จริงจัง หรือไร้สาระ

กราฟฟิกดีไซเนอร์ อายุ 30 กว่า ทำงานกราฟฟิกมา 10 กว่าปี ผ่านบริษัทใหญ่ๆมาเพียบ
คนส่วนใหญ่ที่รู้เรื่องงานของเราก็จะรู้สึกว่าอย่างเรา น่าจะออกแนว ติสๆ เข้มๆ จริงจัง
เขี้ยวๆ แต่พอมีคนรู้ว่าเราเล่นตุ๊กตาบลายธ์ เราตัดชุดตุ๊กตาบลายธ์ขาย หรือบังเอิญมาเห็น
ตอนเรากำลังเล่นน้องบลายธ์ มันจะมีแว๊บนึงที่เราเห็นในสายตาเค้าว่า “จริงเหรอ?
บ้าน่า ติงต๊อง ไร้สาระ เล่นทำไม ฮิตตามกระแส บ้าตามดารา” คำถามมากมายที่มันออกมาจาก
สายตาคนเหล่านั้น เมื่อก่อนเราเฉยๆนะ ไม่สนใจหรอก เพราะเราถือว่า เราเล่นน้องบลายธ์
เป็นงานอดิเรก ทำงานก็เครียดจะตายอยู่แล้ว จะให้เครียดอะไรกันนักหนา ขอสนุกๆชิลล์ๆบ้าง
ไม่เห็นเป็นไรเลย ยิ่งออกไปเจอกลุ่มเพื่อนที่ชอบเหมือนกันบ่อยๆ เรายิ่งไม่แคร์ใหญ่เลย
เพื่อนบางคน ตัวเล็กๆ หน้าหวานเล่นตุ๊กตากุ๊กกิ๊กเชียว แต่เบื้องหลัง she เป็นเจ้าของบริษัทขนส่ง
ด้วยรถ 16 ล้อ บางคนเคยเป็นโปรแกรมเมอร์มีผลงานเจ๋งๆ ระดับประเทศ เป็นเจ้าของกิจการโน่นนี่
สรุปคือแต่ละคนทำงานซีเรียสๆ ยากๆ ทั้งนั้น เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยยังมีเลย การที่ผู้หญิงวัยทำงาน
เล่นตุ๊กตา คนที่ไม่ชอบอาจจะไม่เข้าใจ แต่จริงๆแล้วการเล่นตุ๊กตาทำให้จิตใจเราดี ไม่เครียด
ได้เห็นของสวยๆงามๆ ได้พาเค้าออกไปเที่ยวถ่ายรูปเอามาแบ่งปันกันดูได้มีสังคมคนที่ชอบ
อะไรเหมือนๆกัน จนเดี๋ยวนี้กลุ่มเพื่อนเล่นบลายธ์ของเรากลุ่มใหญ่ขึ้นเยอะ พูดง่ายๆว่า
เพื่อนเยอะกว่าเมื่อก่อนตอนยังไม่เล่นเยอะเลย ทุกคนที่เรารู้จักส่วนใหญ่จะเป็นคนน่ารักอารมณ์ดี
ร่าเริง เราถึงไม่เคยคิดว่าการที่เราเล่นตุ๊กตาเป็นเรื่องไร้สาระ ยิ่งเดี๋ยวนี้ถ้าใครมาพูดว่าเล่นตุ๊กตา
ไร้สาระ เราเถียงขาดใจ เพราะเดี๋ยวนี้นอกจากจะเล่นน้องอย่างเดียว เราก็ออกแบบและทำชุดขาย
รายได้ต่อเดือนเป็นหมื่นๆ มีลูกค้าจากทั่วโลกสั่งซื้อเสื้อผ้าของเรา ในเมืองไทยเองก็มีลูกค้าเจ้า
ประจำเยอะมากๆ คือทำชุดอะไรออกมาก็จะตามซื้อกันเป็นพรวน บางเดือนยอดเงินขายชุดตุ๊กตา
เกือบแซงหน้าเงินเดือนประจำเลยด้วยซ้ำ แต่ถึงอย่างนี้เราก็รู้สึกได้ว่าการที่เราเล่นตุ๊กตามีผล
ในการบริหารงานที่ออฟฟิศ และเริ่มจะเสียการปกครอง เพราะตุ๊กตามาบั่นทอนความน่าเชื่อถือของเรา
ต่อจากนี้คือเราก็ต้องระมัดระวังมากขึ้น เป็นหัวหน้าคนก็ต้องรักษาภาพนิดนึง (จริงๆแล้วไม่เคยคิด
เรื่องนี้ เพราะนิสัยเราเป็นคนฮาๆ ยิ่งงานเครียด เรายิ่งปล่อยมุขฮาไม่หยุด) เอาล่ะนะ เวลางานก็จะจริงจังแระ
นอกเวลาก็ขอชิลล์กับลูกๆ บลายธ์ ของเราดีกว่าเนอะ ไม่อยากจะเม้าท์ วันก่อนเพื่อนที่อยู่นิวยอร์ค
คนนึงเค้าเอาตุ๊กตาของเค้าที่ใส่หมวกยี่ห้อที่เราทำขายไปเยี่ยมออฟฟิศ Gina Garan เจ้าแม่วงการตุ๊กตา
บลายธ์ ผู้เป็นคนทำหนังสือ This is Blythe พอ Gina เห็นหมวกก็บอกว่าชอบมาก เพื่อนก็เลยให้หมวก
ใบนั้นกับGina ไป แถมเค้ายังบอกว่าสนใจอยากสั่งมาขายที่เว็บ Thisisblythe.com จังเลย
ทีนี้ลองคิดดูว่าผลงานของเราไปเข้าตาคนระดับนั้น ตกลงเรื่องตุ๊กตาของเรายังจะไร้สาระอยู่มั้ยนะ
Tweet gave her helmet to Gina's girl
photo credit :
turbow
คนนี้แหล่ะ Gina Garan หมวกสีแซ่บที่น้องบลายธ์ใส่ใบนั้นแหล่ะ ผลงานของเรา
อันนี้ผลงานงานบางส่วนของเรานะจ๊ะ เป็นgroup ใน
Flickr.com ที่ให้คนที่ซื้อชุดของเราไปมาโพสรูปไว้



|

อะไรมันจะซนขนาดนี้!

ไอ้กล้วยปิ้งตูดหมึกเอาอีกแล้ว มีเรื่องซนๆมาให้เล่าได้ไม่จบไม่สิ้น
วันก่อนโน่น เรากลับบ้านดึก ปิ้งอยู่กะชายอ้วนที่บ้าน พอเรากลับถึงบ้าน
ปิ้งก็ลั้ลลาวิ่งมาอ้อนตามปกติ เราจะชอบไปนั่งที่โซฟาแล้วปิ้งก็จะเข้ามาเล่นด้วย
เราก็เล่นๆกะมัน เสร็จก็ลุกขึ้นจะไปเข้าห้องน้ำ ตาก็เหลือบไปเห็นอะไรตะคุ่มๆที่พื้น
(พื้นบ้านเป็นไม้ปาร์เก้สีเข้มๆ) ก้อนอะไรดำๆ แปลกๆ พอเข้าไปดูใกล้ๆเรากรี๊ดแตกเลย!
มันคือซากลูกนกกระจอกที่เพิ่งตายไม่นาน คิดว่ามันคงตกลงมาจากรังตอนฝนตก แล้วปิ้งก็ไป
คาบเอามาเล่นในบ้าน ชายอ้วนที่เอาแต่เล่นเกมก็เลยไม่ทันเห็น แบบเราอ่ะแหว่ะมากเลย
พอชายอ้วนจะเก็บซากลูกนกไปทิ้ง ปิ้งก็ืำเป็นมองตาม ประมาณว่าเสียดาย ขอหนูเล่นแป๊บนึงดิ
เราเลยเตะตูดมันหนึ่งที แหมมมมมมมมันตูดหมึกจริงๆ พอตอนเช้า เรากับชายอ้วนกำลังจะแต่งตัว
ออกไปทำงานกัน ปิ้งก็มาอ้อนๆชวนเราเล่น เราก็เล่นด้วย มองๆไป เอ๊ะสีอะไรมันมาเลอะๆตามตัว
ของปิ้งนะ กลิ่นก็คุ้นๆ พอจ้องใกล้ๆแล้วดมดูถึงรู้ว่าเป็นกลิ่นหมึกปากกาลูกลื่น แล้วเลอะเต็มตัวเลย
DSC03040 copy
ดูรูปเอาสิ มันตูดหมึกจริงๆ หมึกเต็มตัวเลยเห็นมะ ตามมาด้วยรอยเปิ้อนหมึกที่พื้นบ้านเป็นทาง
มันเอาปากกาลูกลื่นที่ตกอยู่ที่พื้นมากัดเล่นเจ้าค่ะ ขำก็ขำ โกรธก็โกรธ ไม่รู้จะทำไงดี
เลยได้แค่กักบริเวณแป๊บนึง มันเลยทำหน้างอๆ อย่างที่เห็นนี่แหล่ะ
DSC03039 copy
พอเราเรื่องนกก็นึกได้ว่า เคยเล่าเรื่อง
รังนกที่ทำจากขนกล้วยปิ้งมาแล้ว
วันก่อนเลยลองไปสำรวจดูอีกทีลูกนกกระจิบมันฟักเป็นตัวแล้ว
เท่าที่เห็นมีสองตัว ท่าทางคงนอนสบายในรังขนนุ่มๆน่าดูเลยนะ 555
Little birds in a fur cage.
|

ฉันดีใจที่มีเธอ....

Day 150 : Saturday 5 April 2008
วันก่อนนี้ทำงานหนักมากๆ จนไม่ได้กลับบ้าน ชายอ้วนก็บ่นๆว่าคิดถึงโทรมาหาเราบ่นๆ อยู่บ้านคนเดียว
เหงาจัง เราก็ได้แต่บอกเค้าว่า เรางานเยอะจริงๆ กลับไปไม่ได้ พออีกวันกลับไป เค้าซื้อกุหลาบไว้ให้เราดอกนึง
น่ารักเชียว พอถามว่าโอกาสอะไร ชายอ้วนตอบว่า โอกาสที่คิดถึง โอ้โห...ที่เหนื่อยๆจากงานทำเอาหายเหนื่อยเลย
พอหลังจากวันนั้น งานเราก็ยังเยอะอยู่ ทำให้ไม่ค่อยได้นอน แถมออร์เดอร์ชุดตุ๊กตาก็มาเยอะมาก
เราเลยโหมทำงาน โหมเย็บผ้าตลอด จนป่วย เป็นไข้หวัด ชายอ้วนก็เป็นห่วงคอยดูแลเราตลอด
วันนี้เป็นวันหยุดของเค้า แต่เราหยุดไม่ได้ จะออกไปทำงาน ชายอ้วนก็เลยบอกว่า จะพาไปหาหมอนะ
แล้วจะไปส่งที่ออฟฟิศ(โว้ว กรี๊ดดด ใจดีจัง) พอมาส่งที่ออฟฟิศเค้าก็กะจะรอเราทำงาน เราบอกว่าอย่าเลย
อีกนานแน่ๆ เค้าก็เลยกลับบ้านไปก่อน พอตกกลางคืนเรากลับมาถึงบ้านก็พบว่า เค้าทำความสะอาดบ้าน
ซะเกลี้ยง แถมจัดโต๊ะทำงานให้เราด้วยอ่ะ โห.....อะไรจะดีขนาดนี้ ไม่รู้ชาติที่แล้วเราทำบุญด้วยอะไรน้า
ชาตินี้เกิดมาถึงมีสามีน่ารักและแสนดีกับเราขนาดนี้ ไม่รู้จะบรรยายยังไง คือมันรู้สึกได้ว่าเค้าใส่ใจ
กับเรามากๆ ในขณะที่เราห่วงแต่งานๆๆๆ เพราะงานที่เรารับผิดชอบมันก็หนักหนาพอสมควร
ทำให้เราไม่ค่อยได้ดูแลเค้าเลย มีแต่เค้ามาดูแลเรา ขอโทษนะคะ ต่อไปจะพยายามดูแลคุณให้มากขึ้นน้า
|