทุกวันโดยปราศจากการรีทัชบีบผอม
เพื่อเอาไว้ดูว่ารูปร่างเราเปลี่ยนไปยัง น่าสนุกดีเนอะ ชอบจัง
กล้วยปิ้งโตขึ้นอีก 1 สเต็ปแล้ว
03/09/09 21:18 Filed in: My Dog
นับถึงตอนนี้กล้วยปิ้งอายุได้ 1 ขวบ ครึ่ง
น้ำหนักประมาณ 30 กิโลกรัม สูงประมาณ 50 เซนติเมตร
มีช่วงฮีทไปแล้ว 2 รอบ ผลัดขนไปแล้วหลายรอบ นับไม่ถ้วน ทุกครั้งที่ผลัดขนจะลำบากกันมาก
เพราะเราเลี้ยงเค้าในบ้าน เรียกว่าที่บ้านไม่มีตรงไหนว่างเว้นจากขนของกล้วยปิ้งเลยอ่ะ
แต่ขนที่งอกออกมาใหม่ก็ซ๊วยสวย เป็นเงางามเชียว แล้วแถมเดี๋ยวนี้กำลังจะโตอีกสเต็ป
คุณนายกินเก่งเหลือเกิน แต่ของโปรดก็ยังเป็นมะเขือเทศกับผลไม้ต่างๆอยู่ดีอ่ะแหล่ะ น่ารักจริงๆ
มาดูรูปปิ้งกันค่ะ
กำลังนั่งเฝ้าป๊ะป๋าทำกับข้าว

สายตาออดอ้อนขอขนมของเธอนับวันยิ่งดราม่าขึ้นทุกวัน ถ้ามีการแจกรางวัลออสการ์ให้หมา
กล้วยปิ้งคงจะได้รางวัลดารานำหญิงยอดเยี่ยม ไม่รู้ไปเรียนแอคติ้งมาจากไหน?
ชอบรูปนี้มาก เจ้าตัวแสบซนจนตัวเขรอะ เลยโดนป๊ะป๋าจับอาบน้ำหน้าบ้านโชว์ซะเลย
แต่ปิ้งก็ไม่เดือดร้อนนะ เพราะชอบเล่นน้ำอยู่แล้ว เย็นสบายดีใช่มั้ยลูก 555
---------------------------------------------------------
แถมท้ายวันนี้ขอพูดถึงน้องสาวที่น่ารักของเราอีกคนหนึ่ง “น้องกวาง”
รู้จักกันมาได้ 1 ปีกว่าๆ เพราะตุ๊กตาบลายธ์ทำให้ได้รู้จักกัน และกลุ่มของพวกเราก็เริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
น่าแปลกที่รู้จักกันไม่นานแต่เรารู้สึกรักเพื่อนๆกลุ่มนี้มากๆ นัดเจอกันทุกเสาร์ ที่ร้านตุ๊กตาโมเน่ดอลลี่
พอเจอกันก็เม้าท์ๆๆๆๆ แต่โดยปกติหลังจากแยกย้ายกันจากร้านตุ๊กตา ก็จะเหลือ เรา แจง ปุ๋ม และกวาง
หาที่กินข้าวเย็นอร่อยๆ บางทีชิลล์ๆ ก็ไปนั่งเล่นตุ๊กตากันที่คอนโดของกวาง โดยเฉพาะปุ๋มที่สนิท
กับกวางมากๆ วันนี้กวางไปเรียนต่อที่อังกฤษ พวกเราชาวDollaholic ดูเหมือนจะเงียบเหงาลงไป
พอสมควร ยัยปุ๋ม pumuq เลยถือโอกาสทำ vdo อวยพรให้น้องดูก่อนบิน เห็นบอกว่ากวางดูแล้ว
ร้องไห้ในความซึ้ง เอาไว้คงจะได้เข้าไปตามข่าวคราวของน้องจากบล็อก และจาก Multiply
วันนี้เลยขอเอาVDOมาแปะให้ดูกันนะคะ ถ่ายทำและตัดต่อโดย pumuq ค่ะ
มีช่วงฮีทไปแล้ว 2 รอบ ผลัดขนไปแล้วหลายรอบ นับไม่ถ้วน ทุกครั้งที่ผลัดขนจะลำบากกันมาก
เพราะเราเลี้ยงเค้าในบ้าน เรียกว่าที่บ้านไม่มีตรงไหนว่างเว้นจากขนของกล้วยปิ้งเลยอ่ะ
แต่ขนที่งอกออกมาใหม่ก็ซ๊วยสวย เป็นเงางามเชียว แล้วแถมเดี๋ยวนี้กำลังจะโตอีกสเต็ป
คุณนายกินเก่งเหลือเกิน แต่ของโปรดก็ยังเป็นมะเขือเทศกับผลไม้ต่างๆอยู่ดีอ่ะแหล่ะ น่ารักจริงๆ
มาดูรูปปิ้งกันค่ะ
กำลังนั่งเฝ้าป๊ะป๋าทำกับข้าว

สายตาออดอ้อนขอขนมของเธอนับวันยิ่งดราม่าขึ้นทุกวัน ถ้ามีการแจกรางวัลออสการ์ให้หมา
กล้วยปิ้งคงจะได้รางวัลดารานำหญิงยอดเยี่ยม ไม่รู้ไปเรียนแอคติ้งมาจากไหน?
ชอบรูปนี้มาก เจ้าตัวแสบซนจนตัวเขรอะ เลยโดนป๊ะป๋าจับอาบน้ำหน้าบ้านโชว์ซะเลย
แต่ปิ้งก็ไม่เดือดร้อนนะ เพราะชอบเล่นน้ำอยู่แล้ว เย็นสบายดีใช่มั้ยลูก 555
---------------------------------------------------------
แถมท้ายวันนี้ขอพูดถึงน้องสาวที่น่ารักของเราอีกคนหนึ่ง “น้องกวาง”
รู้จักกันมาได้ 1 ปีกว่าๆ เพราะตุ๊กตาบลายธ์ทำให้ได้รู้จักกัน และกลุ่มของพวกเราก็เริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
น่าแปลกที่รู้จักกันไม่นานแต่เรารู้สึกรักเพื่อนๆกลุ่มนี้มากๆ นัดเจอกันทุกเสาร์ ที่ร้านตุ๊กตาโมเน่ดอลลี่
พอเจอกันก็เม้าท์ๆๆๆๆ แต่โดยปกติหลังจากแยกย้ายกันจากร้านตุ๊กตา ก็จะเหลือ เรา แจง ปุ๋ม และกวาง
หาที่กินข้าวเย็นอร่อยๆ บางทีชิลล์ๆ ก็ไปนั่งเล่นตุ๊กตากันที่คอนโดของกวาง โดยเฉพาะปุ๋มที่สนิท
กับกวางมากๆ วันนี้กวางไปเรียนต่อที่อังกฤษ พวกเราชาวDollaholic ดูเหมือนจะเงียบเหงาลงไป
พอสมควร ยัยปุ๋ม pumuq เลยถือโอกาสทำ vdo อวยพรให้น้องดูก่อนบิน เห็นบอกว่ากวางดูแล้ว
ร้องไห้ในความซึ้ง เอาไว้คงจะได้เข้าไปตามข่าวคราวของน้องจากบล็อก และจาก Multiply
วันนี้เลยขอเอาVDOมาแปะให้ดูกันนะคะ ถ่ายทำและตัดต่อโดย pumuq ค่ะ
