รีเฟรชตัวเองเดี๋ยวนี้!
เป็นมั้ย? ทำงานมากๆ อายุมากขึ้น น้ำหนักขึ้นเพราะชอบกินแก้เครียด ปล่อยบ้านรกรุงรัง
ไม่ดูแลตัวเอง ไม่ดูแลผิว ไม่ดูแลผม ไม่แต่งหน้าทั้งๆที่กำลังจะออกจากบ้าน ไม่ออกกำลังกาย
ทั้งๆที่รู้ตัวว่ากำลังไดเอ็ทแต่ก็แอบนอกลู่นอกทางอยู่บ่อยๆ ช่วงก่อนหน้านี้เราเป็นทั้งหมดที่ว่านั่นแหล่ะ
ทำร้ายตัวเองอย่างรุนแรง สาเหตุเพราะงานเยอะ มีอะไรที่ต้องทำเยอะแยะ เช้าตื่นมาต้องรีดผ้า
ให้ข้าวหมา ถ้ามีออร์เดอร์ตัดชุดตุ๊กตาที่ทำไว้ตอนกลางคืนแล้วทำไม่เสร็จเพราะต้องเข้านอนเที่ยงคืน
ก็ต้องเย็บผ้าต่อให้เสร็จ เพื่อเอาไปส่งไปรษณีย์ตอนเช้า เล่นเกมส์ในFB ที่ต้องติดตามเช่น Country Story
เพราะไม่งั้นจะโดนเพื่อนมาขโมยผัก ดังนั้นพอถึงเวลาแต่งตัวก็จะรีบๆ อาบน้ำแบบลวกๆ บางวันสระผม
ก็ไม่เป่าผมให้แห้งก่อน หวีๆ แล้วกระโดดพรวดออกจากบ้านไปเลยทั้งๆที่หน้าก็ยังไม่ได้แต่งกะไปแต่ง
ในรถแท๊กซี่ โดยที่ลืมไปว่ากว่าจะได้ขึ้นรถ แดดมันเผาหน้าเราไปเท่าไหร่ ฝุ่นมาเกาะหน้าที่แค่ทาครีมทิ้งไว้เฉยๆ
จนสุดท้ายสิวอุดตันเต็มหน้า น้ำหนักขึ้นทั้งๆที่กำลังพยายามไดเอ็ท จนสามีที่กำลังพยายามไดเอ็ทอย่างเข้มงวด
ชิงออกตัวผอมเพรียวจนเราเรียกเค้าว่า “ชายอ้วน” ไม่ได้อีกแล้ว เพราะเค้าผอมกว่าเราแล้ว T_T น่าเศร้า
แถมอยู่ๆ คุณเธอก็เรทติ้งพุ่งพรวด หัวกระไดFacebook ไม่แห้งเลย มีสาวๆแวะทักทายตลอดเวลา
แน่นอนว่าในจำนวนนั้นมีคนเคยเกือบจะเป็นกิ๊กของเค้าพ่วงอยู่ด้วย (เรื่องตั้งแต่สิบกว่าปีก่อนโน้น)^_^'
เพราะปล่อยตัวจนทรุดโทรมแถมเรทติ้งที่รักแรงมาก แถมเรายังโดนญาติๆเค้าทักว่าทำไมตัวใหญ่กว่าสามีล่ะ
ข้างที่รักก็กลัวเมียจะยังมีแรงกระตุ้นไม่พอ เลยเพิ่มแรงเหวี่ยงด้วยการตั้งรางวัลให้ว่า ภายในวันเกิดเค้าปีนี้
(6 เม.ย.) เราต้องลดน้ำหนักจาก 91 ก.ก. ให้เหลือ น้อยกว่า 80 ก.ก.ให้ได้ แล้วเค้าจะให้
คอมพิวเตอร์ iMac 1 เครื่อง แต่ถ้าลดลงไปได้ถึง น้อยกว่า 70 ก.ก. จะแถมแพ็คเก็จทัวร์ญี่ปุ่นให้ด้วย
โอ้วรางวัลชวนน้ำลายสอขนาดนี้ต้องรีบลดน้ำหนักให้ได้โดยด่วน! แน่นอนว่าเราทำบานาน่าไดเอ็ทมา 2-3 เดือนแล้ว
น้ำหนักลดลงบ้างขึ้นบ้าง เพราะอย่างที่บอกชอบกินแก้เครียด บางทีก็แอบกินตอนดึก ทำให้น้ำหนัก
มันสาละวนอยู่ที่ 88 ก.ก. ไม่ยอมไปไหนเลย เราจึงตัดสินใจว่า จะไม่ยอมปล่อยตัวเองเหมือนช่วงที่ผ่านมาอีกแล้ว


เอาล่ะ! รีเฟรชตัวเองดีกว่า สู้โว้ย!
1.เริ่มจาก หันกลับมาดูแล เสื้อผ้า หน้าผม ดูแลผิว จากที่ปกติเป็นคนชอบแต่งตัว แล้วดันขี้เกียจแต่งตัวไปซะเฉยๆ
ก็กลับมาขยันแต่งตัวสวยๆ ลดปริมาณการช็อปของตุ๊กตา มาช็อปของให้ตัวเองบ้าง แต่งตัวสวยๆออกจากบ้านทุกวัน
2.กิน นอน ขับถ่ายให้เป็นเวลา หยุดดื่มน้ำเย็นจัด มาดื่มน้ำเปล่าธรรมดา แน่นอนเลิกน้ำอัดลมโดยสิ้นเชิง
3.เข้มงวดกับบานาน่าไดเอ็ท เช้ากินกล้วยหอม 1-2 ลูก กับน้ำเปล่า สายๆ กาแฟ 1 แก้ว เที่ยงกินข้าวตามปกติ
บ่ายถ้าหิว ก็ดื่มชาเขียวร้อนแล้วอาจจะมีขนมทานแกล้มซักอย่างนึง แต่ต้องไม่มากเกินไป เย็นทานข้าวตอน 5 โมงเย็น
เลทสุดไม่เกิน 1 ทุ่ม ถ้างานยุ่งจนเกินเวลาก็ไม่กินข้าวเย็นเลย อาจจะจะทานกล้วยหรือผลไม้แทนแต่ต้องทานก่อน 2 ทุ่ม
นอนก่อนเที่ยงคืน (อันนี้ยังทำได้บ้างไม่ได้บ้าง)

(หนังสือของชาวบานาน่าไดเอ็ท “ผอมสวยกล้วยช่วยคุณได้” ลองหามาอ่านกันดูค่ะ)
4.ออกกำลังกายเพิ่มขึ้น ห้ามขี้เกียจเด็ดขาด! ทำงานบ้านก็ได้ ใช้แคลเรอรี่เยอะดี
5.หาหนังสือดีๆ มาอ่านเป็นอาหารสมอง สร้างความกระตือรือล้นให้ตัวเอง

อย่างหนังสือที่เพิ่งอ่านจบไปเมื่อวาน แบบอ่านรวดเดียวจบ สนุกดีค่ะ อ่าาา อย่าเพิ่งคิดว่าเราบ้านรกขนาดนั้นนะ
คือรกอยู่เหมือนกันแต่ไม่เท่าคุณเคียวโกะคนเขียนหนังสือหรอก ซื้อมาอ่านเพราะเค้ามีทิปส์ดีๆ
ในการทำความสะอาด และการจัดการข้าวของสรรพารกในบ้าน อ่านแล้วก็อินสไปร์ดีทีเดียวล่ะ
และแน่นอนว่าต้องอัพเดทเทรนด์แฟชั่นด้วย เราใช้วิธีเข้าเว็บแฟชั่นเจ๋งๆอย่าง
whowhatwear.com เจ้าค่ะ
6.โต๊ะทำงานรกๆ เต็มไปด้วยเอกสารทำให้อารมณ์ที่ทำงานเครียดสุดๆ เราไปเดินช็อปของแต่งโต๊ะทำงานที่ Index
ทำให้โต๊ะน่ารัก น่านั่งทำงาน บนโต๊ะทำงานเรามีดอกไม้สวยๆตั้ง 2 แจกันแน่ะ ซื้อหมอนกอดสวยๆ
มาไว้กอดเวลาทำงานด้วย อันนี้คอนเฟิร์มว่าช่วยคลายเครียดได้ทำให้อาการกินแก้เครียดลดลงจริงๆ
7.แต่งตัวสวยแล้วก็อย่าลืมไปออกเดทกับที่รักด้วย ไปทานข้าวไปดูหนังรีเฟรชอารมณ์หวานๆกัน
ที่รักก็ปลื้มเพราะได้ควงคนสวยๆ ไม่ใช่ยัยป้าปล่อยตัว เดินไปไหนก็ไม่สดใสเอาซะเลย อันนี้ก็คอนเฟิร์มว่าได้ผล
เพราะหลังจากวันที่ไปเดทกันก็รู้สึกว่าความรักมันสดใสขึ้นเยอะ สามีก็ดูจะหวีทแหววกะเรามากขึ้น ^_^
Me in the mirror... ^_^
(แต่งตัวไปออกเดทกับที่รักค่ะ สวยมั้ย?)
8.ที่สำคัญอย่าลืมจดไดอารี่การไดเอ็ทเพื่อติดตามผลการลดน้ำหนักทุกวันด้วย
...
...
แต่นแตนแต๊น ^_^
หลังจากปฏิบัติการรีเฟรชตัวเองของเราผ่านไป 1 อาทิตย์ ผลที่ได้คือ น้ำหนักที่ลดลงอีก 2 กิิโลกรัม
ผิวพรรณสดใสขึ้น อารมณ์ดีเป็นพิเศษ เพราะมีคนทักว่าผอมลง และมีคนทักว่าสวยขึ้นทุกวัน!
25 Jan 2010
รูปที่เราถ่ายวันนี้ (25 ม.ค. 53) น้ำหนัก 86.5 ก.ก. (เราสูง 165 ซ.ม.)
ใครผ่านมาอ่านก็อย่าลืมลองทำดูนะคะ เพื่อตัวคุณเองค่ะ เชื่อเราดิ ^_^
ส่วนเราก็ Keep Walking ค่ะ สู้ต่อไป! เพื่อไปสู่สนามโคชิเอ็ง (แพ็คเกจทัวร์ญี่ปุ่นต่างหากล่ะ!)
|
อยากหากินยากนัก! ทำเองซะเลย!
กระเหี้ยนกระหือรืออยากกินคัพเค้กอร่อยๆ แต่ก็ไม่ได้กินซะที
วันก่อนชายอ้วนพาไปดูหนังเชอล็อค โฮล์ม ก็ได้แวะไปช็อปของใช้ที่ซุเปอร์มาร์เก็ต
เลยถือโอกาสซื้อชุดทำเค้กสำเร็จรูปมาทำกินเล่นดีกว่า ขอบอกว่าทำง่ายมากๆ
ขนาดคนที่ทำอาหารไม่เก่งอย่างเรายังทำได้เลย แถมอร่อยมากๆด้วยล่ะ
อ๊ะๆ อย่าเพิ่งว่าเราว่าลดความอ้วนแล้วกินเค้กนะ จริงๆก็กินได้ แต่อย่ากินเยอะ
เอาแค่พอหอมปากหอมคอ บ่ายสาม เป็นเวลาที่ชาวบานาน่าไดเอ็ทจะได้ทานของว่าง
เราทานเค้ก ชิ้นเล็กๆ กับชาร้อนซักถ้วย ก็ไม่เสียหายหรอกจ้า อะทีนี้มาดูวิธีทำกันนะ

เป็นไงๆ ง่ายใช่ป่าว ลองเอาไปทำดูนะ จะเปลี่ยนผลไม้จากส้มเป็นอย่างอื่น
อย่างสตรอเบอรี่สด หรือกล้วยหอม หรือเชอรี่ บลูเบอรี่ ก็น่าจะเข้ากันได้ดีกับ
ไวท์ช็อคโกแลตจ้ะ อบแค่ 2 นาทีครึ่งในไมโครเวฟก็ได้หม่ำแล้วน้าาาาาาาา
|
ความคืบหน้าเรื่องการไดเอ็ทของเรา ^_^
นับจากวันที่เริ่มต้นเล่น Wii` เมื่อ 4 เดือนก่อน เราเล่นจริงจังบ้าง ไม่จริงจังบ้าง
ยิ่งช่วงก่อนปีใหม่ ทั้งงานยุ่งสุด เพราะต้องรีบปิดเล่มก่อนกลางเดือน .. เพื่อจัดการเรื่องย้ายออฟฟิศ
พอย้ายออฟฟิศมามาที่ใหม่ก็มีเ้รื่องให้ต้องจัดการมากมาย จนไม่มีอารมณ์จะออกกำลังกายจริงๆจังๆ
โชคดีว่า เมื่อเดือนที่แล้วได้เริ่มต้นทำ Banana Diet ควบคู่ไปด้วยทำให้ยังสามารถควบคุมน้ำหนัก
ไม่ให้กลับไปอืดเท่าเดิมได้ และกราฟน้ำหนักของเราเริ่มดิ่งตัวลดลงอย่างชัดเจน
มาดูรูปเมื่อ 4 เดือนก่อนของเรากันค่ะ รูปนี้เราหนัก 91.5 ก.ก. 555 เป็นไงล่ะ
ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อนเลยนะ เพราะอับอายที่ตัวเลขมันขึ้นหลักเลข 9 แล้ว สุขภาพก็แย่มาก
(เราสูง 165 ซ.ม.) ค่า BMI ตอนนั้น 30 กว่าๆ โดยประมาณ
Diet with Wii fit project /Day 4 : SEP 8,09
เทียบกับรูปที่เพิ่งถ่ายวันนี้ค่ะ น้ำหนัก 87.6 ก.ก. ลดลงไปประมาณ 4 กิโล
I started Banana diet a month ago.
จะเห็นได้ว่าหน้าเล็กลง เอวเล็กลงไปเยอะเลย ที่ชอบBanana Diet คือ ทำให้ระบบขับถ่ายดีมาก
ไม่มีอาการท้องอืดตอนเย็น อาการ กรดไหลย้อน หายไปหมดเลย สิวก็ขึ้นน้อยลง
ผิวสดใสขึ้นจนคนทักเยอะมาก ร่างกายก็เคลื่อนไหวได้กระฉับกระเฉงขึ้น
ตั้งใจไว้ว่าจะสู้ต่อไป ไม่ต้องถึงขนาดเพรียวลมเท่าสมัยสาวๆหรอกนะ ขอแค่ให้เหลือซัก 60 กว่า ก็ดีใจแทบตายแล้ว
จะพยายามอัพเดทเรื่องราวการลดน้ำหนักทุกวีค เพราะในหนังสือเค้าก็บอกให้เราทำแบบนี้
จะได้รู้ว่าอีกมากแค่ไหนจะถึงเป้าหมาย จะตั้งใจเข้มงวดกับการลดน้ำหนักให้มากกว่านี้นะ (สัญญากับตัวเอง)
กลัวว่าจะตามคุณสามีที่ตอนนี้ลดน้ำหนักจนผอมกว่าเราตั้งหลายกิโลแล้วไม่ทัน ต้องฮึดหน่อยแล้ว >_<


นอกจากเรื่องไดเอ็ทของเราแล้ว วันนี้อยากเอารูปออฟฟิศของเราที่แต่งจนเกือบจะเสร็จสมบูรณ์แล้วมาให้ดู
ก็เหลือแค่เรื่องติดตั้งระบบเครื่องคิดเงิน ระบบโทรศัพท์ของ AIS ที่ไม่มีสัญญาณ ระบบอินเตอร์เน็ทที่ยังเน่าๆ
นอกนั้นก็เกือบเสร็จหมดแล้ว รวมทั้งเรื่องตามหาพนักงานเสมียน 1 คน และกราฟฟิกดีไซเนอร์เพิ่มอีก 1 คน
ใครสนใจก็email มาหาเราได้ค่ะ รับเฉพาะพนักงานประจำนะคะ weenakanya@yahoo.com
รูปทั้งหมดมีอยู่ตามลิ้งค์นี้ค่ะ

ออฟฟิศของเราค่ะ สนพ.ทรัพย์สยาม


มุมสวยๆ น่ารักๆ ของออฟฟิศเราเป็นไงบ้างคะ สวยเนอะ คุณนายแม่เห่อโคมไฟดอกไม้ของเค้ามากเช็ดทุกวันเลย
ต่อมาก็โต๊ะทำงานของเราเองค่ะ เห็นดอกไม้เต็มโต๊ะงี้ ก็คงรู้ว่าเจ้าของโต๊ะหวานแหววแค่ไหน 555

|
เรื่องเล่าในวัยเยาว์
โดนมอบหมายงานจากปุ๋ม sunkissadventure ให้ทำ tag วันเด็กกันในกลุ่มเพื่อนๆMultiply
รู้สึกว่าน่าสนุกดี ถึงจะกลัวโดนแซวว่า คนที่พูดถึงความหลังคือคนที่เริ่มแก่แล้ว แต่พอได้ลองมานั่งค้นหารูปถ่ายเก่าๆ
ลองนึกถึงเหตุการณ์ตอนนั้น มันก็รู้สึกอบอุ่น สนุกสนาน ประทับใจ เลยอยากเอามาใส่ไว้ในบล็อกส่วนตัวด้วย ไหนๆก็เขียนซะยาวขนาดนี้แล้ว


วิธีการเล่น Tag นี้คือ
ให้คุณตอบคำถามเหล่านี้...10 ข้อแล้วนำ Tag นี้ส่งต่อเพื่อนของคุณอีกสองคน (ทีละน้อยๆพอ)
โดยนำรูปวัยเด็กของคุณ ไปแปะไว้ที่ Guestbook ของคนที่คุณต้องการส่งต่อ ...แล้วก็รออ่านของเค้า หุหุ
...
1.ลงรูปตอนเด็ก พร้อมเล่าเรื่อง
ตอบ รูปเยอะหน่อยนะก๊าบบบบ มาดูกันเลย
รูปที่ 1. หนูป๊อปปี้ติดอ่าง 555 ดูหน้าตาก็รู้ว่าเมามันขนาดไหน


รูปที่ 2. อายุขวบกว่าๆ ไปเที่ยวทะเลครั้งแรกที่พังงา ข้างหลังคือเขาตะปู ที่แสนโด่งดัง


รูปที่ 3. รูปต่อเนื่องจากรูปที่ 2 ชอบพ่อกับแม่รูปนี้มากอะ พ่อก็ดูเท่ แม่ก็น่ารัก
ตอนนั้นพ่อกับแม่เพิ่ง อายุ 22-23 เองนะ
ส่วนคนที่อุ้มเราอยู่เนี่ยแม่บอกว่าเค้าเป็นเพื่อนสนิทของพ่อ


รูปที่ 4. งานวันเกิดตอนอายุ 3 ขวบ เรากับพ่อเกิดวันเดียวกันเลยได้จัดงานวันเกิดพร้อมกันไปเลย
รูปนี้ คนที่อุ้มเราเป็นเพื่อนที่ทำงานของพ่อ (รู้สึกว่าจะเป็นตุ๊ดนะฮ้า)
ที่หลับอย่างนี้เพราะดึกมากแล้วคุณผู้ใหญ่ทั้งหลายก็ไม่หยุด ปาร์ตี้กันซะที
เด็กเลยหลับก่อนเลยจ้า คร่อกกกกกกก


รูปที่ 5.  3 ขวบ ครึ่ง ไปถ่ายแบบ เสื้อผ้าเด็ก Little Wacoal ที่พัทยา 
แม่เล่าให้ฟังว่า เค้าใช้วิธีแต่งตัวให้เด็กๆ แล้วปล่อยให้เราเล่นกันอย่างอิสระ
แล้วช่างภาพก็จะตามเก็บรูปเด็กๆเอง
เราขำรูปนี้เพราะสงสัยว่าตัวเองโพสท่าอะไรเนี่ย? เซ็กซี่หรือไง 555


รูปที่ 6. วันเดียวกันกับรูปที่ 5 แต่เปลี่ยนเสื้อผ้าอีกชุดนึง เด็กผู้ชายที่มุมภาพชื่อ บี เป็นเด็กลูกครึ่ง อเมริกันไทย
บ้านเราอยู่ใกล้กัน แม่ก็เลยพามาถ่ายแบบด้วย  บี อายุน้อยกว่าเราปีนึง แม่เล่าว่า
บีชอบเรามาก เวลาเดินไปไหนก็จะเดินตามมากอดคอไปจุ๊บแก้มตลอด 555 แฟนคนแรกนั่นเอง


รูปที่ 7. อยู่ .1 อันนี้ถ่ายแฟชั่นในสตูดิโอค่ะ เริ่มจะโพสท่าเป็นแล้ว มีการพัฒนานะนี่

my-portrait
รูปที่ 8. รูปนี้ก็ถ่ายแฟชั่นเหมือนกัน ดูเป็นนางแบบขึ้นมาอีกเสต็ปใช่ป่าว 
แม่บอกว่าชอบรูปนี้มาก แม่เล่าว่าตอนนั้นเราถ่ายแฟชั่นเยอะจนรู้งาน
พอแต่งตัวเสร็จ ก็ยืนโพสท่าได้เลย แหะๆ


รูปที่ 9. รูปนี้อยู่ .1 เหมือนกัน เราไปปาร์ตี้ชุดนอนกับเพื่อนค่ะ
555
ไม่ช่ายยยจริงๆคือไปถ่ายแฟชั่นชุดนอนเด็ก
ของ Little Wacoal เหมือนกันค่ะ คนที่ชื่อ พี่นัทในรูปเป็นลูกพี่ลูกน้องของเรา
พี่นัทกับเราสนิทกันมาก ชื่อก็คล้ายกัน พี่นัทชื่อ วีณะพัตรา คุณยายตั้งให้ทั้งคู่เลยค่ะ


รูปที่ 10. จำไม่ได้ว่างานอะไร น่าจะเป็นงานปีใหม่ที่บริษัทแม่ค่ะ รูปนี้แม่สวยมากเราชอบมากๆ


รูปที่ 11. ไปเที่ยวทะเลที่ไหนก็ไม่รู้ ที่เลือกรูปนี้เพราะนึกถึงตอนเด็กๆ แม่จะชอบซื้อเสื้อผ้า
ให้เรากับน้องใส่เหมือนๆกัน จนรู้สึกว่าตอนเด็กๆ เราแต่งตัวเหมือนเด็กผู้ชายจังเลยอะ


รูปที่ 12. .5 ไปรับรางวัลประกวดวาดภาพที่เดอะมอลล์ราชดำริ (เกิดทันกันมั้ย?)
ตอนป.4-.2 เราเรียนตีเทนนิส แล้วต่อด้วยว่ายน้ำทุกอาทิตย์  จนตัวผอมๆดำๆ แขนขายาวเก้งก้าง
ไม่ค่อบชอบหน้าตาตัวเองช่วงนั้นเลย มันเป็นช่วงกึ่งๆเด็กๆกึ่งวัยรุ่นอะนะ
ช่วงนี้เองเราก็ได้อำลา วงการนางแบบเด็กไปเพราะเริ่มโตแล้วนั่นเอง


รูปแถม.รูป นี้ไม่มีเราอยู่ มีแต่รูปพ่อ แต่รู้สึกว่าพ่อเท่มากเหมือนวงอพาร์ทเม้นท์คุณป้าเลยอะ
เลยขอเอามา อวดซะหน่อย สมัยนั้นพ่อทำงานเป็นพนักงานขายแผ่นเสียงเพลงต่างประเทศอยู่ที่เซ็นทรัลสีลม
พ่อกับเพื่อนๆ มีวงดนตรีของตัวเองด้วย พ่อเป็นนักร้องนำ(ไม่รู้ชื่อวงอะไรอะนะ)
รูปนี้คือเพื่อนๆในวง ดนตรีของพ่อค่ะ แฟชั่นยุดนั้นเริ่ดจริงๆเนอะ

...

2. เลือกรูปที่คุณชอบที่สุด พร้อมบอกเหตุผล
ตอบ ชอบรูปที่ 2 เพราะสงสัยว่าตอนนั้นทำไมเราเรียบร้อยจัง ตัวเล็กนิดเดียวยอมนั่งนิ่งๆให้ถ่ายรูปด้วย
แถมยังเอามือกอดอกซะ ด้วย แล้วก็ชอบเพราะเป็นรูปที่เราไปเที่ยวทะเลครั้งแรกอะ

...

3. เลือกรูปแฟชั่นชุดที่ชอบที่สุดของคุณ (จากรูปที่แปะไว้เมื่อกี๊)
ตอบ  รูป 8 แหม...ใส่เดรสยาวกรุยกรายขนาดนี้จะไม่ชอบได้ไงเนอะ

...

4. เพลงอะไรที่คุณชอบร้องตอนเป็นเด็ก หรือร้องเก่งน่ะ
ตอบ เพลง ตาอินกับตานา ร้องเพราะจนตอนป.1ได้เป็นตัวแทนห้องร้องโชว์ในงานวันปีใหม่เลยทีเดียว

...

5. คุณมีพี่น้องกี่คน เป็นลูกคนที่เท่าไหร่  เคยรังแกน้องไม๊
ตอบ เรามีน้องชาย 1 คน อายุห่างกัน 4 ปี ชื่อโอปอ
ตอนเด็กๆจะ ทะเลาะกันบ่อยมากๆ เพราะเราเป็นคนขี้โมโห แล้วน้องชายก็ซนทะโมนชอบแหย่ให้เราโกรธอยู่บ่อยๆ 
แต่เวลาดีกันก็รักกันมากๆ พากันซนจนโดนพ่อตีบ่อยๆ (แน่นอนว่าพี่ต้องโดนตีหนักกว่าน้อง)
ที่น่าแปลกคือ พอโตมาเรากับน้องแทบจะไม่ทะเลาะกันเลย แถมยังรักและดูแลกันดีมาก
ตอนนี้ก็ช่วยกันดูแลกิจการบริษัทสำนักพิมพ์ของครอบครัวค่ะ
ตอนรักกัน ก็จะกอดกันแบบนี้ (รูปนี้ถ่ายไว้ตอนไปเที่ยวงานเปิดสะพานพระราม 9)


ตอนเล่นซน กันก็สนุกสนานแบบนี้แหล่ะ  (วิ้ววววว ขอโชว์หุ่นหน่อยนะ 555)
รูปนี้ไปเที่ยวระยอง แล้วเราก็จับน้องชายนอนหมกทราย ครอบครัวเราเที่ยวทะเลบ่อยมากๆ

...

6. น้องเน่าของคุณคือ ....

ตอบ เป็นหมอนและหมอนข้างที่เราใช้ตั้งแต่ตอนเล็กๆ 1-2 ขวบ อยู่กับเรามาจนโตทำงานได้เลยล่ะ
ตอนหลังแม่แอบเอาไปทิ้งตอนเราออก ไปทำงาน ทำเอานอนไม่หลับไปหลายคืนเลย ^_^
และตุ๊กตาซานตาครอสพูดได้ เวลาที่เราเอามือกดที่ท้องตุ๊กตามันจะพูดว่า เมอรี่คริสมาส โฮ่โฮ่โฮ่
เราได้มาตอน .2 ลุงบ๊อบเพื่อนชาวอเมริกันของพ่อซื้อมาฝากจากเมกา
แต่มันหายไปตอนไหนก็ไม่รู้ ยังดีที่มีรูปถ่ายเก็บไว้นะเนี่ย เห็นแล้วคิดถึงจัง

...

7. เล่าเรื่องราวในวัยเด็ก 1 เรื่องที่คุณจำไม่ลืม

ตอบ อย่างที่บอกว่าเราเคยเป็นนางแบบเด็กมาก่อน ครั้งนึงตอน .2 เราไปเดินแฟชั่นที่
โรงแรมอิมพีเรียลซึ่งงานนั้นเป็นงานที่ค่อนข้างใหญ่ มีนางแบบมืออาชีพและดาราดังๆมาเดินกันเพียบ
ระหว่างที่เราแต่งตัวเสร็จแล้ว กำลังรอจะเดินขึ้นเวทีก็มีผู้หญิงสวยมากๆคนนึงเดินยิ้มหวานเข้ามา
แล้วพูดกับเราว่า หนูน่ารักจังหนูมาเดินแบบเหมือนกันเหรอลูก แล้วก็หอมแก้มเราทีนึง
เธอคนนั้นก็คือ นางเอกยอดนิยมของไทยตอนนั้น พี่จิ๊ก เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ นั่นเอง

แม่เราก็ เลยขอให้ถ่ายรูปคู่กันรูปนึง ตอนถ่ายรูป พี่จิ๊กกอดเราด้วย พี่จิ๊กสวยมากๆ พูดจาน่ารักอ่อนหวาน
เราดีใจและตื่นเต้นมากๆ เพราะพี่จิ๊กเป็นนางเอกที่เราชอบมากๆ ตอนนั้นพี่จิ๊กถ่ายโฆษณาสบู่ลักส์ สวยมากๆ
จนเป็นภาพที่เราประทับใจ  พอได้เจอตัวจริงก็เลยปลาบปลื้มสุดๆ น่าเสียดายที่รูปถ่ายที่ถ่ายคู่กัน
มันหายไปไหนก็ไม่รู้แฮะ พอมาตอนโตเวลาเห็นพี่จิ๊ก หรือพี่เนาว์ ที่ดูแรงๆ ตลกๆ อย่างทุกวันนี้
ทำให้เรารู้สึก fail เหมือนกัน ว่านางฟ้าคนนั้นหายไปไหนน้อ

...

8. จากหนังเรื่องแฟนฉัน คุณเคยทำอะไรเหมือนในหนังบ้าง
ตอบ โดดยาง(อันนี้เราเล่นจนขั้นเทพจริงๆ สามารถโดดอีสุดมือโดยที่ไม่ต้องใช้นิ้วก้อยเกี่ยวได้)
หมากเก็บ แอบปิดห้องเรียนเปิดคอนเสิร์ทสาวสาวสาวกับเพื่อน มีแก๊งจักรยานBMX 
ลงไปแช่ในอ่างน้ำ  ดูหน้ากากเสือ
ขอแถมเกมตั้งเต กิงก่องแก้ว ไมโล เพิ่มเข้าไปด้วย ชอบมากๆ แต่ในหนังไม่มีอะ

...

9. คุณเคยแสดง รำ เต้น อะไรบนเวทีเล่ามาหนึ่งอย่าง
ตอบ แสดงบนเวทีบ่อยมากๆๆๆ ตั้งแต่อนุบาลยันมหาลัย ขอเล่าเรื่องตอน .6 ละกัน
เราเคยต้อง ขึ้นไปรำฉุยฉายพราหมณ์ตอนงานปีใหม่โรงเรียน
ที่ประทับใจเพราะตอนนั้นมีเวลาเตรียมตัวน้อยมาก เราฝึกรำฉุยฉายนี้แค่ 2 วันเท่านั้น
ชุดที่ใส่คุณครูก็ใช้เวลาตัดแค่ 2 วันเหมือนกัน 2 วันที่ฝึกรำนั้น
คุณครูยกให้ไม่ต้องเรียนเลย ฝึกหนักมากๆ ตั้งแต่เช้ายันเย็น
ถ้าคนที่พอจะรำไทยมาบ้างคงพอจะรู้ว่ารำฉุยฉายเป็นการรำที่ค่อน ข้างยาก
และเพลงก็ยาวหลายนาที ท่ารำก็เยอะ แต่เราก็สามารถผ่านไปได้ด้วยดี
จนเข้าตากรรมการได้โควต้าเข้าเรียน ต่อ
โรงเรียนนาฏศิลป์โดยไม่ต้องสอบเลยล่ะ (แต่เราไม่เอาเพราะอยากเรียนศิลปะมากกว่า )

...

10......... (เติมชื่อตัวเอง)...ต่างจาก หรือ เหมือนเดิมกับ
คุณในวันนี้อย่างไรบ้าง พร้อมรูปปัจจุบันเพื่อเปรียบเทียบ
ตอบ  .. วีณะกัญญา ปลั่งกมล (เตชะสา) จากวันนั้นถึงวันนี้ต่างกันในบางเรื่อง
เด็กยิ้มยากคนนั้นถึงตอนนี้จะยิ้มเก่งขึ้น แต่เวลาไม่ยิ้มก็ยังดูหน้าดุอยู่ดี
จนคนที่เพิ่งเคยเจอเราจะชอบคิดว่าเราดุ  เด็กหญิงขี้วีนขี้โมโหคนนั้นไม่เหมือนเดิมแล้ว
เพราะเราในตอนนี้เป็นคนโกรธใครยาก แถมถ้าโกรธแล้วยังหายโกรธง่ายมากอีกต่างหาก
เด็กหญิงคนนั้นที่ชอบวาดรูปที่สุดก็เติบโตมากับอาชีพกราฟฟิก ดีไซเนอร์
โดยที่ไม่เคยหันเหตัวเองไปทำอย่างอื่นเลย ต้องขอบคุณพ่อกับแม่ที่ไม่เคยบังคับให้เราทำในสิ่งที่เราไม่ชอบ
และเปิดโอกาสให้เราได้เรียนรู้สิ่งต่างๆอยู่เสมอ  ขอบคุณพ่อแม่ที่เชื่อมั่นในตัวลูกสาวคนนี้
วันนี้พ่อกับแม่ที่ เริ่มแก่ชรา ลูกสาวและลูกชายของพ่อกับแม่ก็สัญญาว่า
จะนำพากิจการของครอบครัวให้เจริญก้าวหน้าเป็นหลักให้กับครอบครัว ให้ได้ค่ะ
รูปตอนเด็ก ถ่ายตอนอายุ 6 ขวบ ที่เชียงใหม่ ส่วนรูปตอนโตนี่ถ่ายเมื่อ .. 52 ก๊าบ
รอยยิ้มยังเหมือนเดิมนะนี่

...

เฮ้อ......เสร็จซักที พิมพ์tagนี้ไปก็ต้องใช้สมองรื้อฟื้นความทรงจำไปด้วย
เล่นเอาเหนื่อยเลย

|
ปีใหม่ปีนี้ดีจัง
ที่บอกว่าปีใหม่ปีนี้ดีจัง เพราะมีอะไรเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ไปในทางที่ดีขึ้นหลายๆอย่าง
ตั้งแต่ เราย้่ายออฟฟิศจากที่เก่าที่ดูไม่ค่อยจะเป็นสัดเป็นส่วนซักเท่าไหร่ มาอยู่ที่บ้านใหม่
ของคุณแม่เรา เป็นบ้านแบบโฮมทาวน์ 3 ชั้นครึ่ง ชั้น 1 เป็นส่วนของกองบ.ก. และสตูดิโอถ่ายภาพ
ชั้น 2 ห้องใหญ่เป็นศูนย์พระเครื่อง คุณแม่แต่งห้องนี้สวยงามอลังการมากๆ ลูกค้าที่แวะมาเยี่ยมชม
ออกปากชมกันทุกคนว่าออฟฟิศใหม่สวยมากๆ ดูดีกว่าเก่าเยอะ สถานที่ก็หาง่ายกว่าเดิม
ถึงจะติดๆขัดเรื่องการสื่อสารบ้างแต่อีกสักพักก็น่าจะเข้าที่เข้าทางแล้วล่ะ ดีจริงๆนะ
ช่วงวันคริสมาส เรากับชายอ้วนไปช็อปปิ้งข้าวของมาตกแต่งบ้านให้ได้บรรยากาศเทศกาลซะหน่อย

ก็ดูสดใสได้อารมณ์ดีนะ ถึงตอนคริสมาสอีฟไม่ได้ออกไปไหน แต่ 26 ธ.ค.ก็ไปลั่ลล้ากับเพื่อนๆ
ดูคอนเสิร์ต Winter Festival ที่หัวหมาก ดูรูป และอ่านเรื่องเล่าจากคอนเสิร์ทนี้ได้ที่
บล็อกของแมวดื้อค่ะ
ในบล็อกไม่มีรูปเรานะ แต่เราก็ไปด้วยกันกะเค้าอะแหล่ะ 555 เล่นง่ายเนอะ ^_^

อันนี้รูปวันที่ไปดูคอนเสิร์ทอะแหล่ะ จาก BB ของน้องไก่แจ้ ตลกตรงที่ชื่อคอนเสิร์ทว่า Winter Festival
แต่ทุกคนดูหน้ามัน และเหงื่อแตกพลั่กๆ เลยเนอะ คืนนั้นเราเต้นกันสนุกๆมาก วันรุ่งขึ้นน้ำหนักลดไป 1 กิโลเลยอะ
เราไม่ได้มีแผนจะออกไปต่างจังหวัดช่วงหยุดปีใหม่ เลยกะว่าขอแค่ได้ทำบุญตักบาตร
ได้กินข้าวเลี้ยงฉลองกับครอบครัวก็พอ ที่สำคัญได้อยู่เคานท์ดาวน์กับชายอ้วนที่บ้านก็ดีใจแล้ว
วันที่ 30 พอทำงานเสร็จ ครอบครัวเรา (พ่อแม่และน้องชาย และหลานสาว และอา และพี่เลี้ยง)
ไปกินโออิชิบุฟเฟ่ต์ที่เซ็นทรับรัตนาธิเบศน์ เพราะคุณพ่ออยากกิน (ไม่มีเหตุผลพิเศษอะไรหรอก)

รูปนี้ถ่ายกับหลานส้มตอนรอคิว เจ้าหลานสาวซนมากจนลิงเรียกพี่เลยทีเดียว 555
คืนวันที่ 31 ไม่ได้ออกไปไหน เพราะกลัวรถติด เลยอยู่ดูทีวีช่องโน้นช่องนี้ที่บ้าน ก็เพลินๆดี
เราก้าวข้ามปีด้วยการที่มีคนที่เรารักอยู่ข้างๆ (ทุกปีเค้าจะต้องเข้ากะช่วงกลางคืนวันที่ 31 ตลอดเลย T_T )
...
โฮกกกกกก สวัสดีปีเสือ วันที่ 1 .. หลังจากใส่บาตรอาหารแห้งกับเพื่อนบ้านในซอยบ้านเรา(ทำเป็นประจำทุกปี)
เราก็อยากไปดูช้าง ไปดูสวนสดชื่นๆ เลยขับรถไปสวนสามพรานจากบ้านเราไม่ถึง 10 กิโลเลยอะ
ไปสวนสามพรานครั้งล่าสุดน่าจะอยู่ชั้นประถมได้ล่ะมั้ง ถึงจะอยู่ใกล้บ้าน และเคยขับรถผ่านแต่ก็ไม่คิดจะแวะเลย
ที่นี่อาจจะดูไม่ค่อยมีอะไรน่าเที่ยว แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะน่าเบื่อหรอกนะ เราไปเดินดูสวนกล้วยไม้มีกล้วยไม้สวยๆ
เต็มเลย ชอบกระถางไหนจะซื้อติดมือกลับบ้านก็ได้ด้วยนะ


ที่ชอบคือที่นี่มีต้นไม้ต้นใหญ่ยักษ์แบบที่หาไม่ได้ในเมืองเยอะมากๆ (เราชอบต้นไม้ใหญ่ๆ ชอบอยู่ใต้เงาร่มไม้)
ได้ให้อาหารช้าง ลูกช้างตัวเล็กๆ น่ารักและฉลาดมาก บางตัวเพิ่งเกิดใหม่ๆ ตัวเล็กๆจิ๊ดเดียว
ระหว่างหลินปิงกับช้างไทย เราชอบช้างมากกว่านะ เพราะนอกจากจะฉลาดแล้ว ช้างยังมีความอบอุ่น อย่างบอกไม่ถูก
เดินเล่นสูดออกซิเจนปนกลิ่นขี้ช้างจนเหนื่อยก็แวะนั่งพักให้อาหารปลาสวาย ที่มีอยู่ทั่วไปในสวนสามพราน
ก็นั่งกินไอติมไปด้วย ยังแซวกันเองกะชายอ้วนว่า ทำตัวเหมือนเด็กวัยรุ่นเพิ่งมาเดทครั้งแรกเลยเนอะ 555

เดินกันจนทั่วแล้วชายอ้วนบ่นว่าหิวข้าว ไปกินร้านอร่อยแถวนี้ดีกว่า ปรากฏว่าร้านอาหารที่อร่อยๆใกล้บ้านเรา
ปิดปีใหม่กันหมดเลย โธ่ๆๆ ทำไมทำงี้นะ สุดท้ายเลยต้องขับรถไปเซ็นทรัลพระราม 2 แทน เพราะมีร้านอาหารจีน
“ฮองมิน” ร้านโปรดอีกร้านของชายอ้วน ก็ยังดีที่ได้หม่ำของอร่อยๆกันนะ กินเสร็จก็เดินช็อปปิ้งกัน
ชายอ้วนใจดีบอกว่าวันนี้จะเป็นป๋าให้วันนึงอยากได้อะไรก็ซื้อเลยจะออกตังค์ให้ และถือของให้ด้วย เราก็มักน้อย
เอาแค่เครื่องสำอางค์ที่ใช้ประจำๆ กับรองเท้าอีก 2 คู่เท่านั้น แล้วก็ได้ซื้อของขวัญปีใหม่ ให้เด็กๆ BJD ที่บ้านด้วย
ตอนที่เขียนบล็อกนี้อยู่ คือเราเพิ่งกลับมาจากปาร์ตี้เล็กๆ ที่บ้านลูกพี่ลูกน้องเรา มีญาติๆมากันหลายคน
แต่ก็เป็นญาติสนิทๆ ทั้งนั้น คุยกันเพลินดี ได้กราบคุณยายของเราด้วย พรุ่งนี้เราก็ต้องไปกราบคุณยายของชายอ้วนด้วย
คุณยายของชายอ้วนท่านไม่สบายอยู่ที่โรงพยาบาล แต่ญาติๆบ้านชายอ้วนจะไปเจอกันที่โรงพยาบาล
เป็นปีใหม่ที่ดีจริงๆ รู้สึกอบอุ่นมาก และดีที่ไม่มีข่าวร้ายๆ ฉลองปีใหม่ เหมือน คราวซานติก้าเมื่อปีที่แล้ว
แวะไปดูภาพทั้งหมดของช่วงปีใหม่ปีนี้ได้ที่นี่ค่ะ
New Year 2010

|